งบประมาณ 3.2 ล้านล้านบาท เป็นรายจ่ายภาครัฐ 3 ใน 4
ประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท
ณ วันนี้ รัฐบาลควรประกาศ มีมาตรการลดรายจ่ายภาครัฐลงสัก 20-30 %
จะได้งบประมาณมาจัดการเรื่องโควิดราว ๆ 8 แสนล้านบาท
8 แสนล้าน ใช้กับมาตรการ ป้องกัน รักษา เยียวยา
โดยเฉพาะการเยียวยา ต้องถึงน้ำถึงเนื้อ อย่ากะปริดกะปรอย ไม่งั้นไม่ได้ผล
ภาครัฐควรรับผิดชอบเรื่องเยียวยาเต็ม ๆ อย่าโยนภาระไปภาคเอกชนด้วยการอ้างเรื่องความร่วมมือ
ไม่งั้นจะเกิดปัญหาซ้อนปัญหา เกิดการซึมลึกทางเศรษฐกิจ ที่แย่ ๆ อยู่แล้วจะแย่ลงไปอีกหลายปี
และต้องใช้งบประมาณอีกหลายล้านล้านในการฟื้นฟู
หากภาครัฐเสียสละ 2 ปี ก็จะมีเงินใช้ในเรื่องนี้เกือบสองล้านล้านบาท
.
แรกเลย ห้ามหน่วยงานของรัฐทุกแห่ง ใช้เครื่องปรับอากาศ แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว จะประหยัดงบประมาณมหาศาล
การอบรมสัมนา การเดินทางไปราชการ งบรับรอง ฯลฯ งดให้หมด
ยังไงก็เช้าชามเย็นชามอยู่แล้ว งดไปราชการ งดอบรมสัมนาสักปี คงไม่ทำให้ข้าราชการขาดความรู้ความสามารถอะไรไปหรอก
งบประมาณพวกวัสดุ ครุภัณฑ์ ที่ดินสิ่งก่อสร้าง ค่าใช้สอย ฯลฯ ให้ลด และยืดออกไปก่อน
ให้เหลือแค่เรื่องความดีความชอบที่ให้เป็นปกติ
ฯลฯ
เงินงบประมาณ 3 ใน 4 ปรนเปรอภาครัฐมาตลอด
ถึงเวลาแล้ว ที่ภาครัฐจะเสียสละบ้าง สักปีสองปีคงไม่เหลือบ่ากว่าแรง
ประเทศไทยต้องชนะ
ภาครัฐควรนำร่องก่อน เพื่อเป็นหลักนำและสร้างบรรยากาศร่วมมือร่วมใจ
ต่อให้เอาชนะโควิดได้ในที่สุด แต่หากการเยียวยาฟื้นฟูไม่ได้ผล
ก็เหมือนประเทศแพ้อย่างราบคาบ ปัญหาจะทะลักทะล้น ปัญหาสังคม การเมือง จะตามมาอีกเป็นพรวน
.
ควรทำตั้งแต่ตอนนี้
ควรทำตั้งแต่ตอนนี้
ประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท
ณ วันนี้ รัฐบาลควรประกาศ มีมาตรการลดรายจ่ายภาครัฐลงสัก 20-30 %
จะได้งบประมาณมาจัดการเรื่องโควิดราว ๆ 8 แสนล้านบาท
8 แสนล้าน ใช้กับมาตรการ ป้องกัน รักษา เยียวยา
โดยเฉพาะการเยียวยา ต้องถึงน้ำถึงเนื้อ อย่ากะปริดกะปรอย ไม่งั้นไม่ได้ผล
ภาครัฐควรรับผิดชอบเรื่องเยียวยาเต็ม ๆ อย่าโยนภาระไปภาคเอกชนด้วยการอ้างเรื่องความร่วมมือ
ไม่งั้นจะเกิดปัญหาซ้อนปัญหา เกิดการซึมลึกทางเศรษฐกิจ ที่แย่ ๆ อยู่แล้วจะแย่ลงไปอีกหลายปี
และต้องใช้งบประมาณอีกหลายล้านล้านในการฟื้นฟู
หากภาครัฐเสียสละ 2 ปี ก็จะมีเงินใช้ในเรื่องนี้เกือบสองล้านล้านบาท