คำตอบที่ได้รับเลือกจากเจ้าของกระทู้
ความคิดเห็นที่ 8
เราเคย google ประเด็นคล้ายๆ กันนี้นะคะ มันมีอยู่ในหลายบทความ หลายข้อมูลอ้างอิง ทั้งไทยและตปท.ค่ะ
ยังไงลองเสิชดูก็ได้ค่ะ มันเยอะ และเราก็จำรายละเอียดไม่ได้มากนัก
ทำไมมนุษย์ถึงเชื่อเรื่องเวทมนต์
มนุษย์ต้องการที่พึ่ง ที่ยึดเหนี่ยว ตัวช่วย .... ฯลฯ จะเรียกว่าอะไรดี เรียกได้หลายอย่างค่ะ
เพื่ออ้อนวอน ร้องขอ ให้ดลบันดาลอะไรให้ได้ดั่งใจ
มันก็เป็นเรื่องความต้องการพื้นฐาน หรืออารมณ์ ความรู้สึกพื้นฐานของคนค่ะ
คือ มีรัก โลภ โกรธ หลง กลัว อยากได้สิ่งต่างๆ ที่ทำให้เป็นสุขกาย สุขใจ....... ฯลฯ
ก็ต้องการที่พึ่งทางกายทางใจ ต้องการตัวช่วย
ตัวช่วยก็มีหลายแบบ เช่น เอาวัตถุ เอาสถานที่ เอาพิธีกรรม เอาบุคคล เอาปรากฎการณ์ธรรมชาติ
เอาเทพเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และอีกสารพัดสิ่ง มาสมมติขึ้นมา สร้างให้มีคุณค่าบางอย่าง
แล้วก็ยึดมั่นไว้ เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจ
ต้นกำเนิดมาจากชนชาติไหนคัรบ
เวทมนต์ หรือจะเรียกรวมๆ ว่า อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ต่างๆ มีอยู่ในตำนาน ในบันทึกโบราณของหลายชนชาติค่ะ
เราก็ไม่แน่ใจว่า มันมีต้นกำเนิดที่สืบสาวไปต้นทางจนไปสุดที่ไหน แต่เราคิดว่า ไม่มีชาติใดชาตินึงเป็นผู้คิดค้นหรอกค่ะ
ไอ้ความรู้สึกต้องการตัวช่วยเนี่ย มันมีอยู่ในใจปุถุชนทุกคนค่ะ ไม่ว่าจะชนชาติไหน แล้วก็จะแสดงออกในรูปแบบที่ต่างกันบ้าง
หรือเหมือนกันบ้าง เช่น ถ้าสมัยโบราณ ก็จะเอาปรากฎการณ์ธรรมชาติเป็นหลักก็มี เอาบุคคลยกขึ้นมาก็มี
เอาต้นไม้ ก้อนหิน สถานที่ สัตว์ โอ่ย สารพัดค่ะ ถูกแต่งตั้ง ถูกสมมติให้มีคุณค่าทางใจอะไรบางอย่าง
คุณคิดว่าเพราะอะไร หรือมันมีอยุ่จริงในบางยุคสมัย
ที่คนเชื่อหรือยึดถือเรื่องพวกนี้ ก็มีหลายเหตุผล
1. อย่างที่บอกว่า คนต้องการหาที่พึ่ง ตัวช่วย ให้ดลบันดาล ช่วยให้สมหวังในเรื่องต่างๆ
ไม่ว่าจะร่ำรวย มีชื่อเสียง ไม่เจ็บป่วย ไม่โดนภัยธรรมชาติ ไม่เกิดอุบัติเหตุ ฯลฯ
คนเหล่านี้ ไม่ว่าสิ่งที่ยึดถือนั้นจะจริงหรือไม่ ดลบันดาลให้ได้จริงหรือไม่
ขอแค่ "มีอะไรสักอย่างให้ยึดเหนี่ยวจิตใจ" ก็พอใจในระดับนึง
2. ก็เพราะ อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ มันมีจริงไงคะ?
