ความในใจของลูกคนที่สอง

กระทู้คำถาม
วัสดีค่ะ 
 
       ฉันมีปัญหาทางใจที่แก้ไม่หายสักที นั้นก็คือเรื่อง พ่อแม่รักฉันน้อยกว่าผู้ชายคนโต 
เริ่มจาก ฉันเป็นคนหน้าตาไม่ดี ตัวดำ ดั้งแหมบ แต่ผู้ชายคนนั้นเขาหน้าตาดี ขาวและมักได้รับความสนใจจากญาติอยู่เสมอ คงเป็นเพราะค่านิยมชอบลูกชาย แต่ครอบครัวก็ไม่ใช่ครอบครัวคนจีนแต่อย่างใด
 
       พ่อมักจะให้สิ่งของที่ราคาสูงกว่ากับผู้ชายคนนั้นเสมอ เช่น มือถือ คอมพิวเตอร์ มอเตอไซต์ มีห้องก็ติดแอร์ให้ เรียนจบก็ซื้อไอโฟน มีรถยนต์ที่เขาเอาไว้ขับไปรับส่งว่าที่เมียเลวๆ แต่ต้องยอมรับว่าตอนเด็กๆเราเป็นคนไม่รักษาของ แต่ของที่พ่อซื้อมาให้ก็ไม่ใช่ของที่จะไม่พังง่าย และพ่อก็มักจะให้ของส่งต่อกับฉันเสมอ
 
       มาถึงแม่ แม่ของฉันคอยฝากให้ผู้ชายคนนั้นเข้าเรียนตั้งแต่ยังเด็ก ตั้งแต่มัธยมต้น/ปลาย รด. พอมหาวิทยาลัยก็คอยหาข่าวสารให้ พอทำงานก็คอยหาข่าวสาร ต้องเรียนต่อนั้นนี้ 
 
       เมื่อเรียนมหาวิทาลัยฉันเรียนในมหาวิทยาลัยอันดับต้นๆ สายสุขภาพ ไม่เคยต้องขอความช่วยเหลือในเรื่องนี้ สิ่งที่ขอแม่ส่วนใหญ่เป็นเรื่องเรียนภาษาอังกฤษ เมื่อสอบได้ไปต่างประเทศแบบแลกเปลี่ยน นี่คงเป็นเงินก้อนใหญ่สุดที่เคยได้ ฉันอยู่หอในโทรมๆ เคยมีปัญหากับเพื่อน จนต้องออกไปอยู่หอนอกด้วยเงินที่เหลืออยู่ไม่มาก โดยไม่บอกพ่อแม่ ของประทังชีวิตมี กล้วยกับขนมปัง ตอนนั้นน้ำหนักลดไป 7 กิโล พอเรียนปีสูงต้องย้ายไปอยู่ที่ใหม่ก็ได้อยู่หอในโทรมๆ  เทอมละ 2500  เดือนละประมาณ 500 ทั้งที่ตั้งใจว่าอยากอยู่หอนอก พ่อแม่เหมือนจะให้อยู่ แต่สุดท้ายฉันก็เลือกทนอยู่หอใน เพราะไม่อยากให้เขาเสียเงินมาก มีอยู่ช่วงหนึ่งอยากได้ไอแพดเอาไว้เรียน แต่พอมาคิดอีกทีก็คิดว่ายังไม่จำเป็น แต่ตอนนี้ลำบากมาก เพราะไม่มีอะไรจะใช้เรียน พ่อกับแม่ก็ไม่สนใจ โน๊ตบุ๊คที่มีก็เป็นของเหลือมาจากผู้ชายคนนั้น ถ้ามีกางเกงในพ่อแม่ก็คงให้ฉันใช้ต่อจากเขา
 
    ส่วนชีวิตของผู้ชายคนนั้น เขาได้อยู่หอนอก มีแอร์ มีมอร์เตอไซค์ขับ มีเมียมาเที่ยวเล่นให้ผสมพันธ์ อย่างสบายใจ ชีวิตเขาไม่เคยเจอความลำบาก 
 
