สิบปีผ่านไป เพิ่งมาแชร์
(รับทุนปี 2017-2018, แชร์ในเฟสส่วนตัว July 2018 เพิ่งมาแชร์ใน Pantip 2020
อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงในกระบวนการและขั้นตอน ขอให้ผู้ต้องการสมัครศึกษาวิธีและเงื่อนไขการสมัครด้วยตนเองอย่างละเอียด
ในนี้คือคร่าวๆ และเน้นความบันเทิง 555+)
Dzień dobry! จิ่นด๊อเบร๋
แปลว่า Good Morning หรือใช้แทนสวัสดีทุกเวลาได้
แต่โดยทั่วๆ ไปแล้วเห็นเพื่อนๆ คนโปลิชจะทักกันเองว่า Cześć! เราฟังว่าเชส
แต่ความจริงแล้วมันออกเสียงซับซ้อนกว่านี้
เอาเป็นว่าเกริ่นพอหอมปากหอมคอ มาดูรายละเอียดทุนกันดีกว่า
ด้านล่างนี่คือลิ้งค์การสมัครทุนวิจัย UNESCO/POLAND
http://www.unesco.org/new/en/fellowships/programmes/unesco-poland-co-sponsored-fellowships-programme-engineering/
ไม่มีความเครียดใดๆ ให้ต้องกังวล ดูหน้าทุกๆ คนในรูปสิ สมัครเลย สนุกแน่
นี่ภาพวันแรกที่เจอกันนะ 555+
(แต่ 2020 ไม่แน่ใจนะ ไม่แนะนำ ลองถามโคโรน่ากันเอาเอง 555)
ขั้นตอนการสมัคร
ก่อนอื่นต้องดูว่าประเทศของเรามีอยู่ lists ที่สามารถสมัครได้หรือเปล่า ซึ่งประเทศไทยนั้นมี
และเราก็เป็นรุ่นแรกของทุนนี้ (มีพี่สาวคนไทยร่วมชะตากรรมอีกหนึ่งคน)
โปรแกรมนี้ชื่อว่า Engineering Cycle 2017-2018 แค่ฟังชื่อก็ไม่อยากไปแล้ว
แต่!!! อย่าเพิ่งตกใจ เข้าไปดูรายละเอียดกันก่อน
ทุนนี้ครอบคลุมหลากหลายสาขาวิชา ตั้งแต่ วิศว วิทยาศาสตร์ ไปจนถึงสังคมและเศรษฐศาสตร์
ส่วนตัวเรานั้นจบการศึกษาด้านธรณีและเป้าหมายของเราคือขอสมัครงานวิจัยที่คิดว่าปวดหัวน้อยและสนุกมากที่สุด
นั่นก็คือ “Geotourism”
ตอนสมัคร โหมดคิดในใจ “มันคืออะไรฟร่ะ แต่น่าจะสนุก คงจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยา”
ซึ่งเราเคยเขียนบทความส่งเข้าประกวดเป็นคอลัมน์ใหม่ในการเรียนภาษาอังกฤษ
ตอนนั้นเราใช้ชื่อว่า Travel with Geologist ซึ่งตกรอบ แป่ววววว!!!
แต่ไม่อยากจะเชื่อว่าอะไรบางอย่างยังดึงเรามาจุดที่เราจะได้เขียนอะไรทำนองนี้จริงๆ (ชักจะยาวเกินจำเป็น ใครสนใจหลังไมค์จ้า)
ในการสมัครก็ทำตามเงื่อนไขในเวปไซด์ คร่าวๆ ก็มีใบสมัคร วุฒิการศึกษา หนังสือรับรองภาษาอังกฤษ
และ Recommendation Letters จากอาจารย์หรือหัวหน้างานของเรา รวมไปถึง Motivation Letter ของเราเองด้วย
จากนั้นก็รอๆ รอจนลืมไปเลยว่าเคยสมัครไว้ (สมัครช่วงมีนา)
แล้วการประกาศผลก็มาช่วงเดือนสิงหาคม (ทุนวิจัยระหว่างตุลาคม – มีนาคม)
ช่วงที่ letter of award มานี่ก็ดันไม่เปิดเมลล์อยู่สองสามวัน
ปรากฏว่า UNESCO สำนักงานใหญ่ที่กรุงแพรีส (555+) ต้องโทรมาตาม ว่าเอาหรือไม่เอา (ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงพะยะค่ะ)
จากนั้นก็ดำเนินการตรวจร่างกาย ส่งผล ทำวีซ่า จนได้ไปในที่สุด เย้!!!
