สวัสดีครับผมอายุ 23 ปี เพิ่งเรียนจบครับ
เรื่องมีอยู่ว่า พ่อเป็นคนที่เอาแต่ใจมากๆชอบด่าแรงๆกับคนในบ้านเช่น กะหรี และอื่นๆที่แรงๆครับ ผมเพิ่งเรียนจบและได้งานทำที่ดีมากๆไม่ไกลจากบ้านเท่าไรเงินเดือนก็ประมาน 25K ++ ซึ่งถ้าเป็นคนจบใหม่ทั่วไปคงยิ้มเลยใช่ไหมครับเพราะใกล้บ้านด้วยใช่ครับทุกคนคิดแบบนั้น แต่ไม่ใช่สำหรับผม
ผมทำงานมาได้ในช่วงแรกๆที่บ้านเอาไปครึ่งกว่าของเงินเดือน ซึ่งตอนแรกๆผมก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะยังไงก็ต้องช่วยๆกันแต่หลังๆเริ่มไม่ไหวครับเหมือนกับว่าเขาต้องการมากขึ้นทุกๆวัน เรารู้สึกเหนื่อยมากๆเพราะทำงานเหนื่อยแทบตายแต่กลับไม่ได้ใช้เงินหรือไม่ได้เติมไฟให้กับชีวิตเลย เราเลยตัดสินใจออกรถยนต์เพื่อให้อย่างน้อยยังมีทรัพย์สินเป็นเป็นของตัวเองและจะได้เป็นข้ออ้างที่จะให้ทางบ้านน้อยลงเพื่อให้เขาเห็นความสำคัญของเงินเราบ้าง เราผ่อนรถเดือนละ 12K และมีรถมอไซที่ออกให้แม่ขับไปตลาดอีก 1 คัน รวมเป็น 15K ซึ่งพ่อเป็นคนที่ไม่ทำอะไรเพื่อบ้านเลยซักอย่างไม่สนใจที่บ้าน ไม่ใส่ใจว่าคนในบ้านจะเป็นยังไง กูอยากได้กูต้อง ซึ่งแม่ก็กลัวพ่อครับซึ่งถ้าไม่ทำตามก็จะโดนตี โดนด่าครับ ผมคิดว่าการออกรถจะทำให้อะไรดีขึ้น ใช่ครับเขาขอเงินเราน้อยลง แต่เขาอยากได้รถที่เราออกมาไปขับโชว์คนอื่นครับ ซึ่งพ่อเองก็มีรถของเขาเอง 1 คัน เขาพยายามจะหว่านล้อมให้ได้ แต่รถผมเพิ่งออกมาผมก็ต้องหวงเป็นธรรมดา ผมก็บอกว่าได้ถ้าไปต้องมีผมไปด้วยไม่ให้ขับไปคนเดียวเท่านั้นแหล่ะเรื่องก็เกิด หาว่าเราห่วงบ้างอะไร ซึ่งทั้งเงินดาวน์และการดำเนินการทุกๆอย่างเขาไม่เคยจะมาแยแสและไม่เคยสนใจเลยด้วยซ้ำลูกจะเป็นยังไงมีอะไรขาดตกบกพร่องไหม ไม่เคยได้รับการกระทำพวกนี้เลยครับ แต่พอออกรถมา เราไม่ให้ยืม ก็ด่าว่าเรา ผมก็น้อยใจ ไม่พูดด้วย เกือบเดือนอะครับ และแล้วเขาก็มาพูดกับเราก่อนแต่ไม่ใช่แบบดีๆนะครับเมามาและก็มาใส่มาว่าเรา กูเป็นพ่อนะจะไม่คุยกับกูหรอ บลาๆ ซึ่งเรื่องนี้ผมมมองว่าผมไม่ผิดและผมจะให้เขารู้ว่าถึงเราไม่พูดกันผมก็อยู่ได้ ผมกินข้าวนอกบ้านได้ แต่ผมสงสารแม่กับน้องที่ต้องคอยรับอารมณ์ ดีก็ดี แต่ถ้าไม่ดีก็ตบดี พอเขาเมามาเขาก็มาว่าผม ว่า มันลืมบุญคุณ ส่งให้เรียนแล้วพอเรียนจบก็ทำตัว

