คือเรื่องมีอยู่ว่า วันนี้ ที่ 23 มีนาคม 2563 แฟนผมได้เดินทางไป รพ.รัฐแห่งหนึ่ง ใน กทม. เพื่อที่จะขอตรวจหาเชื้อไวรัส Covid-19 ซึ่งก่อนหน้านี้ก็ได้เข้าไปหาหมอที่ รพ.แห่งนี้มาแล้วครั้งหนึ่ง คือแฟนผมมีอาการไม่สบาย เจ็บคอ ไอ ท้องเสีย มีไข้อ่อนๆ แน่นหน้าอก ซึ่งเป็นมา เกือบ 2 อาทิตย์แล้ว โดยก่อนหน้านี้ได้เดินทางไป รพ. แห่งนี้แล้วครั้งหนึ่งซึ่งในครั้งนั้นได้มีการเอกซเรย์ปอด ผลออกมาปกติไม่มีปัญหา ซึ่งก็ได้ยาละลายเสมหะ และยาแก้ไขธรรมดามากิน ซึ่งครั้งนั้น หมอบอกว่าหากไม่หายให้ไปพบใหม่ ซึ่งก็ได้เข้าไปพบแพทย์อีกครั้งวันนี้ ซึ่งแพทย์ก็ได้วินิจฉัยมาแล้วว่ามีความเสี่ยงไวรัสโควิด เพราะเนื่องจากที่ทำงานของแฟน มีพ่อของเพื่อนในที่ทำงานติดไวรัสโควิดและกำลังมีการกักตัวพนักงานบางรายไปแล้ว แต่........หมอกลับบอกว่าหากจะตรวจหาเชื้อโควิดจะต้องจ่ายเงินเพื่อตรวจจำนวน 5000 บาทไปก่อน และหากตรวจเจอถึงจะคืนเงินให้ สรุปแล้ว ประชาชนทั่วไปคงไม่มีสิทธิจะได้รับการรักษาหรือตรวจเชื้อแบบฟรีจริงๆ ตามที่รัฐบาลกล่าวอ้าง ขนาดมีความเสี่ยงระดับนี้แล้วไม่มีเงินหรือไม่ยอมจ่ายตังค์เพื่อขอตรวจก็คงไม่ได้ตรวจ แล้วจะบอกกับสื่อไปทำมัยว่าตรวจฟรีๆ หากเข้ากลุ่มเสี่ยง ถ้า รพ. จะเห็นแก่เงินขนาดนี้ มันเป็นธุรกิจเกินไปรึป่าวครับ คนจน คนไม่มีเงินก็คงรอวันตายอย่างเดียวจริงๆ อ้างแต่ว่ามันเป็นนโยบายของ รพ. และระบบการให้บริการถือว่าช้ามาก ไปตั้งแต่เช้ายันเย็น ได้ยามาคือยาพื้นฐานเท่านั้น นี่หรือมาตรฐานการรักษาของไทย ที่ประชาชนคนไทยได้รับ ที่ออกมาระบายเพราะมันเกินไปจริงๆ แล้วมิหนำซ้ำค่าตรวจเสียกแพงกว่าที่อื่นอีก บอกตรงนี้เลย ถึงผมหรือแฟนจะติดโควิดก็จะไม่ไปตรวจไม่รักษาอะไรทั้งนั้น และไม่ต้องมีใครมาเชิญไปรักษานะครับ ใครที่เกี่ยวข้องควบคุมกำกับดูแลสถานการณ์นี้อยู่ก็เอาไปปรับปรุงด้วยครับ สงสารคนไทยที่ต้องมาเจอสภาพแบบนี้ คือการรักษามาตรฐานแบบไทยๆ
อยากจะระบายและเรื่องการตรวจรักษา Covid-19