ธงไทย ไม่มี เพิ่งมาครั้งแรก เค้าซื้อไม่ทัน
ภารกิจในโปแลนด์
งานหลักคืองานวิจัยที่เราได้สมัครมานั่นเอง
โดยต้องมีการพบปะอาจารย์ที่ปรึกษาอย่างน้อยทุกเดือน และมีรายงานเดือน (Monthly Report) ส่งยูเนสโก
ซึ่งต้องมี comment และลายเซ็นของอาจารย์ในรายงานนั้นๆ
งานรองที่เยอะมากจนรบกวนเวลาการทำงานหลัก คือกิจกรรมสากกะเบือยันเรือรบของยูเนสโก
ตั้งแต่การเข้า meeting ทุกวันจันทร์ – อังคาร บางอาทิตย์ก็หลายวันแล้วแต่อาจารย์ผู้จัด (555+)
นั่นก็คือโปรเฟสเซอร์สปิสโค่วววว (ชื่อยากมากมาย กว่าจะเรียกถูกก็จะจบโปรแกรมแล้ว)
ท่านศาสตราจารย์เป็นโปรเฟสเซอร์ด้าน Robotic และหลงรัก Engineering Stuffs เป็นชีวิตจิตใจ
ถึงขั้นแต่งเพลงให้เฟลโล่ววว (เหล่าบรรดาผู้รับทุนนี้จะเรียกว่า เฟลโล่ว) ได้เรียบเรียงทำนองกันทุกยุคทุกสมัย
ซึ่งปีนี้เราก็ได้ (1 ใน 5 คน) ให้เข้าร่วมร้องเพลงนี้เพื่อเป็นของขวัญให้เพื่อนๆ เฟลโล่วคนอื่นๆในวัน Christmas
บางครั้งพวกเราก็ต้องไปร้องเพลงที่ Club Professor สถานที่ลับแห่งมหาวิทยาลัย AGH University of Science and Technology
เพื่อเป็นการโชว์ผลงานกับผู้สนับสนุนหลักของ UNESCO/POLAND
ความบันเทิงนั้นมีมาบ้างประปรายเรื่อยๆ แต่ความ Assignments นี่เยอะมากจนแทบจะหลอนกับอีเมล์ที่เด้งเข้ามาสั่งงาน
ใครที่ไม่ชอบพรีเซ้นต์ซ้อมไว้ คุณได้สิทธิ์นั้นไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งแน่นอน
บางครั้งที่ต้องไปบรรยายให้กับคลาสนักเรียนโปแลนด์ฟัง ทำใจไว้เลยว่ากริบบบ กริ๊บบบบบ
ต่อให้มีมุกๆ ทุกคนก็จะสะกดขำของตัวเองไว้
ขนาดเพื่อนชาวโคลัมเบียเดินจู่โจมก็กริ๊บบบบ เงียบกริบ
เหงาาาาาาาาามาก 555
ใครไม่ชอบการเขียนซ้อมไว้ เพราะต้องเขียน Abstract นับไม่ถ้วน ตั้งแต่เรื่อง Library, Technology, Climate Changes
ไปจนถึง Sustainable Development กันอย่างสนุกสนาน
บางครั้งเราก็งงว่าทำไมต้องทำ เราไม่ได้เรียนมาด้านนี้
แต่พบว่าพอทำแล้วเราก็รู้สึกว่าเราได้รับความรู้ใหม่ๆ เพิ่มจากที่เราไม่เคยรู้มาก่อนเลย
ซึ่งทุกหัวข้อเขาจะให้เขียนเชื่อมโยงมายังข้อมูลประเทศของผู้รับทุนเอง
จนบางครั้งเพื่อนๆ ที่มาทำวิจัยครั้งนี้ก็มีมุขตลกไว้แกล้งกัน
ตัวอย่างเช่นเวลาไป technical visit ที่ใด เขาจะมีแบบสอบถาม
บางครั้งก็มีหัวข้อให้เขียน abstract ซึ่งจะมีข้อหนึ่งเขาจะถามว่า
สิ่งเหล่านี้มีที่ประเทศคุณหรือเปล่า?
