JJNY : อีสานโพลระบุพอใจงานของบุคลากรแพทย์/อนุดิษฐ์แนะรบ.รีดงบฯเยียวยา/กมธ.ติดตามงบฯค้านออกพรก.กู้/ตายทั่วโลกทะลุ3หมื่น

ผลอีสานโพลระบุ คนพอใจการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ กับการรับมือ 'โควิด'
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_2101107
 
เมื่อวันที่ 29 มีนาคม 2563 อีสานโพล (E-Saan Poll) ศูนย์วิจัยธุรกิจและเศรษฐกิจอีสาน (ECBER) คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “คนอีสานกับการระบาดของไวรัสโควิด 19” พบว่า จากการระบาดของไวรัสโควิด 19 ประเด็นที่คนอีสานพึงพอใจมากที่สุดคือ การทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ขณะที่ประเด็นที่พึงพอใจน้อยที่สุด คือ การบริหารจัดการโดยรวมของรัฐบาล ในส่วนของมาตรการต่างๆ ที่อาจจะมีออกมาเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสนั้น คนอีสานส่วนใหญ่ต่างเห็นด้วย กับมาตรการต่างๆ ดังนี้ ห้ามคนจากต่างประเทศกลุ่มเสี่ยงเดินทางเข้าไทย 30 วัน ห้ามจัดกิจกรรมที่ทำให้เกิดการรวมตัวของผู้คนที่หนาแน่น กระจายหน้ากากอนามัยให้ซื้อได้ได้ง่ายและมีการจำกัดจำนวนซื้อต่อคน ประชาชนทุกคนต้องใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยเมื่อไปที่สาธารณะ สร้างโรงพยาบาลชั่วคราวสำหรับการรับมือผู้ป่วยจำนวนมาก และห้ามประชาชนออกจากบ้าน 14 วัน ในเมืองที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง

ผศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล เปิดเผยว่า การสำรวจนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อสำรวจความคิดเห็นของคนอีสานต่อ ประเด็นและเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19 และมาตรการต่างๆ ที่อาจจะมีออกมาเพื่อรับมือ
 
สถานการณ์ ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 14-15 มีนาคม 2563 จากกลุ่มตัวอย่างอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 1,152 ราย ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน 20 จังหวัด สรุป ความคิดเห็นของคนอีสานกับการระบาดของไวรัสโควิด 19 รายละเอียดเป็นดังนี้
 
1. ท่านรู้สึกอย่างไรกับเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้องกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด 19
1) การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและรวดเร็วของภาครัฐ มีค่าดัชนีความพอใจ 40.4
2) การใช้ชีวิตประจำวันโดยไม่กังวลว่าจะติดเชื้อไวรัส มีค่าดัชนีความพอใจ 49.9
3) มาตรการการกักตัวผู้ที่เดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยงที่เป็นอยู่ มีค่าดัชนีความพอใจ 24.9
4) ความสะดวกในการหาซื้อหน้ากากอนามัย มีค่าดัชนีความพอใจ 20.5
5) การทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ มีค่าดัชนีความพอใจ 62.6
6) การทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข มีค่าดัชนีความพอใจ 24.1
7) การทำงานของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มีค่าดัชนีความพอใจ 22.4
8) การบริหารจัดการโดยรวมของรัฐบาล มีค่าดัชนีความพอใจ 18.4
 
2. ท่านเห็นด้วยหรือไม่ ถ้าจะมีมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อรับมือกับการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส
1) ห้ามคนจากต่างประเทศกลุ่มเสี่ยงเดินทางเข้าไทย 30 วัน มีค่าดัชนีความเห็นด้วย 82.5
2) ห้ามจัดกิจกรรมที่ทำให้เกิดการรวมตัวของผู้คนที่หนาแน่น มีค่าดัชนี 83.5
3) กระจายหน้ากากอนามัยให้ซื้อได้ได้ง่ายและมีการจำกัดจำนวนซื้อต่อคน มีค่าดัชนี 83.4
4) ประชาชนทุกคนต้องใส่หน้ากากผ้าหรือหน้ากากอนามัยเมื่อไปที่สาธารณะ มีค่าดัชนี 84.5
5) สร้างโรงพยาบาลชั่วคราวสำหรับการรับมือผู้ป่วยจำนวนมาก มีค่าดัชนี 80.9
6) ในเมืองที่มีการแพร่ระบาดรุนแรง ห้ามประชาชนออกจากบ้าน 14 วัน มีค่าดัชนี 84.9
 
หมายเหตุ: ดัชนีความพอใจมีค่าระหว่าง 0 – 100 โดย 0 คือ ไม่พอใจอย่างมาก และ 100 คือ พอใจอย่างมาก
 

 
'อนุดิษฐ์' แนะรบ.รีดงบฯไม่เร่งด่วน งบกลาง 2 แสนล. เยียวยาปชช.-ธุรกิจ
https://www.matichon.co.th/politics/news_2100557
 