    พ่อแม่มักจะมาหาฉันนานๆครั้ง บางช่วงนานหลายเดือน และช่วงนั้นก็เป็นตอนที่ผู้ชายคนนั้นเรียนจบ เขามาพร้อมกับพ่อแม่ที่จะมาเก็บของเมื่อเรียนจบ เราไปถึงที่หอพักของเขาสาย เพราะมีธุระบางอย่าง แต่ผู้ชายคนนั้นก็บอกว่าให้ไปรับเมียไปกินข้าวด้วย เราและแม่ที่เกลียดอินี่เข้าไส้ ก็งง เพราะไม่มีใครรู้ว่ามันจะมา ทันใดนั้นเองผู้ชายคนนั้นก็อารมณ์เสีย บอกให้พ่อจอดรถเพื่อลงไปหาเมียของเขา ต่อจากนั้นทุกคนในรถก็เริ่มทะเลาะกัน ฉันที่ไม่ได้เจอพ่อแม่มานานก็ต้องนั่งฟัง แต่นั้นยังไม่จบ เมื่อ ฉัน พ่อ แม่ ต้องออกไปอยู่โรงแรม เพื่อให้หมาเพศผู้และเมียได้ผสมพันธ์ในหอพักนั้น และนี่ก็เป็นวันที่ฉันตัดสินใจ ตัดพี่ตัดน้องกับผู้ชายคนนั้น และถึงแม้วันหนึ่งเขากำลังจะตายอยู่ข้างหน้าและฉันช่วยได้ ฉันก็คงช่วย แต่ช่วยให้เขาตายอย่างทรมานแทน  
 
  
    ตัดมาที่อีกเหตุการณ์แต่ขี้เกียจพิมพ์แล้ว มาที่ประเด็นว่าฉันถูกผู้ชายคนนั้นถีบ และฉันบีบคอเขากลับ ฉันก็รู้ว่าแม่ปกป้องผู้ชายคนนั้น มากกว่าฉัน ฉันบอกให้แม่เลือกมา ว่าจะเลือกฉันหรือผู้ชายคนนั้น แม่ไม่เลือก แต่ฉันยังมีสิทธิเลือกใช่ไหม ว่าจะไม่อยู่กับครอบครัวนี้ ที่เสเเสร้งว่าเห็นความสำคัญของฉัน สำหรับฉันมันเจ็บปวด ไม่รู้กี่วันๆที่นอนร้องไห้ การกลับบ้านไม่ทำให้มีความสุขอีกต่อไป เพาะมันไม่ใช่ที่ของฉันอีกแล้ว  พอเรียนจบอีกไม่นาน เมื่อมีเงินเลี้ยงตัวเองอยากหายไปจากชีวิตของพ่อแม่  เพราะเขามีลูกรักอยู่แล้ว  ทั้งบ้านทั้งรถที่ดิน ทองที่บอกว่าซื้อให้ฉัน ก็อยากจะให้พ่อแม่ยกให้ผู้ชายคนนั้นให้หมด  จะได้ให้รู้กันไป อยากให้เขาเจ็บปวดเหมือนที่ฉันเจ็บปวด 
 
     เคยตั้งใจว่าเรียนจบจะหาเงินให้ได้เยอะๆ พาพ่อแม่ไปเที่ยวต่างประเทศ พาไปกินอาหารดีๆ อยากได้อะไรก็จะซื้อให้ความตั้งใจไว้ว่าเมื่อเรียนจบก็อยากจะดูแลพ่อแม่ด้วยวิชาที่เรียนมา แต่ตอนนี้ไม่มั่นใจ ในใจบางครั้งโกรธเกลียดพ่อแม่มาก อยากให้ตาย และบางครั้งฉันเองก็อยากตายเหมือนกัน แต่ยังใจไม่แข็งพอจะฆ่าตัวตายจริงๆ แต่คงจะมีสักวันก็ได้  เพราะชีวิตนี้ก็ไม่มีอะไรอยู่แล้ว ไม่รู้จะอยู่เพื่อใคร 
 
      สุดท้ายนี้ ถ้าฉันมีลูก ก็คงเลือกมีแค่คนเดียว เพราะถ้าทำให้ลูกอีกคนรู้สึกว่าได้รับความรักจากพ่อแม่ไม่เท่ากัน หรือความรู้สึกมันขาด เหมือนที่ฉันเป็นตอนนี้ ก็คงไม่มีดีกว่า มันเห็นแก่ตัวเกินไป มันเป็นปมในใจที่ทำลายชีวิตคนๆหนึ่งได้ เคยถามพ่อแม่นะว่ารักเท่ากันไหม เขาก็บอกว่าเท่ากัน แต่มันคงไม่ใช่คำตอบที่ถูกต้องสักเท่าไหร่ เมื่อความจริงแล้ว มันต้องถามคนที่ได้รับว่ารู้สึก  เท่า  หรือเปล่า
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่