ยกตัวอย่างเช่น 3D printing technology เพื่อนๆ เลยเอามาแซวกันเวลาไปเที่ยวว่า
Do you have Zakopane in your country?
ซึ่ง ซาโคพาเน่ คือที่สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในช่วงหน้าหนาว เช่นกิจกรรมการเล่นสกี
แล้วเฟลโล่วแต่ละคนมาจากประเทศที่ร้อนตับแล่บกันหมด 555+
สนุกมากจริงกับเพื่อนใหม่ที่นี่ มีความ สามซ่า ว๊าวๆๆ มาก
นอกจากนี้ยังมีการไปเยี่ยมชมคณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัย บริษัทชั้นนำ
และเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ที่มีชื่อเสียงในโปแลนด์เดือนละครั้ง
งานเสริมคือการเข้าเรียนกับเพื่อนๆ ในวิชาที่สามารถไปประยุกต์ใช้กับงานวิจัย ซึ่งเราเข้าเรียน 2 วิชาคือ Geology of the World และ Applied Geology
การเข้าเรียนนี้มีประโยชน์มาก เพราะเราจะได้เห็นวิธีการเรียนการสอนและได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมากมาย
ความประทับใจในโปแลนด์
1. สภาพอากาศ
ชอบบบบบบบบบบบบบบบบ
หนาวเย็นให้สะใจกันไปเลย ฮู้วววว์
นั่ง KLM จากไทยมาลง Amsterdam, Netherland แล้วพบเจอบรรยากาศนั่งรถบัสไปต่อเครื่องมา Krakow, Poland
หนาวจับใจ แม้จะเตรียมเสื้อมาแล้วก็มิได้เอาขึ้นใส่ (อ้าวผิดที่ใคร 555) แต่มีผ้าพันคอช่วยชีวิตไว้
ช่วงที่มาคือติด Autumn ซึ่งจากการอ่านรีวิวท่องเที่ยวมา โปแลนด์ได้ชื่อว่า The Golden Autumn
เพราะใบไม้กำลังผลัดใบเป็นสีเหลืองและร่วงหล่นรับฤดูหนาว
ซึ่งสวยงามสมคำร่ำลือขนาดได้ภาพในวันที่ฟ้าหม่นยังสวยจับใจ (เพ้อไปอี๊กกกกก)
ภาพว่าสวยแล้ว (หราาา) ของจริงนี่ตกอยู่ในภวังค์กันเลยทีเดียว
หลังจากนั้นก็หนาวพะยะค่ะ หนาวยาวๆ ไป
บางวันหิมะตกตอนเช้า ฝนตกตอนสาย แดดออกตอนบ่าย เฮ้ยยย...ฤดูอะไร
ตอนมาถึงมีแต่ผู้คนข่มขวัญว่าปีที่แล้วอุณหภูมิต่ำสุด -20 องศาเซลเซียส ปีนี้คาดว่าจะหนาวกว่านั้น
และแล้วหวยมาออกที่ -16 องศาเซลเซียส
โชคดีที่ Krakow เป็นเมืองที่ขึ้นชื่อด้านมลพิษ (โชคดี?)
จึงไม่สามารถมีหิมะตกหนาๆ ได้เท่ากับนอกเมือง
แต่เราชอบนอกเมืองหิมะหนาๆ มากกว่านะ ฟินนนนนนน!!!
