ก่อนอื่นขอสวัสดีเพื่อนๆก่อนนะคะ กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่ออกแนวระบายความในใจซะมากกว่า เราพึ่งเรียนจบค่ะ เป็นคนที่ชอบทำขนมมาก ได้มีโอกาสทำขายบ้างเล็กๆน้อยๆเพราะเรารู้สึกว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เรารู้สึกว่าเราได้อยู่กับตังเอง ขอย้อนไปเมื่อ 4-5 ปีก่อน เราชอบทำขนมแต่เราไม่มีอุปกรณ์เราจึงพยายามหางานพาทไทม์ที่เราพอจะเก็บเงินซื้อของอุปกรณ์เบเกอรี่มาเยอะมากเพื่อเอาไว้ฝึก ขอบอกก่อนว่าเรามาเรียน กทม. แต่อุปกรณ์ต่างๆอยู่บ้าน พอช่วงหลังๆที่เราเริ่มทำขายเล่นๆก็มีลูกค้าชอบขนมเราแม่เลยขอให้เราช่วยสอน แต่ผลปรากฏคือ แม่ทำทิ้งเสียไปซะส่วนใหญ่ ทำเตาเราพังไปรอบนึง ทำตะกร้อพังไปอีกรอบ คือแกเป็นคนแก่ที่ไม่ได้มีความรู้ในการดูแลของซักเท่าไหร่ บางทีเราฝึกงานทำงานเหนื่อยมาก โทรมาปลุกตั้งแต่เช้าว่าเกิดปัญหาโน่นนี่ เราเลยขอให้แกหยุดทำเพราะมันไม่คุ้มกับสิ่งที่เสีย อารมณ์ทำเหมือนเหนื่อยฟรี ซึ่งตอนนี้เราเรียนจบเราก็คิดที่จะกลับไปทำขนมแบบจริงจังระหว่างหา (เรารู้ว่าช่วงนี่หางานยาก) แล้วตอนนี้น้องเราดันจบม.6พอดี แม่ก็เกริ่นๆว่าจะให้น้องมาทำขนมขายกับเรา ขอบอกก่อนว่าเราไม่ได้เก่งลูกต้าไม่ได้เยอะไม่ได้มีต้นทุน เราไม่ได้งกแต่เวลาเราซื้อของมาทำเราโดนเอาของไปใช้จนเราแทบไม่เหลือกำไร บางทีบอกแม่ไว้ว่าให้หักต้นทุนเพื่อไปซื้อของแกก็เอาไปใช้จนหมด พ่อจะให้เงินเราใช้แบบรายอาทิตย์ แต่เราจะเจียดเงินบางส่วนเอามาทำเอามาฝึกมาซื้อของที่เอามาทำขาย ทุกวันนี้เราเลยรู้สึกว่าเราควรจะหยุดทำเพื่อไม่ให้ตัวเองเหนื่อยใจเพิ่มดีไหม (เรายอมรับนะว่าเราหวงของที่เราซื้อมาเพราะเรารู้สึกว่าเราตั้งใจทำงานกว่าจะได้มันมามันยากลำบาก แต่พอคนที่เอาของเราไปใช้แต่ไม่รักษามันทำให้เรารู้สึกว่าเราไม่อยากให้ใช้) บางทีเราพูดว่าอย่าทำก็ไปแอบทำ ของบางอย่างใช้ไม่เป็นอย่างวิปปิ้งครีมก็คิดว่าเป็นนมเอาไปใช้แล้วก็มาบอกกับเราว่านมเราไม่ดีทำขนมแข็ง คือเราไม่รู้จะพูดยังไงดีแล้วเราก็ไม่รู้ว่าเราควรจะทำยังไงต่อไป มันเป็นความรู้สึกที่อึดอัดมากจริงๆ เราอาจจะเรียบเรียงคำพูดวนไปวนมาขอโทษนะคะ เราเป็นคนเรียบเรียงเนื้อเรื่องไม่เก่ง
เราอยากมีโลกส่วนตัวของเรา