ตรวจโควิดที่สิงค์โปร์

สวัสดีค่ะ อยากมาเล่าแชร์ประสบการ์การป่วยของจขกท และวิธีการควบคุมโรคระบาดในประเทศสิงค์โปร์

จขกท เป็นแอร์อยู่สายการบินหนึ่ง มีครอบครัวตั้งรกรากที่นี่ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม บินกลับมาจาก LA ตอนบินกลับก็ไม่ได้มีอาการว่าจะป่วยแต่คัดจมูกมีน้ำมูกนิดหน่อยตามประสาคนแพ้อากาศ แต่คืนวันที่ 22 มีนาคมอยู่ดีๆก็รู้สึกเจ็บคอในใจคิดว่าเมื่อเช้าตะโกนดุลูกเยอะแน่ๆเลย ปรากฎว่าคืนนั้นแทบไม่ได้นอน เช้าวันจันทร์ก็เลยไปหาหมอที่คลินิก

ไปถึงคุณหมอทราบว่าเป็นแอร์แล้วเพิ่งบินกลับมา เขาก็จัดกลุ่มเราอยู่ที่ high risk พอตรวจการหายใจที่ปอดเสร็จคุณหมอบอกว่าไม่น่ามีอะไร แต่เดี๋ยวจะเรียกรถพยาบาลมาเพราะยูต้องไปตรวจโควิด

ตอนนี้ไม่ว่าใครที่ผ่านการเดินทางมาต้องไปตรวจหมดเลยค่ะ แล้วแอร์ก็อยู่ในพวก high risk ตอนนี้ไฟลท์บินแทบไม่มีแล้วค่ะ ส่วนใหญ่เป็น rescue flight ที่นำคนของประเทศเขากลับมาบ้าน

จขกร แอบตื่นเต้นและแอบกลัว น้ำมูกก็เริ่มไหลไม่หยุด สั่งน้ำมูกเป็นม้วนๆ นึกในใจ สั่งยามาให้ตรูก่อนได้ไหม!!

ตอนไปหาหมอ 10โมงเช้า ได้ตรวจตอน 10.30 และรถพยาบาลมาตอน 1045

 
พ่อหนุ่มรูปงาม (มองไม่เห็นหน้าไม่ต้องเบลอก็ได้ค่ะ) เดินดุ่มๆมา ยูชื่อ...ใช่ไหม โอเคมีจดหมายของคุณหมอไหม.. โอเค ไปกัน

พอขึ้นรถพยาบาลไป กลิ่นแอลกอฮอล์ ดิสอินเฟค กระจายทั่วรถ จขกทชวนคุยนิดหน่อย 10นาทีก็ถึงรพ. ผู้ช่วยพยาบาลบอกว่า ตอนนี้ยุ่งมาก วิ่งไปรับคนมาตรวจไม่หยุด จขกร ก็ขอบคุณเขาที่เขาเสียสละเวลาและ ชีวิตเพื่อสู้กับโรคนี้

ถึงโรงพยาบาลแล้วค่ะ


มีการจัดแบ่งสัดส่วนอย่างดี จะเห็นว่าบนทางเดินมาการมาร์ค X เว้นระยะห่างอย่างชัดเจน บุคลากรทุกท่านมีชุดป้องกันอย่างดี
เชคชื่อเชคประวัติ
เดินตามรอยประ เว้นระยะห่าง
เราวัดความดัน วัดอุณหภูมิ เรียบร้อยแล้วก็นั่งที่ค่ะ เขามีน้ำมาให้ 1 ขวด



เราต้องมาทำแบบสอบถาม ว่าไปไหนมา เคย Quoarantine, Stay at home notice หรือ Leave if absent ไหม ไปไหนมาล่าสุด กากบาทเสร็จแล้วก็นั่งรอค่ะ

อากาศหนาวมาก ดีนะที่จขกร เตรียมเสื้อแจ๊คเกตกับใส่ขายาวไป

 
เวลาเราออกไปข้างนอกตอนนี้ก็ใส่หน้ากากตลอด จริงๆ จขกรก็มั่นใจในระดับหนึ่งว่าเราน่าจะโอเค แต่เพื่อความแน่ใจ ได้ตรวจก็ดีค่ะเพราะมีลูกๆและคนแก่ที่บ้าน เราไม่อยกกระจายเชื้อให่คนที่เรารัก

ตอนเดินเข้าไปทราบเลยว่าทางรัฐบาลที่นี่มีการจัดการ มาตราการที่เข้มงวด และทุ่มทุนให้กับสถานการณ์แบบนี้
สักพักมีคนมาลงทะเบียนโต๊ะข้างๆ นางต้องจ่ายเงินเพราะนางไม่ใช่คนสิงค์โปร์ อ้าวซวยแล้วไม่ได้หยิบบัตรมา มีเงินสดนิดเดียวเอง
พอถึงคิวเรา..(อ๋อลืมบอกระหว่างรอ ไม่มีการเดินเพ่นพ่านนะคะ นั่งโต๊ะใครโต๊ะมัน) เขาขอดูบัตร จขกร เป็นPermenant Residents (PR) ใจตุ๊บๆๆๆเสียตังค์กี่บาทว้า $$0 ไม่เสียค่ะ

เสร็จแล้วก็รอๆๆๆ จขกร สงสัยว่าทำไมเขาต้องปรับแอร์ให้มันหนาวผิดปกติ ใครทราบบอกด้วยนะคะ..

สักพักมีนางพยาบาลเรียกให้ไป X-Ray, พอกลับมานั่งที่คุณหมอ ก็ลากเครื่องคอมมาตรวจเราที่โต๊ะที่เรานั่งเลยค่ะเชคปอด ดูผล X-Ray สรุปไม่มีปัญหาที่ปอด รอทำเทส แล้วรอ 24 ชม ถ้ามีเชื้อโควิด ภายใน 24 ชม จะโทรบอกแล้วจะมารับตัวเราจากบ้านไปรักษา

พอเสร็จก็จากไป นางพยาบาลอีกท่านก็มาเอาแท่งไม้ยาวๆ ชิ้นเล็กๆ ตรงปลายมาสำลีม้วนๆ นางบอก

พยาบาล: สวัสดีค่ะ ตอนนี้เราจะทำ swap กันนะ ฉันขอบอกก่อนว่า จขกร จะต้องร้องไห้
จขกท: คุณพยาบาลจะแหย่เข้าไปในจมูกลึกใช่ไหมคะ
พยาบาล: ใช่ค่ะลึกมากๆ
ทนเจ็บไปแยงจมูกข้างละที..

ตอนนี้ก็ผ่าน 24 ชมแล้ว จขกรอาการเจ็บคอเป็นหวัดก็ดีขึ้นแต่จะกักตัวเองยาวไป ไหนๆก็ไม่มีงานแล้วค่ะ

The result of your test done at NCID/TTSH is NEGATIVE (NOT DETECTED). 

จขกท อยากจะแชร์แบ่งปันประสบการณ์การจัดการของประเทศเพื่อนบ้าน และความเป็นระเบียบของเขา หวังว่าทุกคนจะทำตามกฎ อยู่บ้านลดการเสี่ยงติดเชื้อ ขอขอบพระคุณบุคลากรทุกคนทุกที่ทั่วโลก ที่เสียสละเวลาและชีวิตทำหน้าที่ของตัวเองอย่างหนัก เพื่อต่อสู้กับโรคนี้ พวกเราจะสู้มันไปด้วยกัน อยู่บ้านงดออกจากบ้านนะค!
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่