https://www.thairath.co.th/news/local/east/1796481
ขอบคุณข่าวจากไทยรัฐด้วยนะครับ ก็ได้ดูข่าวที่นำเสนอจากทีวีเมื่อเช้าและได้มาอ่านข่าวจากไทยรัฐอีกช่องทางหนึ่ง ก็คือประมาทร่วมกันนั่นเอง
คนขับไม่รู้นะว่าขับเร็วไหมแต่ก็อยู่เลนขวา เลนขวาปกติขับรถเร็วอยู่แล้วครับเพราะถ้าใครช้าก็จะโดนบีบแตรไล่ หรือไม่ก็โดนตร.ดักจับเพราะขับช้าในเลนขขวาสุด ส่วนคนข้ามถนนก็เดินข้า่มถนนในบริเวณที่ไม่มีทางม้าลายหรือสะพานลอยก็เดินข้ามกันตรงๆ เลย ตามสะดวกแต่ก็อาจจะประมาทไปหน่อยหรือหูไม่ดี ตาไม่ดี หรือสุขภาพไม่ดีหรือเปล่าอันนี้ก็ไม่แน่เหมือนกัน ก็เหมือนกับคนขับอาจจะตาไม่ดีหรือเปล่าหรือกำลังเหม่ออะไรอยู่หรือเปล่า??
เพราะปกติแล้วคนขับรถจะต้องใช้สติและสมาธิสูงพอสมควรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุทั้งต่อตัวรถเองหรือกับคนที่ใช้ถนนร่วมกันกับเราด้วย คือต้องระวังตลอดท้ังหมดการขับขี่นั่นเอง ระยะไกลๆ ปกติคนขับรถจะเห็นแล้วว่ามีคน มีหมา มีแมว เดินข้ามถนนหรือวิ่งข้ามถนน ซึ่งอาจจะต้องเตรียมชลอรถตั้งแต่เริ่มเห็นแล้ว
ส่วนขับเดินถนนในประเทศไทย!! บอกเลยโอกาสตายสูงมากกกกกกก!!!
ขนาดมีสัญญาณไฟจราจรมันยังขับขี่ฝ่าใฟแดงกันเลยแล้วจะหาความปลอยภัยได้จากไหนกัน ???
จากที่เคยทำงานในกรุงเทพฯ คือไฟก็เห็นรถมอเตอร์ไซค์ชอบฝ่าไฟแดงกันทุกวันอยู่แล้ว ก็คงไม่แปลกหรอกที่จะมีอุบัติเหตุให้ได้เห็น บางครั้งก็สังเกตเห็นตำรวจยืนอยู่บริเวณใกล้ ๆ นั้นก็มีแต่อาจจะไม่ได้อยู่ในเขตดูแลหรือเปล่านะ ก็ไม่รู้สิ !!!
ยกตัวอย่าง แยกไฟจราจรตรงทางขึ้นสถานีรถแอร์พอร์ตลิ้งสถานีมักกะสัน ถ้าไปยืนรอรถจะเห็นว่ามีมอไซค์ฝ่าไฟแดงเยอะมากกกกกกกกกก หรือบางทีก็เห็นมอไซค์ขับฝ่าทางกั้นรถไฟเวลารถไฟมาก็เห็นมาแล้วววววววว !!!!