ในวันที่ร้อน 20 องศาก็มี สบายๆ ใส่เสื้อชั้นเดียวได้ เบาๆ
ความฮาเบาๆ ที่ อัมสเตอร์ดัม ที่เรียกความง่วงเหงาให้ออกมาจากภวังค์
ระหว่างที่เดินไป transfer ตัวเองและสัมภาระ จากอัมสเตอร์ดัมไปคราคูฟ
ช่วงแสกนของอีกรอบ
เจ้าหน้าที่ : Hello, I will give you one basket, put your stuff in และบลาๆ
เรา : ใส่ของทุกอย่างที่ต้องแสกนอย่างงัวเงีย เพราะเวลานั้นน่าจะประมาณ ตีสามตีสี่ของเมืองไทย เราวางซ้อนๆ กันเรื่อยๆ
เจ้าหน้าที่ : Ok, I will give you one more basket before you creating a pyramid แล้วอมยิ้มเบาๆ
เรา : ตื่นจากภวงค์มาฮา 555+
สนุกแน่การมารอบนี้
ก็จะประมาณนี้ 555+
สังเกตว่า Local ไม่ค่อยหนาวกันเท่าไร แต่เราหนาวมากกกกกกก ก ไก่ ล้านตัว
เสื้อตัวนอกเพื่อนให้มาใส่อีกชั้น จำได้ว่าแค่ 4 องศา แต่ลมแรงมว๊ากกกก
2. คนโปลิช
ในวันแรกที่ต้องเดินทางมารายงานตัวที่ UNESCO Office
พวกเราเฟลโล่วทั้งหลายจะใช้การเดินเป็นหลัก จากหอพัก (ศูนย์รวมหอพักนักศึกษามากกว่า 9000 คน)
ไปยังมหาวิทยาลัย ระยะทางมากกว่า 1 กม. แต่เดินได้สบายมาก อากาศดีๆ ใช้เวลาประมาณไม่เกิน 15 นาทีในการเดิน
โดยส่วนตัวคิดว่าควรเดินเพราะไม่ได้ออกกำลังกาย
ระหว่างทางที่เดินนั้นพบว่า
โห...ทำไมคนประเทศนี้หน้าตาดี หุ่นดีจัง นึกว่าเดินอยู่บน Catwalk
ผู้หญิงก็ส๊วยสวย ผู้ชายก็ละมุ๊นนนละมุนนน รู้งี้มาเรียนที่นี่นานแล้วนะ (555+)
ไม่ได้โม้
คนที่นี่ค่อนข้างมีมารยาทมาก นิ่งเหมือนหุ่นยนต์
แต่ถ้าเราเข้าไปขอความช่วยเหลือก็จะพบว่าเป็นคนมีน้ำใจ พร้อมช่วยเหลือทุกคน
เรานั้นมีทั้งการขอความช่วยเหลือและโดนคนโปลิชเข้ามาขอความช่วยเหลือ
ไม่เข้าใจจริงๆ คนชอบมาพูดภาษาโปลิชด้วย หัวทองเยอะแยะมาถามหัวดำ คืออัลไล?
และพอเข้าไปสนิทกับเค้ามากๆ ก็จะพบว่าเขาก็ขี้เล่นสนุกสนานเหมือนเรานี่แหละ
และค่อนข้างจะเป็นประเทศ Patriotic เหมือนกัน
เด็กๆ วัยรุ่นรู้เรื่องการเมืองและสนทนากันในหัวข้อการเมืองและประวัติศาสตร์
และประเทศก็ยังคงมีความบอบช้ำจากสงครามโลกครั้งที่ 2 อยู่มาก
ไม่น่าเชื่อว่าเด็กๆ generation หลัง ยังคงได้รับการถ่ายทอดความเจ็บปวดของโปแลนด์จากสงครามโลกครั้งที่ 2