คือ เราก็ไม่ใช่พวกสนใจ ชอบในเรื่องพวกนี้นะคะ แต่ไม่ปฏิเสธว่า มันมีอยู่จริง
แต่อะไรจริง อะไรไม่จริง คงพิสูจน์กันยากหน่อยถ้าจะเอาความรู้ของมนุษย์มาวัด
ถ้าเป็นในทางพุทธ การฝึกเดิน ฝึกวิ่ง ฝึกเล่นดนตรี ฝึกภาษา ฝีกทักษะทางสมอง ฯลฯ
ไม่ว่าคุณศึกษาและฝึกอะไรอย่างถูกต้อง คุณจะทำสิ่งนั้นได้คล่องขึ้น พัฒนาขึ้น
สิ่งที่ดูมหัศจรรย์หลายสิ่ง อย่างการใช้พลังงานไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ มากมาย
เครื่องจักร เครื่องยนต์ จนมาถึงระบบอินเตอร์เน็ต สมาร์ทโฟน ฯลฯ
นี่คือผลของการศึกษา ฝึกฝน พัฒนาของคน ที่เอาปัจจัยที่มีอยู่ตามธรรมชาติ
มาประดิษฐ์คิดค้น สิ่งที่สร้างความน่าเหลือเชื่อมากมาย ลองนึกดูเนอะ ทีวี ตู้เย็น คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน ฯลฯ
อะไรพวกนี้ มันน่าทึ่งมากๆ ที่คนเราคิดค้นสร้างมาได้
ถ้าเรียกรวมๆ ทางโลก เราเรียกว่า เทคโนโลยีทางวัตถุ ละกันค่ะ
เช่นเดียวกัน ในทางพุทธเชื่อว่า ถ้าคุณศึกษา ฝึกฝน พัฒนาจิตใจอย่างถูกต้อง (มันก็มีวิธี มีศาสตร์ของมันอยู่)
จิตใจก็จะทำสิ่งมหัศจรรย์ได้หลายอย่างเกินกว่าที่ปุถุชนจะทำได้
หรือที่เรียกว่า อิทธิปาฏิหาริย์ก็ได้ค่ะ (แต่จะทำอะไรได้บ้างนั้น ลองไปหาข้อมูลดูนะคะ)
เราเรียกมันอีกอย่างว่า มันคือ เทคโนโลยีทางจิต ค่ะ
ที่เขียนมาข้างบน ไม่ใช่ความเห็นเราโดยตรงนะคะ เป็นการประมวลรวมจากที่เคยได้รับรู้มาหลายแหล่ง
ส่วนใครสนใจศึกษาทางพุทธ คนที่พูดเรื่องพวกนี้ไว้ได้เข้าใจง่าย ได้อย่างละเอียดท่านนึงเลย
คือ หลวงพ่อประยุทธ์ ปยุตโต ค่ะ
สรุปว่า โดยส่วนตัว เราไม่ยึดมั่น ไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้ ในแง่หวังจะพึ่งพาเวทมนต์ พึ่งพาอิทธิฤทธิ์ต่างๆ
แต่เราไม่ปฏิเสธว่า มันมีอยู่จริง และเราคิดว่า มันพิสูจน์ยากหน่อยสำหรับปุถุชนทั่วไปว่าอะไรมันจริง หรือไม่จริง
เพราะฉะนั้น แต่ละคน ก็ใช้วิจารณญาณกันเอาเอง
ไม่ใช่ทุกเรื่องเล่า ทุกเวทมนต์ ทุกเรื่องปาฏิหาริย์ที่ได้ยินมา มันจะเป็นจริงไปทั้งหมดค่ะ
มันก็มีเรื่องเล่า ตำนาน เรื่องโกหกปนอยู่เยอะค่ะ
แต่ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีอยู่ ก็ลองไปศึกษาเพิ่มเติมกันดูค่ะ^^
