คุณแม่เป็นโรคซึมเศร้า ทำตัวอย่างไรดีคะ

กระทู้คำถาม
สวัสดีค่ะ 
ขอย้อนเล่าไปตั้งแต่เจ้าของกระทู้ยังเด็กเลยนะคะ
ครอบครัวมีสี่คน พ่อแม่พี่ชายแล้วก็ตัวเรา ตอนเด็กๆแม่จะเป็นคนที่เข้มงวดพอสมควร
ส่วนคุณพ่อเป็นคนใจดี ค่อนข้างชิว ตรงนี้เราเลยคิดว่ามันมีความสมดุลที่ดีในครอบครัวค่ะ
แต่คุณแม่จะเป็นคนอารมณ์ร้าย ถ้าโกรธคือโวยวายลั่นบ้าน เสียงดังมาก
แล้วจะใช้คำพูดที่กรีดแทงเหมือนเราทำผิดมากๆ แล้วด้วยความที่เราเป็นคนค่อนข้างเซ้นซีทีฟ
ก็จะร้องไห้ทุกครั้งที่เจออะไรแบบนี้
พ่อเราประสบปัญหาการเงินช่วงต้มยำกุ้ง เลยทำให้ที่บ้านมักจะทะเลาะกับเรื่องเงิน
แม่จะมาคุยกับเราเสมอเกี่ยวกับว่า ที่บ้านเราไม่มีเงิน แม่ต้องแบกภาระทุกอย่าง
และชอบว่าพ่อให้เราฟังว่าพ่อไม่ดีอย่างไรบ้าง ซึ่งเราก็ไม่ค่อยชอบเพราะเราเองก็รักพ่อ
และเราก็ไม่คิดว่าพ่อเป็นคนเลวร้ายขนาดนั้น
แต่ก็ไม่สามารถตอบโต้ได้เพราะ ถ้าตอบโต้เค้าจะโกรธมากว่าเราไม่เข้าข้าง
แต่ด้วยความที่พ่อเป็นคนใจเย็นมากกกก พ่อเลยไม่เคยตอบโต้เวลาแม่ทะเลาะ
ก็เลยจะเป็นแม่ที่ทะเลาะอยู่ฝ่ายเดียว ส่วนพ่อก็จะเงียบๆไป
แม่จะระแวงตลอดว่าพ่อมีเมียน้อย พ่อไม่รัก ไม่สนใจ พ่อเกลียดแม่
ซึ่งพ่อจะบอกเสมอว่า ไม่มีเมียน้อย (ตรงนี้เราไม่อยากฟันธง) แต่ที่แน่ๆ เรารู้ว่าพ่อไม่เกลียดแม่
 
แม่เครียดกับเรื่องพ่อมาก บอกว่าพ่อไม่ดีกับแม่เลย 
ซึ่งเรารู้ว่าลึกๆแม่ไม่อยากหย่ากับพ่อเพราะแม่เองก็รักพ่อและก็คงทำใจไม่ได้ที่ต้องหย่ากัน
และพ่อก็ไม่ได้อยากจะหย่าเพราะพ่อบอกว่าสำหรับพ่อมันไม่ได้มีปัญหาอะไร
แต่แม่จะเข้าใจว่า ที่พ่อไม่อยากหย่าเพราะพ่อบีบให้แม่เป็นคนเดินออกไปเองและพ่อจะได้สมบัติแม่
ซึ่งมันพล็อตละครช่อง7 มาก และไม่ว่าเราจะพูดอย่างไรแม่ก็ไม่ฟังและไม่เชื่อ
เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เราจำความได้ค่ะจนถึงทุกวันนี้

เราโตมากับความคิดที่ว่า ต้องทำให้แม่มีความสุขก่อน เราถึงจะมีความสุขได้
เอาความรู้สึกแม่มาก่อนเสมอ ถ้าแม่อารมณ์ไม่ดีเมื่อไร เราจะรู้สึเหมือนโลกแตกสลาย
เพราะฉะนั้นเราจะรู้ว่าต้องคอยเอาใจแม่ตลอดเวลา และต้องกดอารมณ์ของตัวเองไว้
ถ้าแม่เศร้า เราก็ต้องเศร้า ถ้าแม่อารมณ์ไม่ดีเราจะไม่สามารถอารมณ์ดีได้
นอกบ้านเราจะเป็นคนร่าเริง ยิ้มแย้ม หัวเราะเยอะ คุยเก่ง คงเพราะเราอยากจะดึงสมดุลในตัวเอง
แต่ภายในจิตใจมันรู้สึกเหมือนเราจะดาวน์ๆตลอด ไม่สามารถสุขได้สุดๆ
ซึ่งพอโตมาเราก็ได้เข้าใจว่านี่คือปัญหาที่ทำให้เรากลายเป็นโรคซึมเศร้าเรื้อรังตอนที่เราไปหาหมอ เราจึงเริ่มรักษาตัวเอง
ช่วงนั้นเป็นช่วงมหาวิทยาลัยปีสุดท้าย ซึ่งตั้งแต่ปี1 เราอยู่บ้านมาตลอด
เรารู้สึกว่า การอยู่กับที่บ้านมันจะทำให้เราอยู่กับแต่สภาพแวดล้อมเดิมๆที่มัน toxic 
เราเลยตัดสินใจขอออกมาอยู่หอเองโดยอ้างว่า ปี4 มันทำตัวจบหนัก
ซึ่งเราโชคดีที่มีพ่อที่เข้าใจ เราเลยได้ออกมาอยู่หอเพื่อรักษาตัวเอง
เราอยู่หอเป็นเวลาหนึ่งปี กลับบ้านบ้างเสาร์อาทิตย์ แต่มันช่วยให้เราดีขึ้นระดับหนึ่งเลย
เราเผชิญหน้ากับพ่อแม่บอกว่า เราเป็นซึมเศร้านะ กำลังรักษาตัวอยู่
พอเค้าถามว่าทำไม เราก็พยายามเล่าแบบที่จะไม่โทษใครมากที่สุด
ซึ่งเค้าก็เสียใจมากค่ะและเราก็เข้าใจ เพราะคงไม่มีพ่อแม่คนไหนอยากเลี้ยงลูกโตมาให้เป็นโรคซึมเศร้า
เราบอกว่าเราต้องใช้เวลา และเราจะพยายามทำให้หายให้ได้แต่เราต้องการกำลังใจด้วยเช่นกัน