ไม่เห็นหัวคนในบ้าน ซึ่งผมช่วยคนในบ้านทุกอย่างที่จะช่วย เช่น ผมผ่อนรถเดือนละ 15K ค่าบ้าน 3K ค่าน้ำมันบวกค่ากินก็หมดแล้ว ไหนแม่จะมาตอดบ้างเพราะพ่อไม่ให้เงินแม่ใช้ ซึ่งผมปวดหัวมากๆกับบ้านหลังนี้จะทิ้งไปเลยก็กลัวบาปกรรม จะไปอยู่ข้างนอกและส่งเงินให้ใช้ก็เป็นห่วงน้องกับแม่ ซึ่งพ่อเป็นคนที่เอาแต่ใจมากๆ และล่าสุดผมอยู่บ้านมีคนมาทวงเงิน 20K เพราะไปยืมคนอื่นมาบอกว่าจะเอาไปส่งให้ผมทำโปรเจคจบ แต่โปรเจคจบของผม ผมยืมเงินทำโปรเจคจบจากเพื่อนและพอทำงานได้ก็ทะยอยส่งมัน และได้อาจารย์ที่คอยออกค่าใช้จ่ายให้นิดหน่อยแต่พอเรียนจบอาจารย์แกก็ไม่เอาตังคืน ผมรู้สึกโชคดีมากๆ หลังจากที่มีคนมาทวงเงิน 20K ผมก็ตกใจว่าเอาไปทำไรกัน ซึ่งเจ้าหนี้ก็จะเอาที่บ้านก็โกหก สรุปผมก็ต้องใช้แทนให้ไปโดยการกู้บัตรเคดิตให้ไปและผ่อนส่ง ชีวิตผมเป็นไงบ้างครับมันน่าหดหู่ไหมครับ และล่าสุดวันนี้ พ่อยืมรถผมตอนสี่ทุ่มบอกจะไปเอาของบ้านเพื่อน เขาอ้างว่ารถเขาไม่มีน้ำมันผมไม่ให้เขายืมครับ เพราะนี่ใกล้จะสิ้นเดือนผมก็ไม่มีเงินเติมน้ำมันเช่นกัน ซึ่งคำตอบที่ได้จากพ่อคือ " ได้ไม่ให้กูยืมใช่ไหมงั้นจำไว้กูจะไม่ยุ่งกับอีก " ทุกๆอย่างที่ผมคอยช่วยที่บ้านเขามองไม่เห็นถึงความลำบากของผมเลย เขาสักแต่ว่า กูอยากได้กูต้องได้กูไม่สนใจ และกูก็ไม่รู้ไม่เห็น ทุกวันนี้อยากตายนะเอาตรงๆ แต่กลัวบาป และเป็นห่วงแม่กับน้องและแฟนที่คอยซัฟพอตทุกๆอย่าง ผมอยากออกไปอยู่ข้างนอกเหมือนกันนะ เบื่อๆ ส่งงเงินให้ใช้ก็พอไม่ต้องรับรู้ปัญหามากมายขนาดนี้
เรื่องทั้งหมดนี้คือความจริงที่เกิดขึ้นในชีวิตผม เพื่อนๆช่วยแนะนำผมหน่อยได้ไหมว่าผมควรทำอย่างไรดี.... ขอบคุณครับที่อ่านจนจบ.