ยังไงลองเสิชดูก็ได้ค่ะ มันเยอะ และเราก็จำรายละเอียดไม่ได้มากนัก
ทำไมมนุษย์ถึงเชื่อเรื่องเวทมนต์
มนุษย์ต้องการที่พึ่ง ที่ยึดเหนี่ยว ตัวช่วย .... ฯลฯ จะเรียกว่าอะไรดี เรียกได้หลายอย่างค่ะ
เพื่ออ้อนวอน ร้องขอ ให้ดลบันดาลอะไรให้ได้ดั่งใจ
มันก็เป็นเรื่องความต้องการพื้นฐาน หรืออารมณ์ ความรู้สึกพื้นฐานของคนค่ะ
คือ มีรัก โลภ โกรธ หลง กลัว อยากได้สิ่งต่างๆ ที่ทำให้เป็นสุขกาย สุขใจ....... ฯลฯ
ก็ต้องการที่พึ่งทางกายทางใจ ต้องการตัวช่วย
ตัวช่วยก็มีหลายแบบ เช่น เอาวัตถุ เอาสถานที่ เอาพิธีกรรม เอาบุคคล เอาปรากฎการณ์ธรรมชาติ
เอาเทพเทวดา สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และอีกสารพัดสิ่ง มาสมมติขึ้นมา สร้างให้มีคุณค่าบางอย่าง
แล้วก็ยึดมั่นไว้ เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจ
ต้นกำเนิดมาจากชนชาติไหนคัรบ
เวทมนต์ หรือจะเรียกรวมๆ ว่า อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ต่างๆ มีอยู่ในตำนาน ในบันทึกโบราณของหลายชนชาติค่ะ
เราก็ไม่แน่ใจว่า มันมีต้นกำเนิดที่สืบสาวไปต้นทางจนไปสุดที่ไหน แต่เราคิดว่า ไม่มีชาติใดชาตินึงเป็นผู้คิดค้นหรอกค่ะ
ไอ้ความรู้สึกต้องการตัวช่วยเนี่ย มันมีอยู่ในใจปุถุชนทุกคนค่ะ ไม่ว่าจะชนชาติไหน แล้วก็จะแสดงออกในรูปแบบที่ต่างกันบ้าง
หรือเหมือนกันบ้าง เช่น ถ้าสมัยโบราณ ก็จะเอาปรากฎการณ์ธรรมชาติเป็นหลักก็มี เอาบุคคลยกขึ้นมาก็มี
เอาต้นไม้ ก้อนหิน สถานที่ สัตว์ โอ่ย สารพัดค่ะ ถูกแต่งตั้ง ถูกสมมติให้มีคุณค่าทางใจอะไรบางอย่าง
คุณคิดว่าเพราะอะไร หรือมันมีอยุ่จริงในบางยุคสมัย
ที่คนเชื่อหรือยึดถือเรื่องพวกนี้ ก็มีหลายเหตุผล
1. อย่างที่บอกว่า คนต้องการหาที่พึ่ง ตัวช่วย ให้ดลบันดาล ช่วยให้สมหวังในเรื่องต่างๆ
ไม่ว่าจะร่ำรวย มีชื่อเสียง ไม่เจ็บป่วย ไม่โดนภัยธรรมชาติ ไม่เกิดอุบัติเหตุ ฯลฯ
คนเหล่านี้ ไม่ว่าสิ่งที่ยึดถือนั้นจะจริงหรือไม่ ดลบันดาลให้ได้จริงหรือไม่
ขอแค่ "มีอะไรสักอย่างให้ยึดเหนี่ยวจิตใจ" ก็พอใจในระดับนึง
2. ก็เพราะ อิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ มันมีจริงไงคะ?
