สวัสดีครับ ตอนนี้ผมเรียนครุศาสตร์ ปี 4 ครับ ผมกำลังชอบผู้ชายคนหนึ่งที่ชอบมานานเกือบจะ 3 ปีมาตั้งแต่ก่อนจบปี 1 จนถึงตอนนี้ครับ เรื่องอาจจะยาวหน่อยเดี๋ยวผมจะเล่าให้ฟังครับ...
ก่อนอื่นเลย ผมต้องขอกล่าวย้อนไปตอนปี 1 ก่อนที่จะขึ้นปี 2 นะครับ
"ตอนนั้นก่อนจบปี 1 คณะจัดงานเลี้ยงอำลาปี 1 ในวันนั้นซึ่งผมได้ไปร่วมงานเลี้ยงกับเพื่อน ผมก็สังสรรค์กับเพื่อนไปตามประสาเพื่อนแล้วทีนี้มันเป็นจุดๆหนึ่งสายตาผมเลยได้มองไปหาเขาคนนั้นครับ ซึ่งเป็น the first sight ที่ผมรู้สึกว่าเอ็นดูเขาดีนะครับ แต่ว่าตอนนั้นเขาไม่ได้ดูหล่อเท่าไรหรอก ผมก็ยังเฉยๆ แต่ด้วยความที่ผมรู้สึกสนใจเขาเพราะว่าเขาน่ารักน่าเอ็นดู..ผมเลยตัดสนใจเข้าไปเขียนจดหมายน้อยแล้วหย่อนใส่กล่องเอกของเขา (ในงานมีสิ่งนี้เลยเป็นใจกลางที่ดีในการสื่อสารแรกเริ่มเลยครับ)" พอมาปี 2 ช่วงซ้อมรับน้องพอได้เจอเขาอยู่ดีๆก็ดันรู้สึกเขินซะอย่างนั้น อาจเป็นเพราะใจผมอาจลอยไปหาเขาแล้วก็ได้ ความรู้สึกก็เริ่มจุดประกายขึ้นมาให้เราได้อยากทำความรู้จักเขามากกว่านี้ แต่ด้วยความผมเป็นคนไม่กล้าเข้าหาใครก่อนเลยเป็นอุปสรรคมาก และเขาก็มีข้อจำกัดคือ เขาจะไม่ค่อยสนใจคนอื่นถ้าไม่ได้สนิทเข้าจริงๆหรือเรียกว่าคนนอกสายตาก็ได้ ผมเลยลองทักแชทไปดูครั้งแรกก็คุยอยู่แต่พอถามต่อเขากลับอ่านไม่ตอบซะงั้น มันเลยยิ่งทำให้คิดว่าเราทำอะไรผิดหรือเปล่า เราก็ไม่รู้หรอก แล้วนี่เลยเป็นจุดที่กราฟพุ่งขึ้นหนักมากเรื่อยๆก็เหมือนความรู้สึกแหละมันก็ค่อยๆมีมากขึ้น อีกอย่างผมเป็นคนรักเดียวใจเดียวและเป็นคนที่รักยากแล้วก็ลืมยากมาก
ปี 2 มันก็ไม่เท่าไรหรอก แต่ที่พีคสุดๆและเพิ่งรู้มาก็คือ "เขามีคนที่ชอบแล้ว แต่คนที่เขาชอบอยู่คนละมอแล้วรู้ว่าเรียนครูด้วยเหมือนกัน" จุดๆนั้นก็เริ่มทำให้ผมเริ่มคิดมากทันทีว่า ผมควรจะไปต่อดีไหม ผมรู้สึกจุกมากตอนนั้นจนผมตั้งสเตตัสเพ้อและอัพสตอรี่ไอจีบ่อยมากเช่นกัน จนกระทั่งผมได้ทางเลือกนั่นคือเมทร่วมห้องของเขาซึ่งอยู่ด้วยกันกับเขา ได้ทำความรู้จักกันจนกระทั่งได้ถามอะไรเกี่ยวกับเขาถึงแม้ว่าจะไม่ได้คำตอบอะไรมากแต่เมทของเขาก็ยินดีที่ตอบคำถามให้ผมได้ ผมก็ดีใจครับ ตัดภาพไปที่...