ซึ่งเราก็รู้สึกสงสารและเศร้าไปด้วย
มี staff ยูเนสโกหนึ่งคนคบอยู่กับชาวโปลิช เขาบอกว่าสิ่งที่เค้าแพ้ทางคนที่นี่มากที่สุดคือ kindness
ซึ่งเราก็เห็นด้วยจริงๆ น่ารักมากๆ
จากการเอาตัวไปคลุกคลีกับโปลิชล้วนนนแล้วนั้น
[CR] แชร์ประสบการณ์ทุน UNESCO/POLAND Co-Sponsored Fellowships Programme in Engineering cycle 2017A
ขั้นตอนการสมัคร
ก่อนอื่นต้องดูว่าประเทศของเรามีอยู่ lists ที่สามารถสมัครได้หรือเปล่า ซึ่งประเทศไทยนั้นมี
และเราก็เป็นรุ่นแรกของทุนนี้ (มีพี่สาวคนไทยร่วมชะตากรรมอีกหนึ่งคน)
โปรแกรมนี้ชื่อว่า Engineering Cycle 2017-2018 แค่ฟังชื่อก็ไม่อยากไปแล้ว
แต่!!! อย่าเพิ่งตกใจ เข้าไปดูรายละเอียดกันก่อน
ทุนนี้ครอบคลุมหลากหลายสาขาวิชา ตั้งแต่ วิศว วิทยาศาสตร์ ไปจนถึงสังคมและเศรษฐศาสตร์
ส่วนตัวเรานั้นจบการศึกษาด้านธรณีและเป้าหมายของเราคือขอสมัครงานวิจัยที่คิดว่าปวดหัวน้อยและสนุกมากที่สุด
นั่นก็คือ “Geotourism”
ตอนสมัคร โหมดคิดในใจ “มันคืออะไรฟร่ะ แต่น่าจะสนุก คงจะเป็นการท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยา”
ซึ่งเราเคยเขียนบทความส่งเข้าประกวดเป็นคอลัมน์ใหม่ในการเรียนภาษาอังกฤษ
ตอนนั้นเราใช้ชื่อว่า Travel with Geologist ซึ่งตกรอบ แป่ววววว!!!
แต่ไม่อยากจะเชื่อว่าอะไรบางอย่างยังดึงเรามาจุดที่เราจะได้เขียนอะไรทำนองนี้จริงๆ (ชักจะยาวเกินจำเป็น ใครสนใจหลังไมค์จ้า)
ในการสมัครก็ทำตามเงื่อนไขในเวปไซด์ คร่าวๆ ก็มีใบสมัคร วุฒิการศึกษา หนังสือรับรองภาษาอังกฤษ
และ Recommendation Letters จากอาจารย์หรือหัวหน้างานของเรา รวมไปถึง Motivation Letter ของเราเองด้วย
จากนั้นก็รอๆ รอจนลืมไปเลยว่าเคยสมัครไว้ (สมัครช่วงมีนา)
แล้วการประกาศผลก็มาช่วงเดือนสิงหาคม (ทุนวิจัยระหว่างตุลาคม – มีนาคม)
ช่วงที่ letter of award มานี่ก็ดันไม่เปิดเมลล์อยู่สองสามวัน
ปรากฏว่า UNESCO สำนักงานใหญ่ที่กรุงแพรีส (555+) ต้องโทรมาตาม ว่าเอาหรือไม่เอา (ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงพะยะค่ะ)
จากนั้นก็ดำเนินการตรวจร่างกาย ส่งผล ทำวีซ่า จนได้ไปในที่สุด เย้!!!
