ไม่กี่นาทีที่ผ่านมา คนที่อยู่ในเกาะอังกฤษได้นัดหมายกันออกมายืนปรบมือให้กำลังใจต่อเจ้าหน้าที่ในโรงพยาบาลทุกคนที่กำลังต่อสู้กับไวรัสร้าย ดั่งกระหึ่มทั่วเกาะอังกฤษ
สถานการณ์ในอังกฤษตอนนี้มีเคสเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่ผมเรียนไปในกระทู้สุดท้ายว่า รัฐบาลอังกฤษคาดการณ์เอาไว้ตั้งแต่เดือนมกราคมแล้วว่าเชื้อแพร่มายุโรปแน่ และตอนนี้เขาคาดคะเนว่าเคสคงหลักหลายหมื่นหรืออาจจะทะลุแสน รัฐบาลอังกฤษยอมรับว่าไม่สามารถตรวจทุกคนได้ จึงได้ออกมาตรการล็อคดาวน์ "ยาแรง" ไม่ให้คนออกจากบ้านและพบปะกันสองคนขึ้นไป ปิดร้านอาหาร แหล่งบันเทิงทุกประเภท พร้อมๆ กันรัฐได้ออกแอฟพลิเคชั่นให้ประชาชนดาวน์โหลดรายงานสุขภาพประจำวัน ซึ่งผลรายงานจะถูกส่งไปศูนย์ข้อมูล วิจัยและมอนิเตอร์เพื่อหาตัวเลขที่แม่นยำใกล้เคียงข้อเท็จจริง และในกรณีที่เราติดเชื้อหรือสงสัยว่าจะติดเชื้อ เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อเราได้ด้วยข้อมูลส่วนตัวที่เรากรอกลงในแอป
ที่เล่าให้ฟังตรงนี้ไม่ได้เปรียบเทียบอะไรกับประเทศไทยนะ รัฐบาลอังกฤษทีมงานที่ปรึกษานากยก แพทย์ พยาบาล ตำรวจ ตอนนี้ทำงานหนักมาก ตำรวจต้องตระเวณตรวจทุกละแวกว่ามีการพบปะสังสรรค์กันไหม? แพทย์ (ผมมีเพื่อนที่เป็นแพทย์ในโรงพยาบาลที่อังกฤษหลายสิบคน) ทำงานหามรุ่งหามค่ำ ทั้งจูเนียร์ ซีเนียร์ รวมถึงมีการเรียกตัวนายแพทย์ พยาบาล ที่เกษียณแล้วมาเตรียมรับมือเจ้าไวรัสร้าย ทีมงานวิจัยยารักษาก็เร่งวิจัยคาดว่าคงจะดำเนินการ trial ได้ไม่ช้านี้ รัฐบาลเตรียมแผนรับมือ (ไหวไม่ไหวรู้กัน?) และตั้งทีมทั้งด้านโควิด เศรษฐกิจ และ จิตวิทยา (อันนี้ไว้เยี่ยวยาสภาพจิตใจประชาชน)
ส่วนทางการภาคประชาชน แน่นอนว่ามีพวกที่ยังไม่เชื่อฟังรัฐบาลจำนวนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่คนอังกฤษมี discipline สูงในเรื่องนี้ การให้ความร่วมมือจึงไม่ใช่น่าจะเป็นที่น่าห่วงมากนัก กระนั้นทุกๆ พื้นที่จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจตราตลอด ประชาชนบางส่วนก็ตั้งทีมจิตอาสาช่วยภาคด้วย ผมยังเชื่อมืออังกฤษเสมอว่า สุดท้ายจะเอาอยู่ แม้ตัวเลขในขณะนี้จะสูงขึ้นทุกวัน
เป็นกำลังใจให้ทุกคนทั่วโลกครับ
....เสียงปรบมือให้ แพทย์ พยาบาล กระหึ่มทั่วเกาะอังกฤษ..../วชรน
สถานการณ์ในอังกฤษตอนนี้มีเคสเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่ผมเรียนไปในกระทู้สุดท้ายว่า รัฐบาลอังกฤษคาดการณ์เอาไว้ตั้งแต่เดือนมกราคมแล้วว่าเชื้อแพร่มายุโรปแน่ และตอนนี้เขาคาดคะเนว่าเคสคงหลักหลายหมื่นหรืออาจจะทะลุแสน รัฐบาลอังกฤษยอมรับว่าไม่สามารถตรวจทุกคนได้ จึงได้ออกมาตรการล็อคดาวน์ "ยาแรง" ไม่ให้คนออกจากบ้านและพบปะกันสองคนขึ้นไป ปิดร้านอาหาร แหล่งบันเทิงทุกประเภท พร้อมๆ กันรัฐได้ออกแอฟพลิเคชั่นให้ประชาชนดาวน์โหลดรายงานสุขภาพประจำวัน ซึ่งผลรายงานจะถูกส่งไปศูนย์ข้อมูล วิจัยและมอนิเตอร์เพื่อหาตัวเลขที่แม่นยำใกล้เคียงข้อเท็จจริง และในกรณีที่เราติดเชื้อหรือสงสัยว่าจะติดเชื้อ เจ้าหน้าที่สามารถติดต่อเราได้ด้วยข้อมูลส่วนตัวที่เรากรอกลงในแอป
ที่เล่าให้ฟังตรงนี้ไม่ได้เปรียบเทียบอะไรกับประเทศไทยนะ รัฐบาลอังกฤษทีมงานที่ปรึกษานากยก แพทย์ พยาบาล ตำรวจ ตอนนี้ทำงานหนักมาก ตำรวจต้องตระเวณตรวจทุกละแวกว่ามีการพบปะสังสรรค์กันไหม? แพทย์ (ผมมีเพื่อนที่เป็นแพทย์ในโรงพยาบาลที่อังกฤษหลายสิบคน) ทำงานหามรุ่งหามค่ำ ทั้งจูเนียร์ ซีเนียร์ รวมถึงมีการเรียกตัวนายแพทย์ พยาบาล ที่เกษียณแล้วมาเตรียมรับมือเจ้าไวรัสร้าย ทีมงานวิจัยยารักษาก็เร่งวิจัยคาดว่าคงจะดำเนินการ trial ได้ไม่ช้านี้ รัฐบาลเตรียมแผนรับมือ (ไหวไม่ไหวรู้กัน?) และตั้งทีมทั้งด้านโควิด เศรษฐกิจ และ จิตวิทยา (อันนี้ไว้เยี่ยวยาสภาพจิตใจประชาชน)
ส่วนทางการภาคประชาชน แน่นอนว่ามีพวกที่ยังไม่เชื่อฟังรัฐบาลจำนวนหนึ่ง แต่ส่วนใหญ่คนอังกฤษมี discipline สูงในเรื่องนี้ การให้ความร่วมมือจึงไม่ใช่น่าจะเป็นที่น่าห่วงมากนัก กระนั้นทุกๆ พื้นที่จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจออกตรวจตราตลอด ประชาชนบางส่วนก็ตั้งทีมจิตอาสาช่วยภาคด้วย ผมยังเชื่อมืออังกฤษเสมอว่า สุดท้ายจะเอาอยู่ แม้ตัวเลขในขณะนี้จะสูงขึ้นทุกวัน
เป็นกำลังใจให้ทุกคนทั่วโลกครับ