ประโยชน์ของการบวช บรรพชา

กระทู้สนทนา
ประโยชน์ของการบวช บรรพชา

  ๑. เข้าไปเรียนรู้ปัญญา ในการทำให้รู้จักใช้ชีวิต เรียนรู้ชีวิตที่ถูกต้อง ดำเนินปฏิบัติที่ถูกต้องตามครรลองครองธรรม

  ๒. พอเราได้เรียนรู้ปัญญาแล้ว เราก็จะประกอบกุศลต่างๆ 

  ๓. พอเราประกอบกุศลแล้ว เราก็จะสามารถเข้าใจทุกข์ เข้าใจแก้ทุกข์ เข้าใจหลีกเลี่ยงทุกข์ เข้าใจลดทุกข์

  ๔. เรียนรู้เข้าสู่ภาวะธรรม เข้าสู่ปรมัตถธรรม เข้าสู่นิพพานได้

  ทำไมประกอบกุศลก่อนแล้วถึงจะมาแก้ทุกข์?

  เราจะต้องพบกับทุกข์มาก่อน เราจะต้องเดินผ่านแล้วเราถึงจะรู้ว่าเดินผ่านอะไรมา ถ้าเราไม่เคยเดินผ่านแล้วเราจะเก็บมาคิดได้ยังไง ไม่มีเหตุให้คิด

  เราจะต้องไปประกอบกุศลก่อนถึงจะมาเรียนรู้ทุกข์ทีหลัง 

  ถ้าเราไม่ประกอบกุศล แล้วเราจะมีสิทธิ์อะไร ใช้สิทธิ์อะไรมารู้ปัญญา

  เราจะมีปัญญาได้นั้น เราจะต้องมีกุศล มีโอกาส ถึงจะได้มาเจอปัญญา ถึงมาแก้ทุกข์ได้

  ถ้าเราไม่มีโอกาสกุศล เราก็ไม่สามารถที่จะแก้ทุกข์ได้ เพราะว่าไม่เกิดปัญญา

  เหมือนกับโดนหยิก

  ข้อแรก เราโดนหยิกก็รู้ว่าเจ็บ

  ข้อที่ ๒ แล้วเราอยากหายเจ็บไหม? ก็จะเป็นการประกอบกุศลล่ะ ถ้าเราไม่เจ็บ หรือไม่ระลึกว่าที่โดนหยิกตรงนี้เจ็บ แล้วเราไม่มีจิตว่าอยากให้ตรงนี้หาย เราจะมีโอกาสรู้จักปัญญาไหม? เราจะไปค้นหา เราจะไปเรียนไหม? เราจะยอมเรียนไหม? เราจะยอมหา ยอมฟังผู้รู้ไหม?

  ถ้าเราไม่เจ็บ เราก็จะไม่มีโอกาสสร้างกุศล

  ถ้าเราไม่เจ็บ เราก็ไม่สร้างกุศลนี่

  ก็นี่แหละ เราจำเป็นจะต้องเจ็บก่อน นี่แหละชีวิต ชีวิตของเราจะบอกว่าเราไม่เคยเจ็บมาก่อนเหรอ ชีวิตของเราจะเอาแต่ดีๆ หมดเหรอ?

  ถ้าเราโดนหยิกแล้วเจ็บ เราจะเอาความเจ็บนี้ไปสร้างกุศลไหม? 

  ถ้าเรามีการสร้างกุศลเราจะรีบไปค้นหาสาเหตุว่าทำไมถึงเจ็บ ค้นหา

  ถ้าเราไม่ไปค้นหา เราก็จะไม่พบกุศล ถ้าเราไม่ไปฟัง เรียนรู้กับผู้รู้แล้วเราจะมีปัญญาตรงไหน ถ้าในใจเราไม่เป็นกุศล เราก็จะไม่ไปเรียนรู้กับผู้รู้ ก็จบ นี่แหละมีโอกาสตรงไหน 

  เราไม่มีโอกาสแล้วเราบอกว่าฉันมีปัญญา ได้เรียนรู้ แล้วเราจะเรียนจากไหนล่ะ นี่แหละ อุปโลกน์เอาเอง คิดเอาเอง ตัวเองไม่เรียน แล้วบอกว่าตัวเองรู้แล้ว นี่แหละบ้าไปแล้ว

  กุศล แปลว่า โอกาส ถ้าเราไม่ไขว่คว้าโอกาส เราไม่เรียนรู้ เราไม่หาโอกาส เราไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้อะไร

  กุศล คนทั่วไป ไปเอา "ผล" แล้ว เป็นการก้าวกระโดด

  กุศล แปลว่า "โอกาส" ซึ่งยังไม่มีปัญญา เราถึงต้องไปหาผู้รู้ ไปเรียนกับผู้รู้ เราไม่มีทางเป็น แล้วเราจะบอกว่าอยู่ดีๆ แล้วบอกว่า "เป็น" ได้อย่างไร

  ถ้าเราบอกว่า "นั่งสมาธิ" แล้วหลับตาแล้วบอกว่าได้ปัญญา หลวงพ่อชาบอกว่า ถ้าอย่างนั้นคนตาบอดก็มีปัญญา เป็นพระอรหันต์กันหมดแล้ว