ตอนปี 3 เป็นช่วงกลางๆที่ผมต้องมีภาระงานมากขึ้น เห้ย เพิ่มเติมแต่เขาหล่อ น่ารักมากขึ้นนะ ผมยิ่งหลงเขาไปอีกเลย ตอนแรกผมก็จะพยายามเข้าหาเขาในทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะเป็น แชทคุยด้วย (ซึ่งผมเคยทักไปหลายครั้ง ใช้จนโควตาเปลืองละมั้ง) ให้เพื่อนเป็นพ่อสื่อแม่สื่อ (มีเยอะจนเกรงใจเขาไปอีก) หรือให้เพื่อนในแก็งค์ช่วยพาเข้าหาอีก ก็พยายามมากจนรู้สึกว่าเหนื่อยแล้ว อยากพอแล้ว ไม่รู้ผมจะพยายามไปทำไมถ้าเขาไม่สนใจผมเลย เหมือนกับว่าผมไปทำอะไรผิดมาให้เขารู้สึกคับแค้นใจซะงั้นแต่จริงๆมันไม่ใช่ขนาดนั้นหรอก เหมือนเขาจะปิดกั้นตัวเองด้วย แต่ปิดกั้นแค่ผมคนเดียวนี่สิถึงแปลกเพราะคนอื่นก็คุยด้วยเหมือนเพื่อนคนหนึ่งเลยครับ ส่วนผมก็เหมือนขยะเปียกที่ไม่มีค่าอะไรนอกจากเป็นแค่ขยะ จนพอมาถึงวันหนึ่ง จู่ๆเขาก็เดินมาจากไหนไม่รู้อยู่ทางฟุตบาทตรงข้ามกับผมตอนหลังเลิกเรียน แล้วเพื่อนก็อดเห็นไม่ได้เลยขี่มอเตอร์ไซต์ไปเบรกเขาไว้แล้วพาผมไปหาเขาแล้วด้วยความที่ไม่รู้ว่าผมจะพูดอะไร เพื่อนก็คะยั้นคะยอให้ถ่ายรูปกับเขา เขาก็ยอมถ่ายรูปกับผมก็จัดไป ผมก็ทำตัวไม่ถูกตอนที่เขาจะเดินไปผมก็เบรกเขาแล้วก็คุยกับเขาเหมือนไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจอะไรมาเลย แต่มันเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ผมจะได้คุยกับเขาครั้งแรกจริงๆ ได้ทั้งรู้เสียง รู้อารมณ์ความรู้สึกแบบจริงๆ แต่ตอนนั้นคำตอบที่ได้ทั้งที่โดยผมยังไม่ได้เป็นฝ่ายถามเลย "เราเป็นเพื่อนกันได้นะ" ผมก็ยังจำได้ขึ้นใจ แล้วตัดภาพมาหลังจาก 6 วันหลังจากได้คุยได้ถ่ายรูปกับเขาครั้งแรก ผมก็ทักแชทไปหาเขาเพื่อขอเจอกันเป็นการส่วนตัวเพราะอยากจะคุยกับเขา ตอนแรกผมจะคิดว่ามันแปลกไหมทำไมเขาดูไม่ค่อยถามผมกลับเลย นี่ผมเป็นผู้สัมภาษณ์หรอเนี่ย แต่มันก็ดีที่ผมได้คุยกับเขาจนผมอยากหยุดเวลาไว้จริงๆผมอยากคุยกับเขานานๆจริงๆนะ แต่ผมมีธุระเวลาเลยจำกัดครับ ผมโคตรอยากกลับไปวันนั้นอีกสักร้อยครั้งจัง........แต่ว่าเจ็บไปอีกเมื่อมันกลับไปเป็นแบบเก่าอีก มันเหมือนอารมณ์ชั่ววูบแล้วเขาก็ทำเป็นไม่คุยด้วยเหมือนเดิม ไม่รู้เขาจะบอกว่า "เราเป็นเพื่อนกันได้ทำไม" งงเหมือนกัน