ในประเทศไทยก็คงจะมีอะไรแบบนี้อีกเยอะแหละผมว่า คงแก้ไขได้แต่ก็ใช้ระยะเวลาและต้องปรับทัศนคดิกันอีกเยอะเลย ทุกวันนี้ปัญหาบ้านเมืองโควิดก็บานปลายแล้ว เรื่องพวกนี้ก็คงจะไม่มีใครสนใจหรอกนะ ผมวาต้องเซฟตัวเองกันแล้วแหละนะ
อย่าไปเปรียบเทียบกับต่างประเทศเลยนะผมว่าเพราะสถิติประเทศที่เจริญกว่าไทยเค้าก็นับแทบไม่มีนะคนโดนรถชนตาย เพราะกม.เค้าส่วนหนี่งและสำนึกของคนของเค้าด้วยส่วนหนึ่ง เป็นเมือนวัฒนธรรมของเค้าด้วยละมั้งครับ คนขับของเค้าจะระวังในการขับรถมาก ๆ เวลาเห็นคนเดินจะข้ามถนนก็จะหยุดให้เดินข้ามแล้วค่อยไปต่อ และยิ่งถ้าไม่หยุดตำรวจเห็นหรือมีคนแจ้งก็โทษหนักอยู่นะ
จริง ๆคนไทยที่เข้าใจ กม.และทำตามก็เยอะนะ แต่อาจจะมีแค่นิดหน่อยเท่าเห็บหมาที่ยังคงไม่รู้อะไรเลยนอกจากมีเงินไว้ซื้อรถแล้วซื้อใบขับขี่ แล้วก็ซื้อชีวิตคนที่ขับชนไปแล้วเพราะ กม. ของไทยมีประมาณนี้ครับ
มาตรา 291 : ผู้ใดที่กระทำการโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท
มาตรา 300 : ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจับทั้งปรับ
สำหรับการพิจารณาคดีนั้น ศาลจะพิจารณาจากหลักฐาน และพฤติกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น เคยทำความผิด หรือเมาขณะขับหรือไม่ หลังจากชนแล้วให้ความช่วยเหลือผู้เสียหาย ชดใช้ค่าเสียหาย ศาลก็จะมักพิจารณาลดโทษให้ และหากฝ่ายผู้เสียหายยอมความไม่เอาเรื่องต่อหน้าศาล เพราะสามารถตกลงค่าเสียหายได้เรียบร้อยแล้ว ศาลอาจปรานีลดโทษจำคุกให้เหลือเพียงการรอลงอาญา
มีเงินก็พูดคุยกับญาติผู้เสียชีวิตได้ แล้วคนไมมีเงินละทำไง ???
จากข่าวคนขับรถกระบะชนคนที่กำลังเดินข้ามถนนอยู่ม้นให้ข้อคิดเยอะทีเดียวสำหรับการอยู่ในประเทศไทย!!!
ขอบคุณข่าวจากไทยรัฐด้วยนะครับ ก็ได้ดูข่าวที่นำเสนอจากทีวีเมื่อเช้าและได้มาอ่านข่าวจากไทยรัฐอีกช่องทางหนึ่ง ก็คือประมาทร่วมกันนั่นเอง
คนขับไม่รู้นะว่าขับเร็วไหมแต่ก็อยู่เลนขวา เลนขวาปกติขับรถเร็วอยู่แล้วครับเพราะถ้าใครช้าก็จะโดนบีบแตรไล่ หรือไม่ก็โดนตร.ดักจับเพราะขับช้าในเลนขขวาสุด ส่วนคนข้ามถนนก็เดินข้า่มถนนในบริเวณที่ไม่มีทางม้าลายหรือสะพานลอยก็เดินข้ามกันตรงๆ เลย ตามสะดวกแต่ก็อาจจะประมาทไปหน่อยหรือหูไม่ดี ตาไม่ดี หรือสุขภาพไม่ดีหรือเปล่าอันนี้ก็ไม่แน่เหมือนกัน ก็เหมือนกับคนขับอาจจะตาไม่ดีหรือเปล่าหรือกำลังเหม่ออะไรอยู่หรือเปล่า??
เพราะปกติแล้วคนขับรถจะต้องใช้สติและสมาธิสูงพอสมควรเพื่อป้องกันอุบัติเหตุทั้งต่อตัวรถเองหรือกับคนที่ใช้ถนนร่วมกันกับเราด้วย คือต้องระวังตลอดท้ังหมดการขับขี่นั่นเอง ระยะไกลๆ ปกติคนขับรถจะเห็นแล้วว่ามีคน มีหมา มีแมว เดินข้ามถนนหรือวิ่งข้ามถนน ซึ่งอาจจะต้องเตรียมชลอรถตั้งแต่เริ่มเห็นแล้ว
ส่วนขับเดินถนนในประเทศไทย!! บอกเลยโอกาสตายสูงมากกกกกกก!!!
