เที่ยววัดอรุณฯ ในยุคโควิด-19 😅

สวัสดีค้าบบบบ กลับมาอีกล้าววววว อย่าเพิ่งเบื่อกันเลยน้าาา ^u^

     คือเราอ่า อยู่บ้านเฉยๆมันว่าง เลยอยากออกมาหาที่เที่ยว ที่ถ่ายรูป แต่ไม่รู้จะไปไหนดี เลยแบบ เอ่อเราก็คนกรุงเทพ แลนด์มาร์คของไทยนี้ยังไม่เคยไปเลยได้แต่ดูผ่านของคนอื่น เลยแบบเอาว่ะ ไปดูก็ได้ ตอนไปคือก็แอบกลัวโควิดอยู่นะ แต่อีกใจก็คิดว่า คนอื่นคงกลัวแบบเราคงอยู่ในบ้านกัน ที่วัดคงไม่มีใครมา

และก็จริงจ้า คนน้อยมากกกก ในวันที่เราไป และฝนก็ตกด้วยนะ 5555555555


ที่ที่เราไปก็คืออออออ
วัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร นั้นเองงง
ถ้าพูดถึงวัดนี้ แน่นอนใครหลายๆคนคงรู้จักอย่างแน่นอน เพราะวัดนี้เปรียบเสมือนแลนด์มาร์คของไทย หรือสัญลักษณ์ของประเทศไทยเลยก็ว่าได้
 
เดิมวัดแห่งนี้ไม่ได้ชื่อวัดอรุณฯ เหมือนในปัจจุบัน
แต่เดิมชื่อว่า “วัดมะกอก” เนื่องมาจากพื้นที่ในสมัยนั้น หมู่บ้าน ชุมชนต่างๆ คือหมู่บ้านบางมะกอก วัดนี้เลยได้ชื่อว่าวัดบางมะกอก แต่คนไทยเรียกกันเพี้ยนมาเป็นวัดมะกอก นี้คือชื่อแรกของวัดแห่งนี้เลยหล่ะค่ะ
ต่อมาเมื่อกรุงศรีอยุธยาตอนปลายได้รับความเสียหายเกินกว่าจะได้รับการบรูณะให้ดีเหมือนเดิมได้ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช จึงมีพระราชประสงค์ย้ายราชธานีมาตั้ง ณ กรุงธนบุรี โดยกรีธาทัพมาทางชลมารค และมาถึง ณ วัดแห่งนี้ ในเวลารุ่งเช้า
จึงตั้งชื่อวัดว่า วันแจ้งนั้นเองค่าาา และยกฐานะเป็นวัดในเขตพระราชฐานอีกด้วย ต่อมาพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัยพระราชทานนามวัดใหม่ว่า วัดอรุณราชธาราม และในสมัยรัชกาลที่ 4 เปลี่ยนสร้อยท้ายชื่อเป็นวัดอรุณราชวราราม โดยความหมายยังคงเป็น “วัดแห่งรุ่งอรุณ”  ชาวต่างชาติก็เรียกวัดนี้ในความหมายเดียวกันว่า “The Temple of Dawn”


 
ในสมัยธนบุรี มีตำนานเชื่อว่าเป็นที่ประดิษฐานของ “พระแก้วมรกต หรือพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร” ที่คนไทยนับถือกันทั่วประเทศ ต่อมาเมืองมีกรุงรัตนโกสินทร์เกิดขึ้น พระแก้วมรกตจึงถูกอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ วัดพระแก้ว หรือวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในปัจจุบันนั้นเองค่าาาาาาา
 