พอยิ่งโตไปอีก ปี 4 แล้วหรอเนี่ย เป็นโค้งสุดท้ายที่ผมจะได้เจอกับเขาเป็นช่วงสุดท้ายก่อนออกไปฝึกสอน ปี 5 ครับ ผมก็รู้สึกเหมือนหมดความหวังไปแต่ก็ยังไม่เลิก เหมือนแบบรอคอยความหวังมากไปหรือเปล่า เพราะตอนนี้ผมกับเขาก็ยังไม่ได้คุยอะไรกันเลย มันเหมือนเขายิ่งเฟดออกไปจากเรามากขึ้นๆ แต่เวลามันก็ต้องดำเนินต่อไปเนอะ...ในช่วงหนึ่งผมรู้สึกว่าผมเห็นเขาเพ้อบ่อยมากเพราะช่วงที่อยู่ปี 4 แต่ยังดีที่ผมก็เพ้อไม่มากเหมือนเมื่อก่อนแล้ว (เมื่อก่อนนี่คือถล่มทลายมาก) ต่อมาพอผมเห็นเขาเพ้อหนักเรื่องคนที่ชอบซึ่งผมเคยเดาเหตุการณ์ไว้ว่า "คนที่เขาชอบ เขาดูไม่ค่อยสนใจเลย แม้ขนาดไม่รู้ชื่อ ไม่รู้หน้า ทำไมผมรู้สึกมีเซ้นส์ในเรื่องนี้มากขนาดนี้ว่า คนที่เขาชอบไม่ได้ชอบเขาแต่แรกแล้วแต่เขาก็ยังดันทุรังรักเขาอยู่ ซึ่งผมก็เข้าใจ มันก็เหมือนผมแหละครับที่ "ชอบเขาอยู่ข้างเดียว" จนผมรู้สึกว่ามันเหมือนกันมากไปไหมที่รู้สึกแบบเดียวกัน ทำไมเขาไม่ลองมองมาที่ผมบ้างนะ ผมเสียดายเขามากนะที่เขาไม่สนใจผมเลย เขาคือสเปคผมเลยนะจริงๆ ผมชอบคนที่นิสัยคล้ายๆกับผม มีอะไรที่ชอบคล้ายๆกันที่พอจะเข้ากันได้บ้าง เรียนเก่งเหมือนกัน ขยันเหมือนกัน แต่ติดตรงฐานะไม่เท่ากัน (ผมก็เคยถามตัวเองอยู่นะว่า ผมกับเขาจะไปกันได้หรอ ซึ่งก็ต่างความคิดนะ บางคนบอกต้องได้สิ บางคนบอกเป็นไปไม่ได้หรอก) แต่นั่นล่ะพอเวลาผ่านไป เขาก็เลิกเพ้อไปเลยในช่วงเทอมสุดท้ายของปี 4 ผมว่ามันดีแล้วที่เขาออกมาจากตรงนั้นได้ ให้เวลาเขาดีกว่า เขาก็เริ่มดีขึ้นมา ผมก็เริ่มเห็นตัวตนของเขาออกมาเรื่อยๆจนทำให้ผมรู้สึกว่า เขาเป็นแบบนี้ด้วยหรอ แต่ผมว่ามันดีแล้วที่เขาไม่ปิดกั้นตัวเองเหมือนเมื่อก่อน
และนี่พีคสุดเลยครับ จุดที่ทุกคนรอคอยมานานคือ "ตอนที่เลือกโรงเรียนฝึกสอนเลยครับ รู้ไหมทำไม? ผมคิดว่าผมจะไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว แต่จริงๆเคยคิดว่าไม่อยากเจอเพราะไม่อยากให้อึดอัดใจกันมากเกินกว่านี้ แต่ดันเป็นเรื่องบังเอิญยังไงไม่รู้ "เขาเลือกโรงเรียนฝึกสอนเดียวกันกับของผม" ผมก็ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดี ผมก็ไม่รู้อีกว่ามันคือวิกฤตหรือโอกาส ผมก็ไม่รู้ไปอีกว่าเขาจะอยากสนิทเป็นเพื่อนหรืออยากรู้จักกับผมไหม เลยเกิดคำถามในใจจนมาถึงวันนี้