ขนาดมีสัญญาณไฟจราจรมันยังขับขี่ฝ่าใฟแดงกันเลยแล้วจะหาความปลอยภัยได้จากไหนกัน ???
จากที่เคยทำงานในกรุงเทพฯ คือไฟก็เห็นรถมอเตอร์ไซค์ชอบฝ่าไฟแดงกันทุกวันอยู่แล้ว ก็คงไม่แปลกหรอกที่จะมีอุบัติเหตุให้ได้เห็น บางครั้งก็สังเกตเห็นตำรวจยืนอยู่บริเวณใกล้ ๆ นั้นก็มีแต่อาจจะไม่ได้อยู่ในเขตดูแลหรือเปล่านะ ก็ไม่รู้สิ !!!
ยกตัวอย่าง แยกไฟจราจรตรงทางขึ้นสถานีรถแอร์พอร์ตลิ้งสถานีมักกะสัน ถ้าไปยืนรอรถจะเห็นว่ามีมอไซค์ฝ่าไฟแดงเยอะมากกกกกกกกกก หรือบางทีก็เห็นมอไซค์ขับฝ่าทางกั้นรถไฟเวลารถไฟมาก็เห็นมาแล้วววววววว !!!!
ในประเทศไทยก็คงจะมีอะไรแบบนี้อีกเยอะแหละผมว่า คงแก้ไขได้แต่ก็ใช้ระยะเวลาและต้องปรับทัศนคดิกันอีกเยอะเลย ทุกวันนี้ปัญหาบ้านเมืองโควิดก็บานปลายแล้ว เรื่องพวกนี้ก็คงจะไม่มีใครสนใจหรอกนะ ผมวาต้องเซฟตัวเองกันแล้วแหละนะ
อย่าไปเปรียบเทียบกับต่างประเทศเลยนะผมว่าเพราะสถิติประเทศที่เจริญกว่าไทยเค้าก็นับแทบไม่มีนะคนโดนรถชนตาย เพราะกม.เค้าส่วนหนี่งและสำนึกของคนของเค้าด้วยส่วนหนึ่ง เป็นเมือนวัฒนธรรมของเค้าด้วยละมั้งครับ คนขับของเค้าจะระวังในการขับรถมาก ๆ เวลาเห็นคนเดินจะข้ามถนนก็จะหยุดให้เดินข้ามแล้วค่อยไปต่อ และยิ่งถ้าไม่หยุดตำรวจเห็นหรือมีคนแจ้งก็โทษหนักอยู่นะ
จริง ๆคนไทยที่เข้าใจ กม.และทำตามก็เยอะนะ แต่อาจจะมีแค่นิดหน่อยเท่าเห็บหมาที่ยังคงไม่รู้อะไรเลยนอกจากมีเงินไว้ซื้อรถแล้วซื้อใบขับขี่ แล้วก็ซื้อชีวิตคนที่ขับชนไปแล้วเพราะ กม. ของไทยมีประมาณนี้ครับ
มาตรา 291 : ผู้ใดที่กระทำการโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 20,000 บาท
มาตรา 300 : ผู้ใดกระทำโดยประมาท และการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจับทั้งปรับ
สำหรับการพิจารณาคดีนั้น ศาลจะพิจารณาจากหลักฐาน และพฤติกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้น เช่น เคยทำความผิด หรือเมาขณะขับหรือไม่ หลังจากชนแล้วให้ความช่วยเหลือผู้เสียหาย ชดใช้ค่าเสียหาย ศาลก็จะมักพิจารณาลดโทษให้ และหากฝ่ายผู้เสียหายยอมความไม่เอาเรื่องต่อหน้าศาล เพราะสามารถตกลงค่าเสียหายได้เรียบร้อยแล้ว ศาลอาจปรานีลดโทษจำคุกให้เหลือเพียงการรอลงอาญา
มีเงินก็พูดคุยกับญาติผู้เสียชีวิตได้ แล้วคนไมมีเงินละทำไง ???