  เราต้องไขว่คว้าไปเรียน เราถึงจะได้ปัญญา เกิดปัญญาขึ้นมา 

  ที่เราไปไขว่คว้า นั่นแหละ เป็นกุศล ถึงได้ปัญญาขึ้นมา

  เราไม่ตักบาตร เราก็ไม่เจอพระ นั่นแหละไม่มีกุศล

  ถ้าเราตั้งใจจะไปตักบาตร เราก็จะเจอพระ อย่างน้อย พระหนึ่งรูปก็จะให้ปัญญาแก่เราได้ เห็นไหม? เห็นชัดเจนเลย

  กุศล ก็คือ เป็นโอกาส เฉยๆ ยังไม่เป็นผล ยังไม่มีปัญญาอะไรเลย แต่มีสิทธิ์ที่จะได้เรียน มีสิทธิ์ที่จะได้รู้ เราจะต้องมาสร้างโอกาส ถึงจะได้มีสิทธิ์ที่จะได้ปัญญา 

  ถ้าเราไม่ตักบาตร เราก็จะไม่มีสิทธิ์ที่จะพบพระบิณฑบาต พระรูปนี้จะสอนธรรมะเราก็ไม่ได้ ถ้าเราไม่ตักบาตร ต่างคนก็ต่างเดินสวนทางกันไป นี่แหละ พระท่านจึงได้โปรดสัตว์ แต่สมัยปัจจุบันก็เหมือนกับขอทาน พระไม่ได้โปรดสัตว์ ไม่ได้ให้ปัญญาชาวบ้าน

  "กุศล" ไม่ใช่ "ตัวปัญญา" เป็นแต่เพียง "โอกาส" 

  เหมือนกับ "นิพพาน" ไม่ใช่ปัญญามาแก้ทุกข์ แต่ปัญญาต่างหากถึงจะแก้ทุกข์ พร้อมแล้วถึงจะเข้าสู่นิพพาน เราจะต้องทำให้พร้อม เราถึงจะมีบัตร มีตั๋วได้ขึ้นไปนั่งบนรถนิพพานได้

  เรามาสร้างกุศลถึงจะได้โอกาสที่จะเรียนรู้ได้ปัญญา ได้พบผู้รู้ จะได้เรียนรู้ แต่ยังไม่ได้ปัญญา จะได้ปัญญาก็ต่อเมื่อเราได้ฟัง ได้เรียนรู้กับผู้รู้ ถึงจะได้ปัญญา เช่น เราอาจจะได้ปัญญา คนนี่อาจจะได้ปัญญานิดหน่อย เพราะไม่ตั้งใจเรียน แต่คนนั้นอาจจะได้ปัญญามากหน่อย เพราะว่าตั้งใจเรียน "โอกาส" ได้แล้ว แต่ขึ้นอยู่กับว่าเราใช้โอกาสนั้นยังไง

  คำว่า "โอกาส" ก็คือ "กุศล" นั่นเอง

  คำว่า "มีสิทธิ์" ก็คือ ทำอย่างนี้ถึงจะได้มีสิทธิ์ เจอผู้รู้

  ยกตัวอย่างง่ายๆ ถ้าเราไม่ได้ตั้งใจมาตักบาตร เราก็ไม่มีสิทธิ์มาเจอพระบิณฑบาต ถ้าเราไม่ได้ตักบาตร เราเจอพระ พระก็จะเดินผ่านไป พระท่านก็จะไม่เทศน์สักอย่าง ขนาดว่า เราเตรียมของแล้ว เรายังต้องนิมนต์ท่าน ถ้าไม่นิมนต์ท่านๆ ก็จะเดินผ่านไป การที่เราได้นิมนต์ท่านก็เป็นการสร้างโอกาสแล้ว แต่เราจะใช้โอกาสยังไงก็เรื่องของเราแล้ว

  ถ้าอย่างนั้น เราก็ไม่จำเป็นต้องไปวัดก็ได้นี่ เราก็ได้ทำกุศล

  แต่วัดนี้เป็นที่หมายมั่นกันไว้ รวมกลุ่มกันไว้ เราจะเรียนเราก็จะไปที่โรงเรียน ก็จะเรียนได้ง่าย เราจะหาธรรมะ เราก็จะต้องไปหาที่วัดได้ง่าย เพราะว่าเรามีนิมิตหมายมารวมกันไว้ที่นี่ ตรงนี้

  ทำไมเขาจึงบอกว่าสร้างโบสถ์แล้วได้บุญ สร้างวัดได้บุญ เพราะว่าวัดเป็นสิ่งที่รวบรวมเอาไว้ คนมาหาบุญได้ง่าย หาปัญญาได้ง่าย คนมาใช้บ่อย แต่กลายเป็นว่า คนทั่วไปไม่ได้มาใช้วัดทางปัญญา เดี๋ยวนี้ วัดหน้าที่หลักไม่ทำ ทำน้อย ทำให้พระพุทธเจ้าเบื่อ เซ็ง

โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่