นี่แหละครับก็คือเรื่องราวของผม...ผมจึงเลยอยากรู้ว่า "ในช่วงที่ผมและเขาจะได้ฝึกสอนในเทอมหน้า เมื่อผมรู้ใจตัวเองว่าผมยังรู้สึกชอบเขาอยู่ ผมควรจะกลับไปจีบเขาอีกครั้งดีไหม เพราะผมคิดว่าเรื่องมันก็ผ่านมาได้นานมากแล้ว แล้วเขาก็โสดยังไม่มีคนคุยด้วย ซึ่งมันเป็นโอกาสที่ดีเลยครับที่ 1 ปีที่ผมและเขาจะได้อยู่ในรั้วโรงเรียนเดียวกัน ได้มารู้จักกันอีกครั้งเหมือนการรีเซ็ตทุกอย่างให้เริ่มจากศูนย์ ผมก็ไม่รู้ว่าเขาจะรู้สึกยังไง แต่ผมก็ขอไม่หวังว่าเขาจะต้องเป็นแฟนของผม แต่ผมขอแค่ได้เป็นเพื่อนคนหนึ่งของเขาก็ยังดีพอถ้าจีบแล้วเขายังยืนยันคำเดิมว่าเป็นเพื่อนกันดีแล้ว ผมจึงอยากใช้เวลาร่วมกันกับเขาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนที่จะแยกย้ายเรียนจบกันไปแล้วอาจไม่ได้เจอกันอีกก็ได้ ดังนั้นผมจึงเลยคิดอยากจะสู้ดูอีกครั้งครับ...
ขอบคุณมากครับที่อ่านจนจบ
...Based on true story...
เรื่องเล่าความรักกับสิ่งที่อยากถามในใจมานาน: ถ้าเป็นไปได้...ผมควรสู้เพื่อกลับไปจีบคนที่ผมเคยจีบใหม่อีกครั้งดีไหม??
ก่อนอื่นเลย ผมต้องขอกล่าวย้อนไปตอนปี 1 ก่อนที่จะขึ้นปี 2 นะครับ
"ตอนนั้นก่อนจบปี 1 คณะจัดงานเลี้ยงอำลาปี 1 ในวันนั้นซึ่งผมได้ไปร่วมงานเลี้ยงกับเพื่อน ผมก็สังสรรค์กับเพื่อนไปตามประสาเพื่อนแล้วทีนี้มันเป็นจุดๆหนึ่งสายตาผมเลยได้มองไปหาเขาคนนั้นครับ ซึ่งเป็น the first sight ที่ผมรู้สึกว่าเอ็นดูเขาดีนะครับ แต่ว่าตอนนั้นเขาไม่ได้ดูหล่อเท่าไรหรอก ผมก็ยังเฉยๆ แต่ด้วยความที่ผมรู้สึกสนใจเขาเพราะว่าเขาน่ารักน่าเอ็นดู..