เมื่อวันที่ 28 มีนาคม น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ เลขาธิการพรรคเพื่อไทย(พท.) ให้สัมภาษณ์กรณีการประสานกับส.ส.ภายหลังรัฐบาลประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ เพื่อแก้ปัญหาเชื้อไวรัสโควิด-19 ว่า การติดต่อและประสานกับส.ส.ของพรรคพท. ซึ่งเป็นส.ส.เขตทั้งหมดนั้น พรรคพท.จะใช้การสื่อสารผ่านไลน์ของพรรค และผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์หากมีการประชุมในเรื่องสำคัญๆ เพื่อลดการมารวมตัวกันให้มากที่สุดป้องกันความเสี่ยงที่จะติดเชื้อไวรัสโควิด ในส่วนของส.ส.เขต พรรคพท.ได้ประสานให้เป็นตัวแทนรับฟังเสียงสะท้อนเพื่อแก้ปัญหาให้กับประชาชน ทั้งเรื่องการจัดหาหน้ากากอนามัย และเจลแอลกอฮอล์อุปกรณ์ในการป้องกันการแพร่เชื้อไวรัสโควิด รวมทั้งเป็นตัวแทนให้กับประชาชนในการประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ แก้ปัญหาไม่ต้องให้ประชาชนต้องเดินทางไปรวมตัวกันที่หน่วยงานรัฐช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะนี้พบว่าปัญหาสำคัญภายหลังที่จังหวัดต่างๆได้ออกคำสั่งให้ห้างร้านปิดการให้บริการ เพื่อลดการติดเชื้อไวรัสโควิด ทำให้ประชาชนที่รับค่าจ้างรายวันต้องขาดรายได้ระหว่างที่รอกักตัวและรอคำสั่งให้ห้างร้านเปิดทำการได้ กลายเป็นปัญหาค่าครองชีพที่รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินเยียวยา ผ่านมาตรการทางด้านเศรษฐกิจให้กับประชาชนอย่างรวดเร็ว เพื่อแก้ปัญหาเฉพาะหน้าด้านค่าครองชีพให้กับประชาชน เพราะหากปล่อยให้ประชาชนขาดรายได้ที่จะไปใช้จ่ายเพื่อดูแลปากท้องของแต่ละคนและครอบครัวเป็นเวลานาน อาจจะมีปัญหาทางสังคมตามมา เช่น การก่ออาชญากรรม จี้ ปล้น ลักทรัพย์ เป็นปัญหาซ้อนปัญหาให้รัฐบาลต้องแก้ปัญหาเพิ่มขึ้นมาอีก
 
น.อ.อนุดิษฐ์ กล่าวอีกว่า ส่วนมาตรการเยียวยาทางภาคเศรษฐกิจที่กระทรวงการคลังมีแนวคิดจะออกพ.ร.ก.กู้เงินประมาณ 2 แสนล้านบาทนั้น ในส่วนของพรรคพท.ต้องขอบคุณรัฐบาลที่ให้ความสำคัญและดำเนินการตามข้อเสนอของพรรคพท.เกือบทั้งหมด แม้จะยังไม่ครบทุกข้อก็ตามที่ต้องเร่งดำเนินการ คือขับเคลื่อนมาตรการเยียวยาทั้งภาคแรงงาน และภาคธุรกิจให้เกิดขึ้นโดยเร็วเพื่อให้ประชาชนมีเงินมาจับจ่ายในเรื่องค่าครองชีพ โดยรัฐบาลต้องใช้งบประมาณที่มีอยู่ให้มีประสิทธิภาพและเหมาะกับสถานการณ์ที่จะต้องนำงบประมาณมาแก้วิกฤตไวรัสโควิด-19ให้มากที่สุด เพราะหากดูรายละเอียดของงบประมาณปี 63 จะเห็นว่านอกจากงบกลางที่มีอยู่ 9 หมื่นล้านบาทแล้ว รัฐบาลสามารถดึงงบประมาณและชะลอโครงการที่ยังไม่จำเป็นเร่งด่วนออกไปก่อนได้ เช่น โครงการจัดซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ของกระทรวงกลาโหม การสร้างอาคารสถานที่ราชการใหม่ งบฝึกศึกษาอบรมในต่างประเทศ เป็นต้น หากเช็กให้ละเอียดในทุกกระทรวง ทบวง กรม จะมีวงเงินอยู่ประมาณ 7-8 หมื่นล้านบาท เมื่อนำมารวมกับงบกลางฯก็จะได้งบประมาณเกือบ 2 แสนล้านบาทมาแก้ปัญหาเยียวยาให้กับประชาชนแล้ว หากยังไม่พอและมีความจำเป็นต้องออกพ.ร.ก.กู้เงินก็ต้องกู้ ฝ่ายค้านก็ไม่คัดค้าน แต่ขอให้รัฐบาลมีวินัยทางการเงินที่เคร่งครัด เพื่อลดภาระการกู้เงินของประเทศให้น้อยที่สุด
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่