ต้นเหตุทั้งหมดมาจาก " พ่อ " ผมควรทำยังไงดีครับ
เรื่องมีอยู่ว่า พ่อเป็นคนที่เอาแต่ใจมากๆชอบด่าแรงๆกับคนในบ้านเช่น กะหรี และอื่นๆที่แรงๆครับ ผมเพิ่งเรียนจบและได้งานทำที่ดีมากๆไม่ไกลจากบ้านเท่าไรเงินเดือนก็ประมาน 25K ++ ซึ่งถ้าเป็นคนจบใหม่ทั่วไปคงยิ้มเลยใช่ไหมครับเพราะใกล้บ้านด้วยใช่ครับทุกคนคิดแบบนั้น แต่ไม่ใช่สำหรับผม
ผมทำงานมาได้ในช่วงแรกๆที่บ้านเอาไปครึ่งกว่าของเงินเดือน ซึ่งตอนแรกๆผมก็ไม่ได้คิดอะไรเพราะยังไงก็ต้องช่วยๆกันแต่หลังๆเริ่มไม่ไหวครับเหมือนกับว่าเขาต้องการมากขึ้นทุกๆวัน เรารู้สึกเหนื่อยมากๆเพราะทำงานเหนื่อยแทบตายแต่กลับไม่ได้ใช้เงินหรือไม่ได้เติมไฟให้กับชีวิตเลย เราเลยตัดสินใจออกรถยนต์เพื่อให้อย่างน้อยยังมีทรัพย์สินเป็นเป็นของตัวเองและจะได้เป็นข้ออ้างที่จะให้ทางบ้านน้อยลงเพื่อให้เขาเห็นความสำคัญของเงินเราบ้าง เราผ่อนรถเดือนละ 12K และมีรถมอไซที่ออกให้แม่ขับไปตลาดอีก 1 คัน รวมเป็น 15K ซึ่งพ่อเป็นคนที่ไม่ทำอะไรเพื่อบ้านเลยซักอย่างไม่สนใจที่บ้าน ไม่ใส่ใจว่าคนในบ้านจะเป็นยังไง กูอยากได้กูต้อง ซึ่งแม่ก็กลัวพ่อครับซึ่งถ้าไม่ทำตามก็จะโดนตี โดนด่าครับ ผมคิดว่าการออกรถจะทำให้อะไรดีขึ้น ใช่ครับเขาขอเงินเราน้อยลง แต่เขาอยากได้รถที่เราออกมาไปขับโชว์คนอื่นครับ ซึ่งพ่อเองก็มีรถของเขาเอง 1 คัน เขาพยายามจะหว่านล้อมให้ได้ แต่รถผมเพิ่งออกมาผมก็ต้องหวงเป็นธรรมดา ผมก็บอกว่าได้ถ้าไปต้องมีผมไปด้วยไม่ให้ขับไปคนเดียวเท่านั้นแหล่ะเรื่องก็เกิด หาว่าเราห่วงบ้างอะไร ซึ่งทั้งเงินดาวน์และการดำเนินการทุกๆอย่างเขาไม่เคยจะมาแยแสและไม่เคยสนใจเลยด้วยซ้ำลูกจะเป็นยังไงมีอะไรขาดตกบกพร่องไหม ไม่เคยได้รับการกระทำพวกนี้เลยครับ แต่พอออกรถมา เราไม่ให้ยืม ก็ด่าว่าเรา ผมก็น้อยใจ ไม่พูดด้วย เกือบเดือนอะครับ และแล้วเขาก็มาพูดกับเราก่อนแต่ไม่ใช่แบบดีๆนะครับเมามาและก็มาใส่มาว่าเรา กูเป็นพ่อนะจะไม่คุยกับกูหรอ บลาๆ ซึ่งเรื่องนี้ผมมมองว่าผมไม่ผิดและผมจะให้เขารู้ว่าถึงเราไม่พูดกันผมก็อยู่ได้ ผมกินข้าวนอกบ้านได้ แต่ผมสงสารแม่กับน้องที่ต้องคอยรับอารมณ์ ดีก็ดี แต่ถ้าไม่ดีก็ตบดี พอเขาเมามาเขาก็มาว่าผม ว่า มันลืมบุญคุณ ส่งให้เรียนแล้วพอเรียนจบก็ทำตัว
เรื่องทั้งหมดนี้คือความจริงที่เกิดขึ้นในชีวิตผม เพื่อนๆช่วยแนะนำผมหน่อยได้ไหมว่าผมควรทำอย่างไรดี.... ขอบคุณครับที่อ่านจนจบ.