ผมเลยตัดสนใจเข้าไปเขียนจดหมายน้อยแล้วหย่อนใส่กล่องเอกของเขา (ในงานมีสิ่งนี้เลยเป็นใจกลางที่ดีในการสื่อสารแรกเริ่มเลยครับ)" พอมาปี 2 ช่วงซ้อมรับน้องพอได้เจอเขาอยู่ดีๆก็ดันรู้สึกเขินซะอย่างนั้น อาจเป็นเพราะใจผมอาจลอยไปหาเขาแล้วก็ได้ ความรู้สึกก็เริ่มจุดประกายขึ้นมาให้เราได้อยากทำความรู้จักเขามากกว่านี้ แต่ด้วยความผมเป็นคนไม่กล้าเข้าหาใครก่อนเลยเป็นอุปสรรคมาก และเขาก็มีข้อจำกัดคือ เขาจะไม่ค่อยสนใจคนอื่นถ้าไม่ได้สนิทเข้าจริงๆหรือเรียกว่าคนนอกสายตาก็ได้ ผมเลยลองทักแชทไปดูครั้งแรกก็คุยอยู่แต่พอถามต่อเขากลับอ่านไม่ตอบซะงั้น มันเลยยิ่งทำให้คิดว่าเราทำอะไรผิดหรือเปล่า เราก็ไม่รู้หรอก แล้วนี่เลยเป็นจุดที่กราฟพุ่งขึ้นหนักมากเรื่อยๆก็เหมือนความรู้สึกแหละมันก็ค่อยๆมีมากขึ้น อีกอย่างผมเป็นคนรักเดียวใจเดียวและเป็นคนที่รักยากแล้วก็ลืมยากมาก
ปี 2 มันก็ไม่เท่าไรหรอก แต่ที่พีคสุดๆและเพิ่งรู้มาก็คือ "เขามีคนที่ชอบแล้ว แต่คนที่เขาชอบอยู่คนละมอแล้วรู้ว่าเรียนครูด้วยเหมือนกัน" จุดๆนั้นก็เริ่มทำให้ผมเริ่มคิดมากทันทีว่า ผมควรจะไปต่อดีไหม ผมรู้สึกจุกมากตอนนั้นจนผมตั้งสเตตัสเพ้อและอัพสตอรี่ไอจีบ่อยมากเช่นกัน จนกระทั่งผมได้ทางเลือกนั่นคือเมทร่วมห้องของเขาซึ่งอยู่ด้วยกันกับเขา ได้ทำความรู้จักกันจนกระทั่งได้ถามอะไรเกี่ยวกับเขาถึงแม้ว่าจะไม่ได้คำตอบอะไรมากแต่เมทของเขาก็ยินดีที่ตอบคำถามให้ผมได้ ผมก็ดีใจครับ ตัดภาพไปที่...
ตอนปี 3 เป็นช่วงกลางๆที่ผมต้องมีภาระงานมากขึ้น เห้ย เพิ่มเติมแต่เขาหล่อ น่ารักมากขึ้นนะ ผมยิ่งหลงเขาไปอีกเลย ตอนแรกผมก็จะพยายามเข้าหาเขาในทุกวิถีทาง ไม่ว่าจะเป็น แชทคุยด้วย (ซึ่งผมเคยทักไปหลายครั้ง ใช้จนโควตาเปลืองละมั้ง) ให้เพื่อนเป็นพ่อสื่อแม่สื่อ (มีเยอะจนเกรงใจเขาไปอีก) หรือให้เพื่อนในแก็งค์ช่วยพาเข้าหาอีก ก็พยายามมากจนรู้สึกว่าเหนื่อยแล้ว อยากพอแล้ว ไม่รู้ผมจะพยายามไปทำไมถ้าเขาไม่สนใจผมเลย เหมือนกับว่าผมไปทำอะไรผิดมาให้เขารู้สึกคับแค้นใจซะงั้นแต่จริงๆมันไม่ใช่ขนาดนั้นหรอก เหมือนเขาจะปิดกั้นตัวเองด้วย แต่ปิดกั้นแค่ผมคนเดียวนี่สิถึงแปลกเพราะคนอื่นก็คุยด้วยเหมือนเพื่อนคนหนึ่งเลยครับ ส่วนผมก็เหมือนขยะเปียกที่ไม่มีค่าอะไรนอกจากเป็นแค่ขยะ จนพอมาถึงวันหนึ่ง จู่ๆเขาก็เดินมาจากไหนไม่รู้อยู่ทางฟุตบาทตรงข้ามกับผมตอนหลังเลิกเรียน แล้วเพื่อนก็อดเห็นไม่ได้เลยขี่มอเตอร์ไซต์ไปเบรกเขาไว้แล้วพาผมไปหาเขาแล้วด้วยความที่ไม่รู้ว่าผมจะพูดอะไร