ภารกิจในโปแลนด์
งานหลักคืองานวิจัยที่เราได้สมัครมานั่นเอง
โดยต้องมีการพบปะอาจารย์ที่ปรึกษาอย่างน้อยทุกเดือน และมีรายงานเดือน (Monthly Report) ส่งยูเนสโก
ซึ่งต้องมี comment และลายเซ็นของอาจารย์ในรายงานนั้นๆ
งานรองที่เยอะมากจนรบกวนเวลาการทำงานหลัก คือกิจกรรมสากกะเบือยันเรือรบของยูเนสโก
ตั้งแต่การเข้า meeting ทุกวันจันทร์ – อังคาร บางอาทิตย์ก็หลายวันแล้วแต่อาจารย์ผู้จัด (555+)
นั่นก็คือโปรเฟสเซอร์สปิสโค่วววว (ชื่อยากมากมาย กว่าจะเรียกถูกก็จะจบโปรแกรมแล้ว)
ท่านศาสตราจารย์เป็นโปรเฟสเซอร์ด้าน Robotic และหลงรัก Engineering Stuffs เป็นชีวิตจิตใจ
ถึงขั้นแต่งเพลงให้เฟลโล่ววว (เหล่าบรรดาผู้รับทุนนี้จะเรียกว่า เฟลโล่ว) ได้เรียบเรียงทำนองกันทุกยุคทุกสมัย
ซึ่งปีนี้เราก็ได้ (1 ใน 5 คน) ให้เข้าร่วมร้องเพลงนี้เพื่อเป็นของขวัญให้เพื่อนๆ เฟลโล่วคนอื่นๆในวัน Christmas
บางครั้งพวกเราก็ต้องไปร้องเพลงที่ Club Professor สถานที่ลับแห่งมหาวิทยาลัย AGH University of Science and Technology
เพื่อเป็นการโชว์ผลงานกับผู้สนับสนุนหลักของ UNESCO/POLAND
ใครที่ไม่ชอบพรีเซ้นต์ซ้อมไว้ คุณได้สิทธิ์นั้นไม่ต่ำกว่า 5 ครั้งแน่นอน
ใครไม่ชอบการเขียนซ้อมไว้ เพราะต้องเขียน Abstract นับไม่ถ้วน ตั้งแต่เรื่อง Library, Technology, Climate Changes
ไปจนถึง Sustainable Development กันอย่างสนุกสนาน
บางครั้งเราก็งงว่าทำไมต้องทำ เราไม่ได้เรียนมาด้านนี้
แต่พบว่าพอทำแล้วเราก็รู้สึกว่าเราได้รับความรู้ใหม่ๆ เพิ่มจากที่เราไม่เคยรู้มาก่อนเลย
ซึ่งทุกหัวข้อเขาจะให้เขียนเชื่อมโยงมายังข้อมูลประเทศของผู้รับทุนเอง
จนบางครั้งเพื่อนๆ ที่มาทำวิจัยครั้งนี้ก็มีมุขตลกไว้แกล้งกัน
ตัวอย่างเช่นเวลาไป technical visit ที่ใด เขาจะมีแบบสอบถาม
บางครั้งก็มีหัวข้อให้เขียน abstract ซึ่งจะมีข้อหนึ่งเขาจะถามว่า
สิ่งเหล่านี้มีที่ประเทศคุณหรือเปล่า?
ยกตัวอย่างเช่น 3D printing technology เพื่อนๆ เลยเอามาแซวกันเวลาไปเที่ยวว่า
Do you have Zakopane in your country?
ซึ่ง ซาโคพาเน่ คือที่สถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงในช่วงหน้าหนาว เช่นกิจกรรมการเล่นสกี
แล้วเฟลโล่วแต่ละคนมาจากประเทศที่ร้อนตับแล่บกันหมด 555+
สนุกมากจริงกับเพื่อนใหม่ที่นี่ มีความ สามซ่า ว๊าวๆๆ มาก
นอกจากนี้ยังมีการไปเยี่ยมชมคณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัย บริษัทชั้นนำ
และเยี่ยมชมสถานที่ต่างๆ ที่มีชื่อเสียงในโปแลนด์เดือนละครั้ง
งานเสริมคือการเข้าเรียนกับเพื่อนๆ ในวิชาที่สามารถไปประยุกต์ใช้กับงานวิจัย ซึ่งเราเข้าเรียน 2 วิชาคือ Geology of the World และ Applied Geology
การเข้าเรียนนี้มีประโยชน์มาก เพราะเราจะได้เห็นวิธีการเรียนการสอนและได้รู้จักเพื่อนใหม่ๆ เพิ่มขึ้นมากมาย
ความประทับใจในโปแลนด์
1. สภาพอากาศ
นั่ง KLM จากไทยมาลง Amsterdam, Netherland แล้วพบเจอบรรยากาศนั่งรถบัสไปต่อเครื่องมา Krakow, Poland
หนาวจับใจ แม้จะเตรียมเสื้อมาแล้วก็มิได้เอาขึ้นใส่ (อ้าวผิดที่ใคร 555) แต่มีผ้าพันคอช่วยชีวิตไว้
ช่วงที่มาคือติด Autumn ซึ่งจากการอ่านรีวิวท่องเที่ยวมา โปแลนด์ได้ชื่อว่า The Golden Autumn
เพราะใบไม้กำลังผลัดใบเป็นสีเหลืองและร่วงหล่นรับฤดูหนาว
ซึ่งสวยงามสมคำร่ำลือขนาดได้ภาพในวันที่ฟ้าหม่นยังสวยจับใจ (เพ้อไปอี๊กกกกก)
ความฮาเบาๆ ที่ อัมสเตอร์ดัม ที่เรียกความง่วงเหงาให้ออกมาจากภวังค์
ระหว่างที่เดินไป transfer ตัวเองและสัมภาระ จากอัมสเตอร์ดัมไปคราคูฟ
ช่วงแสกนของอีกรอบ
เจ้าหน้าที่ : Hello, I will give you one basket, put your stuff in และบลาๆ
เรา : ใส่ของทุกอย่างที่ต้องแสกนอย่างงัวเงีย เพราะเวลานั้นน่าจะประมาณ ตีสามตีสี่ของเมืองไทย เราวางซ้อนๆ กันเรื่อยๆ
เจ้าหน้าที่ : Ok, I will give you one more basket before you creating a pyramid แล้วอมยิ้มเบาๆ
เรา : ตื่นจากภวงค์มาฮา 555+
สนุกแน่การมารอบนี้
2. คนโปลิช
ในวันแรกที่ต้องเดินทางมารายงานตัวที่ UNESCO Office
พวกเราเฟลโล่วทั้งหลายจะใช้การเดินเป็นหลัก จากหอพัก (ศูนย์รวมหอพักนักศึกษามากกว่า 9000 คน)
ไปยังมหาวิทยาลัย ระยะทางมากกว่า 1 กม. แต่เดินได้สบายมาก อากาศดีๆ ใช้เวลาประมาณไม่เกิน 15 นาทีในการเดิน
โดยส่วนตัวคิดว่าควรเดินเพราะไม่ได้ออกกำลังกาย
ระหว่างทางที่เดินนั้นพบว่า
โห...ทำไมคนประเทศนี้หน้าตาดี หุ่นดีจัง นึกว่าเดินอยู่บน Catwalk
ผู้หญิงก็ส๊วยสวย ผู้ชายก็ละมุ๊นนนละมุนนน รู้งี้มาเรียนที่นี่นานแล้วนะ (555+)
แต่ถ้าเราเข้าไปขอความช่วยเหลือก็จะพบว่าเป็นคนมีน้ำใจ พร้อมช่วยเหลือทุกคน
เรานั้นมีทั้งการขอความช่วยเหลือและโดนคนโปลิชเข้ามาขอความช่วยเหลือ
ไม่เข้าใจจริงๆ คนชอบมาพูดภาษาโปลิชด้วย หัวทองเยอะแยะมาถามหัวดำ คืออัลไล?
และพอเข้าไปสนิทกับเค้ามากๆ ก็จะพบว่าเขาก็ขี้เล่นสนุกสนานเหมือนเรานี่แหละ
และค่อนข้างจะเป็นประเทศ Patriotic เหมือนกัน
เด็กๆ วัยรุ่นรู้เรื่องการเมืองและสนทนากันในหัวข้อการเมืองและประวัติศาสตร์
และประเทศก็ยังคงมีความบอบช้ำจากสงครามโลกครั้งที่ 2 อยู่มาก
ไม่น่าเชื่อว่าเด็กๆ generation หลัง ยังคงได้รับการถ่ายทอดความเจ็บปวดของโปแลนด์จากสงครามโลกครั้งที่ 2
ซึ่งเราก็รู้สึกสงสารและเศร้าไปด้วย
มี staff ยูเนสโกหนึ่งคนคบอยู่กับชาวโปลิช เขาบอกว่าสิ่งที่เค้าแพ้ทางคนที่นี่มากที่สุดคือ kindness
ซึ่งเราก็เห็นด้วยจริงๆ น่ารักมากๆ
CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้