จนสุดท้ายเราดีขึ้นจึงกลับมาอยู่ที่บ้าน เราทำงานหลังเรียนจบได้ซักพัก
ก็รู้สึกว่าอยากออกจากคอมฟอร์ทโซน เลยสมัคร work and holiday มาประเทศออสเตรเลีย
ซึ่งตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงตอนนี้ เลยมาสามปีแล้วเราก็อยู่ที่นี่มาตลอดรอสมัครพีอาร์(คล้ายๆซิติเซนค่ะ)
เพราะเราชอบชีวิตที่นี่และรู้สึกว่ามันจะดีต่ออนาคตของตัวเราเองถ้าได้อยู่ที่นี่
แต่ช่วงสามปีที่ผ่านมา คุณแม่เกษียณออกจากงาน(คุณแม่เป็นคุณครู)
และเรารู้สึกว่าชีวิตเค้าเริ่มแย่ลงตั้งแต่ตอนนั้น เหมือนมันไม่มีเป้าหมายอีกแล้วอ่ะค่ะ
แล้วเรารู้สึกว่าเค้ายึดเราเป็นเป้าหมายตั้งแต่เด็ก คือเลี้ยงลูก
แต่ตอนนี้เราและพี่ชายเราก็โตแล้ว มันเลยไม่มีตรงนั้นสำหรับเค้าอีก
แต่เราก็ยังเคว้งอยู่แล้วเค้าก็เริ่มคิดมาขึ้นเรื่อยๆ ฟุ่งซ่านกับทุกอย่าง
ชอบส่งไลน์ดราม่าชีวิตแล้วเราก็พยายามให้กำลังใจตลอดเท่าที่ทำได้
แต่ทุกครั้งเราก็จะซึมเหมือนกันที่เห็นอะไรแบบนั้นเพราะเราไม่รู้จะทำอย่างไรให้ชีวิตเค้าดีขึ้น
จริงๆแล้วเค้าอยากให้เรากลับบ้าน แต่เรารู้ว่าการที่เรากลับบ้านไม่ได้จะแก้ปัญหาทุกอย่าง
เค้าไม่ได้จะมีความสุขมากขึ้นถึงเราจะกลับบ้าน และเราอาจจะกลับไปซึมเศร้าอีกครั้งที่ต้องอยู่กับเค้า
และเรารู้สึกว่าการอยู่ที่นี่มันดีต่ออนาคตของเรามากกว่า
ฟังดูเหมือนเห็นแก่ตัวนะคะ ก็เห็นแก่ตัวนั่นแหละค่ะ แต่เราคิดว่าถึงจุดหนึ่งชีวิตก็ต้องเป็นของเรา
เราต้องมีครอบครัว มีลูก เราก็อยากจะให้สิ่งที่ดีที่สุดกับตัวเราเองและครอบครัว

ตอนเรากลับบ้านที่ไทยเราก็พาเค้าไปหาหมอจิตซึ่งเค้าก็ได้รับยามา แต่เค้าก็ไม่อยากกิน
พาเค้าออกไปทำกิจกรรมต่างๆที่จะพอให้เค้ารู้สึกเหมือนจะได้งานอดิเรกใหม่ๆบ้าง
แต่พอเรากลับมาที่ออสทุกอย่างก็เหมือนเดิม

สิ่งหลักๆเลยคือคุณแม่เป็นคนคิดลบมากๆกับชีวิตแม้กระทั่งก่อนเป็นซึมเศร้า มันเลยทำให้ทุกอย่างยากขึ้น
เราไม่สามารถบอกให้เค้ามองโลกในแง่ดีได้ 
เลยไม่รู้จะทำอย่างไรดี ในตอนนี้ เลยอยากรู้ความคิดเห็นของทุกคนค่ะ

ต้องขอโทษที่เล่ามายาวมากแต่อยากให้ทุกคนเห็นภาพจริงๆว่าปัญหามันเริ่มมาอย่างไร

ขอบคุณล่วงหน้าด้วยค่ะ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่