เพื่อนก็คะยั้นคะยอให้ถ่ายรูปกับเขา เขาก็ยอมถ่ายรูปกับผมก็จัดไป ผมก็ทำตัวไม่ถูกตอนที่เขาจะเดินไปผมก็เบรกเขาแล้วก็คุยกับเขาเหมือนไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจอะไรมาเลย แต่มันเป็นช่วงเวลาหนึ่งที่ผมจะได้คุยกับเขาครั้งแรกจริงๆ ได้ทั้งรู้เสียง รู้อารมณ์ความรู้สึกแบบจริงๆ แต่ตอนนั้นคำตอบที่ได้ทั้งที่โดยผมยังไม่ได้เป็นฝ่ายถามเลย "เราเป็นเพื่อนกันได้นะ" ผมก็ยังจำได้ขึ้นใจ แล้วตัดภาพมาหลังจาก 6 วันหลังจากได้คุยได้ถ่ายรูปกับเขาครั้งแรก ผมก็ทักแชทไปหาเขาเพื่อขอเจอกันเป็นการส่วนตัวเพราะอยากจะคุยกับเขา ตอนแรกผมจะคิดว่ามันแปลกไหมทำไมเขาดูไม่ค่อยถามผมกลับเลย นี่ผมเป็นผู้สัมภาษณ์หรอเนี่ย แต่มันก็ดีที่ผมได้คุยกับเขาจนผมอยากหยุดเวลาไว้จริงๆผมอยากคุยกับเขานานๆจริงๆนะ แต่ผมมีธุระเวลาเลยจำกัดครับ ผมโคตรอยากกลับไปวันนั้นอีกสักร้อยครั้งจัง........แต่ว่าเจ็บไปอีกเมื่อมันกลับไปเป็นแบบเก่าอีก มันเหมือนอารมณ์ชั่ววูบแล้วเขาก็ทำเป็นไม่คุยด้วยเหมือนเดิม ไม่รู้เขาจะบอกว่า "เราเป็นเพื่อนกันได้ทำไม" งงเหมือนกัน
พอยิ่งโตไปอีก ปี 4 แล้วหรอเนี่ย เป็นโค้งสุดท้ายที่ผมจะได้เจอกับเขาเป็นช่วงสุดท้ายก่อนออกไปฝึกสอน ปี 5 ครับ ผมก็รู้สึกเหมือนหมดความหวังไปแต่ก็ยังไม่เลิก เหมือนแบบรอคอยความหวังมากไปหรือเปล่า เพราะตอนนี้ผมกับเขาก็ยังไม่ได้คุยอะไรกันเลย มันเหมือนเขายิ่งเฟดออกไปจากเรามากขึ้นๆ แต่เวลามันก็ต้องดำเนินต่อไปเนอะ...ในช่วงหนึ่งผมรู้สึกว่าผมเห็นเขาเพ้อบ่อยมากเพราะช่วงที่อยู่ปี 4 แต่ยังดีที่ผมก็เพ้อไม่มากเหมือนเมื่อก่อนแล้ว (เมื่อก่อนนี่คือถล่มทลายมาก) ต่อมาพอผมเห็นเขาเพ้อหนักเรื่องคนที่ชอบซึ่งผมเคยเดาเหตุการณ์ไว้ว่า "คนที่เขาชอบ เขาดูไม่ค่อยสนใจเลย แม้ขนาดไม่รู้ชื่อ ไม่รู้หน้า ทำไมผมรู้สึกมีเซ้นส์ในเรื่องนี้มากขนาดนี้ว่า คนที่เขาชอบไม่ได้ชอบเขาแต่แรกแล้วแต่เขาก็ยังดันทุรังรักเขาอยู่ ซึ่งผมก็เข้าใจ มันก็เหมือนผมแหละครับที่ "ชอบเขาอยู่ข้างเดียว" จนผมรู้สึกว่ามันเหมือนกันมากไปไหมที่รู้สึกแบบเดียวกัน ทำไมเขาไม่ลองมองมาที่ผมบ้างนะ ผมเสียดายเขามากนะที่เขาไม่สนใจผมเลย เขาคือสเปคผมเลยนะจริงๆ ผมชอบคนที่นิสัยคล้ายๆกับผม มีอะไรที่ชอบคล้ายๆกันที่พอจะเข้ากันได้บ้าง เรียนเก่งเหมือนกัน ขยันเหมือนกัน แต่ติดตรงฐานะไม่เท่ากัน (ผมก็เคยถามตัวเองอยู่นะว่า ผมกับเขาจะไปกันได้หรอ ซึ่งก็ต่างความคิดนะ บางคนบอกต้องได้สิ บางคนบอกเป็นไปไม่ได้หรอก) แต่นั่นล่ะพอเวลาผ่านไป เขาก็เลิกเพ้อไปเลยในช่วงเทอมสุดท้ายของปี 4 ผมว่ามันดีแล้วที่เขาออกมาจากตรงนั้นได้ ให้เวลาเขาดีกว่า เขาก็เริ่มดีขึ้นมา ผมก็เริ่มเห็นตัวตนของเขาออกมาเรื่อยๆจนทำให้ผมรู้สึกว่า เขาเป็นแบบนี้ด้วยหรอ แต่ผมว่ามันดีแล้วที่เขาไม่ปิดกั้นตัวเองเหมือนเมื่อก่อน
และนี่พีคสุดเลยครับ จุดที่ทุกคนรอคอยมานานคือ "ตอนที่เลือกโรงเรียนฝึกสอนเลยครับ รู้ไหมทำไม? ผมคิดว่าผมจะไม่ได้เจอเขาอีกแล้ว แต่จริงๆเคยคิดว่าไม่อยากเจอเพราะไม่อยากให้อึดอัดใจกันมากเกินกว่านี้ แต่ดันเป็นเรื่องบังเอิญยังไงไม่รู้ "เขาเลือกโรงเรียนฝึกสอนเดียวกันกับของผม" ผมก็ไม่รู้ว่าจะดีใจหรือเสียใจดี ผมก็ไม่รู้อีกว่ามันคือวิกฤตหรือโอกาส ผมก็ไม่รู้ไปอีกว่าเขาจะอยากสนิทเป็นเพื่อนหรืออยากรู้จักกับผมไหม เลยเกิดคำถามในใจจนมาถึงวันนี้
นี่แหละครับก็คือเรื่องราวของผม...ผมจึงเลยอยากรู้ว่า "ในช่วงที่ผมและเขาจะได้ฝึกสอนในเทอมหน้า เมื่อผมรู้ใจตัวเองว่าผมยังรู้สึกชอบเขาอยู่ ผมควรจะกลับไปจีบเขาอีกครั้งดีไหม เพราะผมคิดว่าเรื่องมันก็ผ่านมาได้นานมากแล้ว แล้วเขาก็โสดยังไม่มีคนคุยด้วย ซึ่งมันเป็นโอกาสที่ดีเลยครับที่ 1 ปีที่ผมและเขาจะได้อยู่ในรั้วโรงเรียนเดียวกัน ได้มารู้จักกันอีกครั้งเหมือนการรีเซ็ตทุกอย่างให้เริ่มจากศูนย์ ผมก็ไม่รู้ว่าเขาจะรู้สึกยังไง แต่ผมก็ขอไม่หวังว่าเขาจะต้องเป็นแฟนของผม แต่ผมขอแค่ได้เป็นเพื่อนคนหนึ่งของเขาก็ยังดีพอถ้าจีบแล้วเขายังยืนยันคำเดิมว่าเป็นเพื่อนกันดีแล้ว ผมจึงอยากใช้เวลาร่วมกันกับเขาให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนที่จะแยกย้ายเรียนจบกันไปแล้วอาจไม่ได้เจอกันอีกก็ได้ ดังนั้นผมจึงเลยคิดอยากจะสู้ดูอีกครั้งครับ...
ขอบคุณมากครับที่อ่านจนจบ