ใครที่หางานไม่ได้สักที รู้สึกเสียเวลาทิ้งไปวัน ๆ ยิ่งในสถานการณ์ช่วงนี้มี COVID-19 บริษัทเรียกสัมภาษณ์งานน้อยลง ก็ยิ่งรู้สึกกดดัน เคว้งคว้าง และไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำอะไรดี ระหว่างรองานที่ฝัน JobThai Tips มีคำแนะนำดี ๆ มาฝาก
มองหาข้อดีของการถูกปฏิเสธ
ใครที่สมัครงานไปหลายที่แล้วถูกปฏิเสธหลายครั้งก็อย่าเพิ่งท้อ ให้คิดซะว่าการส่งเรซูเม่ หรือไปสัมภาษณ์หลาย ๆ ที่ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้ประสบการณ์และได้ฝึกฝนการสัมภาษณ์ไปในตัว เพื่อเอามาพัฒนาในครั้งต่อไป อาจจะตอบคำถามผู้สัมภาษณ์ได้ไหลลื่นสุด ๆ เลยก็ได้
วางแผนการใช้จ่าย
ถ้าไม่มีรายได้ในระหว่างว่างงาน เราจำเป็นต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดให้มากที่สุด ของอะไรที่ไม่จำเป็นทางที่ดีอย่าเพิ่งรีบซื้อ และใช้ช่วงที่ว่างงานนี้เป็นโอกาสในการฝึกวินัยในการใช้เงิน เวลาได้งานและมีเงินเดือนเข้ามา เราจะได้วางแผนการใช้เงินได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สร้าง Connection
ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ในสายงานที่เราสนใจ แม้ว่าในช่วงนี้จะไม่มีอีเวนต์ แต่ในออนไลน์ก็จะมีกลุ่มตามสายอาชีพต่าง ๆ อยู่ ลองเข้าไปในกลุ่มเหล่านั้นเพื่อพูดคุยกันดู คนที่เพิ่งรู้จักกันโดยบังเอิญในโลกออนไลน์อาจจะเป็นคนที่ทำให้เราได้งานก็ได้
เรียนเพื่อต่อยอด
แทนที่จะปล่อยทิ้งไปเปล่า ๆ ยิ่งในช่วงนี้ต้องอยู่บ้านมากเป็นพิเศษ ก็ลองหาเรื่องที่สนใจแล้วเรียนฟรีในออนไลน์ หรือลงคอร์สสั้น ๆ ออนไลน์ก็ได้ ซึ่งบางคอร์สอาจจะมีใบรับรองให้ด้วย ตรงนี้ก็จะทำให้บริษัทสนใจเรามากขึ้นได้ ตอนสัมภาษณ์งานก็จะได้มีเรื่องให้พูดได้ด้วยว่าเราใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ได้ยังไง
พัฒนาทักษะที่ขาด
เมื่อไม่ผ่านการสัมภาษณ์งาน ลองกลับมาทบทวนตัวเองว่าเรายังขาดทักษะไหนบ้าง แล้วพัฒนาให้ดีขึ้น โดยเฉพาะทักษะการสื่อสาร เพราะไม่ว่าจะเก่งหรือมีประสบการณ์มากแค่ไหน แต่ถ้าสื่อสารออกมาไม่ได้ การรับเข้าทำงานก็เป็นเรื่องที่ยากเหมือนกัน ดังนั้นลองฝึกการสื่อสารบ่อย ๆ ทั้งกับคนอื่น ๆ หรือซ้อมเองหน้ากระจกก็ได้
ทำงาน Part-time ออนไลน์
ถ้ายังไม่ได้งานประจำ เราก็ทำงานพาร์ทไทม์ฆ่าเวลาไปซะเลย หรือถ้าใครถนัดการเขียน ก็ลองเขียนบล็อก เพจ หรือนิยายดู สนใจในเรื่องไหนก็เขียนเรื่องนั้น เพราะสมัยนี้งานเขียนบนอินเทอร์เน็ตก็สามารถสร้างรายได้ให้เราได้ไม่น้อย แถมยังเป็นการสร้าง Portfolio ให้เราเองไปในตัวอีกด้วย
สุดท้ายอาจจะลองทบทวนดูว่าเราตั้งเงินเดือนที่สูงเกินความสามารถหรือเปล่า เพราะบางทีคุณสมบัติของเราอาจจะเข้าตาผู้สัมภาษณ์แล้วแต่ติดที่เงินเดือนสูงเกินบริษัทจะรับไหว ดังนั้นลองหาความพอดีระหว่างเงินเดือนกับความสามารถและประสบการณ์ในการสมัครงานในครั้งต่อไป