และถ้าพูดถึงพระปรางค์ ถือเป็นพระเอกของวัดอรุณฯ เลยค่ะ
เริ่มมีการสร้างในสมัยรัชกาลที่ 2 ในสมัยนั้นมีแค่การขุดสร้างฐานเจดีย์ แต่ก็สิ้นรัชกาลเสียก่อน และเมื่อมารัชกาลที่ 3 ได้มีการสร้างต่อ จนแล้วเกือบเสร็จสมบูรณ์ ก็สิ้นรัชกาล ต่อมารัชกาลที่ 4 ขึ้นมาโสมโภชกรุง และถวายนามพระปรางค์องค์นี้ ซึ่งพระปรางค์องค์นี้ ถือเป็นอนุสรณ์ แห่งความรักที่รัชกาลที่ 3 มีต่อพระบิดาเลยหล่ะค่ะ
แล้วถ้าใครมาแล้วสังเกตดีๆ ด้านบนยอดพระปรางค์จะมีพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ 3 เศียร นั้นก็เปรียบเสมือนกับ การปกครองในสมัยนั้น ที่มีการปกครองแบบพ่อปกครองลูก เพราะพระอินทร์ในสมัยก่อน เหมือนกับเทพสูงสุด ก็เปรียบเสมือนกับพระมหากษัตริย์ และไล่ลงมาเป็นมนุษย์ธรรมดา หนุมาน และก็ยักษ์นั้นเองค่า(สิงห์สาราสัตย์ )






แถมมาที่นี้นะคะ ยังได้รูปสวยๆไปลงในโซเชียลอีกด้วย คือมาวัดนี้ ได้ทั้ง ไหว้พระทำบุญเพื่อให้เป็นสิริมงคลแก่ตนเอง ได้ทั้งรูปสวยๆ และวัดนี้นะคะ ก็ไม่ต่างกับพวก เทพีเสรีภาพที่นิวยอร์ก หรือหอไอเฟลที่ฝรั่งเศสเลยล่ะค่ะ เพราะในบรรดาชาวต่างชาติที่เดินทางมาไทย ต่างล้วนมาเพื่อสิ่งๆนี้เลยนะคะทุกคนนนนนนน





คือเราอ่าเป็นคนไทยแท้ๆ คิดว่าควรมาเป็นอย่างยิ่งเลยนะคะ สักครั้งหนึ่งก็ยังดี ^^

ว่างๆลองออกมาเที่ยวกันดูนะคะ อยากแนะนำเลยสำหรับคนชอบถ่ายรูป วัดนี้เหมาะมาก ได้ทั้งรูปทั้งบุญ แถมวัดนี้เป็นวัดประจำรัชกาลที่ 2 ด้วยนะคะ เพราะใต้ฐานพระประธานของวัดประดิษฐานพระบรมอัฐิของ รัชกาลที่ไว้อีกด้วย
และวัดนี้นะคะ มีภาพจิตรกรรมฝาผนัง ที่มีรูปของจิงโจ้ กับยีราฟด้วยนะคะ ในสมัยนั้น ไทยเรายังไม่มีสัตย์ 2 ชนิดนี้ แต่พระองค์คงเสด็จไปประพาสแถวยุโรปมาและเห็นจิงโจ้กับยีราฟเลยให้คนวาดขึ้นมา อยู่ด้านหน้าขององค์พระประธานในอุโบสถ์นะคะ ไปลองดูกันได้


คือจริงๆวัดนี้มีอะไรที่พูดได้อีกเยอะมากกกกก แต่แบบนี้ก็คร่าวๆ เนอะ
อยากให้คนไทยเที่ยวไทย มากกว่าไปเที่ยวต่างประเทศอีกกก ในความคิดเราที่ไม่เกี่ยวกับโควิด-19 นะ555555

ก็ไว้ถ้าโรคนี้หายไป ใครยังไม่เคยไปลองไปดูนะคะ อาจไม่สวยเท่าเมื่อก่อนเพราะมีการบรูณะใหม่ แต่ก็ยังคงสวยอยู่ดีค่าา

🚗ส่วนการเดินทางก็แสนจะง่ายดาย เพราะตอนนี้สามารถนั่ง MRT ไปลงสถานีอิสรภาพได้เลยจ้าา ออกมา เดินไปได้ 15 นาทีเองไม่ไกลมาก หรือนั่งวินไปก็ได้จะสะดวกสบายฝุดๆไปเล้ยยย

ปล.ใครชอบเที่ยวไปเรื่อยๆ มาเม้นคุยกันได้นะคะ ^^

 https://youtu.be/rEDBOtGpHQ4 ยังไงฝากนี้หน่อยนะค่าาา อยากทำอยากแชร์ให้ได้เห็นภาพตอนไป 🙇🏼‍♀️
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
Preview
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่