JJNY : 4in1 วิโรจน์ข้องใจ กรมควบคุมโรคตัดข้อมูลรอผลทิ้ง/อดีตเลขาสมช.แนะรบ./เนชั่นโละพนักงาน/ธปท.ชี้ศก.หดทั้งปี-Q2ดิ่งลึก

‘วิโรจน์’ ข้องใจ ทำไมกรมควบคุมโรคตัดข้อมูล ‘รอผลการตรวจ’ ทิ้ง
https://www.matichon.co.th/politics/news_2119784
 

 
‘วิโรจน์’ ตั้งข้อสังเกต กรมควบคุมโรคตัดข้อมูล ‘รอผลการตรวจ’ ทิ้ง เหตุเป็นตัวชี้วัดหนึ่งต่อศักยภาพการทำงานของรัฐบาล
 
เมื่อวันที่ 3 เมษายน นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล (ก.ก.) กล่าวถึงสถานการณ์แพร่ระบาดโรคโควิด-19 ว่า
 -
ตนได้สังเกตรายงานสถานการณ์โควิด-19 ของกรมควบคุมโรค https://ddc.moph.go.th/viralpneumonia/situation.php ซึ่งปกติจะบอกจำนวนรอผลตรวจด้วย แต่ล่าสุดไม่มีแล้ว และมีการอัพโหลดเอกสารใหม่ไปแทน โดยตัดข้อมูลนี้ออกจากรายงานเดิมตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคมที่ผ่านมาอีกด้วย
 
นายวิโรจน์กล่าวว่า หากเข้าไปดูในรายงานท้ายตารางผลการดำเนินการคัดกรองผู้ป่วยที่มีอาการตามนิยามเฝ้าระวังโรค จะมีข้อมูลผู้ป่วยยืนยันติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 รักษาหายและแพทย์ให้กลับบ้าน ผู้ป่วยยืนยันที่เสียชีวิต รวมทั้งผลตรวจผู้ป่วยที่มีอาการตามนิยามเฝ้าระวังที่เหลือ จะมีข้อมูลตรวจไม่พบเชื้อกี่ราย และอยู่ระหว่างรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการกี่ราย แต่นับตั้งแต่วันที่ 16 มีนาคมเป็นต้นมา ข้อมูลอยู่ระหว่างรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการหายไป จึงอยากทราบเหตุผลจากทางกรมควบคุมโรคว่า มีเหตุผลอะไรที่ต้องตัดข้อมูลรอผลการตรวจทิ้งด้วย
 
โฆษกพรรค ก.ก.กล่าวอีกว่า ข้อมูลรอผลการตรวจจะสะท้อนถึงศักยภาพในการตรวจโรคของรัฐบาลเอง หากตัวเลขรอผลการตรวจลดลงจะถือว่ารัฐบาลทำงานจริงจัง เพิ่มการตรวจได้อย่างมีประสิทธิภาพจากเดิมแค่หลักร้อย และตั้งแต่ประกาศ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ก็มีการตรวจเพิ่มขึ้นวันละ 1,000-1,500 คน ซึ่งถือว่ารัฐบาลมีแนวโน้มที่ดี มีการปรับปรุงในการตรวจที่ดีขึ้น ดังนั้น ข้อมูลรอผลการตรวจตนมองว่าเป็นผลบวกของรัฐบาลเอง ซึ่งควรเปิดเผยให้ประชาชนรับทราบ ไม่จำเป็นต้องตัดข้อมูลตรงนี้ออก
 

 
อดีตเลขาสมช. แนะรบ. ถ้าทัพหน้าสู้โควิด ยังขาดหน้ากาก เคอร์ฟิวไปก็เท่านั้น
https://www.matichon.co.th/politics/news_2120347
 
อดีตเลขาสมช. แนะ รบ. ถ้าหมอ ผู้เป็นทัพหน้า ยังขาดหน้ากาก ทำอะไรคนก็ยังยี้ เคอร์ฟิวไม่ช่วยอะไรแน่ 
 
เมื่อวันที่ 3 เมษายน พล.ท.ภราดร พัฒนถาบุตร เลขานุการคณะกรรมการกิจการพิเศษ (กพศ.) พรรคเพื่อไทย อดีตเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงมาตรการในการรับมือการแพร่ระบาดของเขื้อไวรัสโควิด-19 ของรัฐบาลว่าขณะนี้ถือว่า รัฐบาลได้มีความรู้ในมาตรการแก้วิกฤติการณ์โควิด-19 ได้ดีพอควร รู้ดีว่าบุคลากรทางการแพทย์เสมือนทัพหน้าที่ต้องไปสู้รบกับภัยคุกคามโควิด ดังนั้น รัฐบาลจึงต้องเร่งมือจัดชุดป้องกันและเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ให้กับทัพหน้าให้เพียบพร้อมเป็นมาตรการเร่งด่วนในลำดับแรก มาตรการที่สองคือสร้างความมั่นใจต่อประชาชนว่าหน้ากากอนามัย เจลล้างมือและอาหารการกินจะหาได้สะดวกเพียงพอ และเมื่อรัฐบาลเร่งนำพ.ร.ก.ฉุกเฉินมาใช้บังคับด้วยแล้วก็ต้องมีศิลปะพิจารณาการใช้อำนาจนั้นในเชิงสร้างสรรค์ใช้เป็นเครื่องมือบูรณาการการแสวงความร่วมมือเพื่อบริหารจัดการให้มีอุปกรณ์ทางการแพทย์ และอาหารการกินอย่างทันการณ์
 
ที่สำคัญต้องใช้เพื่อการจัดการสื่อสารในทุกช่องทางให้ร่วมกันรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับมาตรการป้องกันโรคโควิดอย่างต่อเนื่องไปพร้อมกันด้วย แต่แม้วันนี้รัฐบาลจะรู้อยู่แก่ใจว่า หน้ากากอนามัยคือส่วนหนึ่งของหัวใจการแก้วิกฤติการณ์ แต่รัฐบาลก็ยังบ้อท่าไม่สามารถทำความกระจ่างชัดในเรื่องความขาดแคลนอุปกรณ์ดังกล่าวได้อันเป็นเหตุมาจากความฉ้อฉลฉาวโฉ่ และขาดเอกภาพในการปฏิบัติงาน จึงคิดได้แค่การประกาศเคอร์ฟิว เรื่องมันจึงผันแปรมาเป็นความหดหู่ใจว่า ตัวปัญหาหลักของบ้านเมืองในสถานการณ์นี้นั้น แท้จริงแล้วมันกลับกลายเป็นเรื่องของการขาดภาวะผู้นำและความไร้ศรัทธาจากประชาชนในตัวผู้นำเสียมากกว่าหรือไม่” พล.ท.ภราดร กล่าว
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่