หางานไม่ได้ก็เครียดอยู่แล้ว ช่วงนี้มี COVID-19 อีก ยิ่งกลุ้มใจมากทำไงดี
มองหาข้อดีของการถูกปฏิเสธ
ใครที่สมัครงานไปหลายที่แล้วถูกปฏิเสธหลายครั้งก็อย่าเพิ่งท้อ ให้คิดซะว่าการส่งเรซูเม่ หรือไปสัมภาษณ์หลาย ๆ ที่ อย่างน้อยก็ทำให้เราได้ประสบการณ์และได้ฝึกฝนการสัมภาษณ์ไปในตัว เพื่อเอามาพัฒนาในครั้งต่อไป อาจจะตอบคำถามผู้สัมภาษณ์ได้ไหลลื่นสุด ๆ เลยก็ได้
วางแผนการใช้จ่าย
ถ้าไม่มีรายได้ในระหว่างว่างงาน เราจำเป็นต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดให้มากที่สุด ของอะไรที่ไม่จำเป็นทางที่ดีอย่าเพิ่งรีบซื้อ และใช้ช่วงที่ว่างงานนี้เป็นโอกาสในการฝึกวินัยในการใช้เงิน เวลาได้งานและมีเงินเดือนเข้ามา เราจะได้วางแผนการใช้เงินได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น
สร้าง Connection
ทำความรู้จักกับเพื่อนใหม่ในสายงานที่เราสนใจ แม้ว่าในช่วงนี้จะไม่มีอีเวนต์ แต่ในออนไลน์ก็จะมีกลุ่มตามสายอาชีพต่าง ๆ อยู่ ลองเข้าไปในกลุ่มเหล่านั้นเพื่อพูดคุยกันดู คนที่เพิ่งรู้จักกันโดยบังเอิญในโลกออนไลน์อาจจะเป็นคนที่ทำให้เราได้งานก็ได้
เรียนเพื่อต่อยอด
แทนที่จะปล่อยทิ้งไปเปล่า ๆ ยิ่งในช่วงนี้ต้องอยู่บ้านมากเป็นพิเศษ ก็ลองหาเรื่องที่สนใจแล้วเรียนฟรีในออนไลน์ หรือลงคอร์สสั้น ๆ ออนไลน์ก็ได้ ซึ่งบางคอร์สอาจจะมีใบรับรองให้ด้วย ตรงนี้ก็จะทำให้บริษัทสนใจเรามากขึ้นได้ ตอนสัมภาษณ์งานก็จะได้มีเรื่องให้พูดได้ด้วยว่าเราใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ได้ยังไง
พัฒนาทักษะที่ขาด
เมื่อไม่ผ่านการสัมภาษณ์งาน ลองกลับมาทบทวนตัวเองว่าเรายังขาดทักษะไหนบ้าง แล้วพัฒนาให้ดีขึ้น โดยเฉพาะทักษะการสื่อสาร เพราะไม่ว่าจะเก่งหรือมีประสบการณ์มากแค่ไหน แต่ถ้าสื่อสารออกมาไม่ได้ การรับเข้าทำงานก็เป็นเรื่องที่ยากเหมือนกัน ดังนั้นลองฝึกการสื่อสารบ่อย ๆ ทั้งกับคนอื่น ๆ หรือซ้อมเองหน้ากระจกก็ได้
ทำงาน Part-time ออนไลน์
ถ้ายังไม่ได้งานประจำ เราก็ทำงานพาร์ทไทม์ฆ่าเวลาไปซะเลย หรือถ้าใครถนัดการเขียน ก็ลองเขียนบล็อก เพจ หรือนิยายดู สนใจในเรื่องไหนก็เขียนเรื่องนั้น เพราะสมัยนี้งานเขียนบนอินเทอร์เน็ตก็สามารถสร้างรายได้ให้เราได้ไม่น้อย แถมยังเป็นการสร้าง Portfolio ให้เราเองไปในตัวอีกด้วย
สุดท้ายอาจจะลองทบทวนดูว่าเราตั้งเงินเดือนที่สูงเกินความสามารถหรือเปล่า เพราะบางทีคุณสมบัติของเราอาจจะเข้าตาผู้สัมภาษณ์แล้วแต่ติดที่เงินเดือนสูงเกินบริษัทจะรับไหว ดังนั้นลองหาความพอดีระหว่างเงินเดือนกับความสามารถและประสบการณ์ในการสมัครงานในครั้งต่อไป