คือ เราก็ไม่ใช่พวกสนใจ ชอบในเรื่องพวกนี้นะคะ แต่ไม่ปฏิเสธว่า มันมีอยู่จริง
แต่อะไรจริง อะไรไม่จริง คงพิสูจน์กันยากหน่อยถ้าจะเอาความรู้ของมนุษย์มาวัด
ถ้าเป็นในทางพุทธ การฝึกเดิน ฝึกวิ่ง ฝึกเล่นดนตรี ฝึกภาษา ฝีกทักษะทางสมอง ฯลฯ
ไม่ว่าคุณศึกษาและฝึกอะไรอย่างถูกต้อง คุณจะทำสิ่งนั้นได้คล่องขึ้น พัฒนาขึ้น
สิ่งที่ดูมหัศจรรย์หลายสิ่ง อย่างการใช้พลังงานไฟฟ้า เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ มากมาย
เครื่องจักร เครื่องยนต์ จนมาถึงระบบอินเตอร์เน็ต สมาร์ทโฟน ฯลฯ
นี่คือผลของการศึกษา ฝึกฝน พัฒนาของคน ที่เอาปัจจัยที่มีอยู่ตามธรรมชาติ
มาประดิษฐ์คิดค้น สิ่งที่สร้างความน่าเหลือเชื่อมากมาย ลองนึกดูเนอะ ทีวี ตู้เย็น คอมพิวเตอร์ สมาร์ทโฟน ฯลฯ
อะไรพวกนี้ มันน่าทึ่งมากๆ ที่คนเราคิดค้นสร้างมาได้
ถ้าเรียกรวมๆ ทางโลก เราเรียกว่า เทคโนโลยีทางวัตถุ ละกันค่ะ
เช่นเดียวกัน ในทางพุทธเชื่อว่า ถ้าคุณศึกษา ฝึกฝน พัฒนาจิตใจอย่างถูกต้อง (มันก็มีวิธี มีศาสตร์ของมันอยู่)
จิตใจก็จะทำสิ่งมหัศจรรย์ได้หลายอย่างเกินกว่าที่ปุถุชนจะทำได้
หรือที่เรียกว่า อิทธิปาฏิหาริย์ก็ได้ค่ะ (แต่จะทำอะไรได้บ้างนั้น ลองไปหาข้อมูลดูนะคะ)
เราเรียกมันอีกอย่างว่า มันคือ เทคโนโลยีทางจิต ค่ะ
ที่เขียนมาข้างบน ไม่ใช่ความเห็นเราโดยตรงนะคะ เป็นการประมวลรวมจากที่เคยได้รับรู้มาหลายแหล่ง
ส่วนใครสนใจศึกษาทางพุทธ คนที่พูดเรื่องพวกนี้ไว้ได้เข้าใจง่าย ได้อย่างละเอียดท่านนึงเลย
คือ หลวงพ่อประยุทธ์ ปยุตโต ค่ะ
สรุปว่า โดยส่วนตัว เราไม่ยึดมั่น ไม่ค่อยสนใจเรื่องพวกนี้ ในแง่หวังจะพึ่งพาเวทมนต์ พึ่งพาอิทธิฤทธิ์ต่างๆ
แต่เราไม่ปฏิเสธว่า มันมีอยู่จริง และเราคิดว่า มันพิสูจน์ยากหน่อยสำหรับปุถุชนทั่วไปว่าอะไรมันจริง หรือไม่จริง
เพราะฉะนั้น แต่ละคน ก็ใช้วิจารณญาณกันเอาเอง
ไม่ใช่ทุกเรื่องเล่า ทุกเวทมนต์ ทุกเรื่องปาฏิหาริย์ที่ได้ยินมา มันจะเป็นจริงไปทั้งหมดค่ะ
มันก็มีเรื่องเล่า ตำนาน เรื่องโกหกปนอยู่เยอะค่ะ
แต่ไม่ได้หมายความว่ามันไม่มีอยู่ ก็ลองไปศึกษาเพิ่มเติมกันดูค่ะ^^
แสดงความคิดเห็น
ทำไมมนุษย์ถึงเชื่อเรื่องเวทมนต์ ต้นกำเนิดมาจากชนชาติไหนคัรบ
คุณคิดว่าเพราะอะไร หรือมันมีอยุ่จริงในบางยุคสมัย
ใครพอมีข้อมูลมาแชร์กันคัรบ ขอบพระคุณมากครับ