สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 3
ผิดครับ ข้อมูลนี้เกิดจากการนำคำพิพากษาศาลฎีกามาตีความผิด โดยไม่ดูที่มาที่ไป
ของคดีดังกล่าว และนำไปแชร์ต่อกันมั่วๆเพื่อปลอบประโลมคนที่กำลังผ่อนรถไม่ไหว
ในปัจจุบัน ไฟแนนซ์ทุกแห่งได้มีการปรับเนื้อหาในสัญญาใหม่ให้ครอบคลุมปัญหานี้
ด้วยการระบุให้คู่สัญญาต้องผ่อนค่างวดจนจบตามสัญญาหรือโปะเท่านั้น
การกระทำอื่นใดถือเป็นการผิดสัญญา มีผลให้คู่สัญญาต้องรับผิดชอบมูลค่าความ
เสียหายทั้งหมดที่เกิดจากการกระทำผิดสัญญาดังกล่าว รวมถึงค่าส่วนต่างด้วย
ประเด็นต่อมา ไฟแนนซ์เรียกเก็บค่าส่วนต่างด้วยการฟ้องศาล ให้ศาลมีคำพิพากษา
บังคับเอาทรัพย์มาชดใช้หนี้ส่วนต่าง ไฟแนนซ์ไม่ได้เรียกเก็บเอง เพราะงั้น
ช่องทางที่จะชักดาบแทบไม่มี
หลักการพิจารณาคดีแพ่งแบบนี้ ศาลจะดูว่ามีสัญญามั้ย มีความเสียหายเกิดขึ้นจริงมั้ย
ถ้ามีศาลก็ต้องให้ความยุติธรรมกับเจ้าหนี้ ดังนั้นไฟแนนซ์จึงชนะคดีที่ฟ้องเอาส่วนต่าง
ถึง 99.5% อาจมีพลาดบ้าง เช่น ไฟแนนซ์ไม่สามารถแจกแจงรายละเอียดการขายรถ
ทอดตลาดได้ว่าราคาเท่าไหร่ ซึ่งถ้าเกิดเคสแบบนี้คนทำเอกสารได้หางานทำใหม่แน่นอน
ต่อมาที่ผมอยากพูดให้เข้าใจ คือ ถ้ามีหนี้ที่เกิดขึ้นจริง หนี้นั้นจะไม่สูญนะครับ
ไม่ว่าจะหาช่องอื่น เช่น ไฟแนนซ์ไม่แจ้งก่อนขายรถทอดตลาด ไม่ได้รับเอกสาร
ตรงนี้ถ้ามีช่องว่าง อย่างมากก็โดน สคบ.ปรับ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับหนี้ที่เกิดขึ้นอยู่ดี
จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมไฟแนนซ์ไม่แจ้งเรื่องการขายรถทอดตลาดก่อนแล้วศาลก็ยัง
พิพากษาให้ใช้หนี้อยู่ ย้ำนะครับศาลให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่ายมิได้เอาใจฝ่ายใดๆ
ถ้ามีมูลหนี้เกิดขึ้นจริงก็เป็นไปตามนั้น และคำพิพากษาศาลถือเป็นที่สิ้นสุด
มีอำนาจเหนือ สคบ. และทุกฝ่ายต้องทำตาม
สรุปคือ เราควรพิจารณาตัวเองว่าจะผ่อนรถได้โดยไม่เดือดร้อน ค่อยตัดสินใจซื้อ
จะดีที่สุดครับ ถ้ายังต้องหาคนค้ำ ต้องผ่อนแล้วใช้จ่ายเดือนชนเดือน เงินเก็บไม่มี
ก็อย่าเพิ่งฝืนออกรถใหม่จะดีกว่า และถ้าสุดท้ายผ่อนไม่ไหว การยกให้คนอื่นผ่อนต่อ
หรือแถมเงินไปด้วย แล้วเปลี่ยนสัญญาให้ถูกต้องจะดีและเจ็บตัวน้อยที่สุดครับ
* ห้ามยกให้คนอื่นเอาไปผ่อนต่อหรือขายโดยไม่เปลี่ยนสัญญาเด็ดขาด
* ห้ามนำรถไปจำนำใต้ดินนอกระบบ ไม่ว่าจำนำเล่มหรือจำนำจอด
ผิดกฎหมายอาญาข้อหายักยอกทรัพย์นะครับ มีโทษถึงจำคุก
ของคดีดังกล่าว และนำไปแชร์ต่อกันมั่วๆเพื่อปลอบประโลมคนที่กำลังผ่อนรถไม่ไหว
ในปัจจุบัน ไฟแนนซ์ทุกแห่งได้มีการปรับเนื้อหาในสัญญาใหม่ให้ครอบคลุมปัญหานี้
ด้วยการระบุให้คู่สัญญาต้องผ่อนค่างวดจนจบตามสัญญาหรือโปะเท่านั้น
การกระทำอื่นใดถือเป็นการผิดสัญญา มีผลให้คู่สัญญาต้องรับผิดชอบมูลค่าความ
เสียหายทั้งหมดที่เกิดจากการกระทำผิดสัญญาดังกล่าว รวมถึงค่าส่วนต่างด้วย
ประเด็นต่อมา ไฟแนนซ์เรียกเก็บค่าส่วนต่างด้วยการฟ้องศาล ให้ศาลมีคำพิพากษา
บังคับเอาทรัพย์มาชดใช้หนี้ส่วนต่าง ไฟแนนซ์ไม่ได้เรียกเก็บเอง เพราะงั้น
ช่องทางที่จะชักดาบแทบไม่มี
หลักการพิจารณาคดีแพ่งแบบนี้ ศาลจะดูว่ามีสัญญามั้ย มีความเสียหายเกิดขึ้นจริงมั้ย
ถ้ามีศาลก็ต้องให้ความยุติธรรมกับเจ้าหนี้ ดังนั้นไฟแนนซ์จึงชนะคดีที่ฟ้องเอาส่วนต่าง
ถึง 99.5% อาจมีพลาดบ้าง เช่น ไฟแนนซ์ไม่สามารถแจกแจงรายละเอียดการขายรถ
ทอดตลาดได้ว่าราคาเท่าไหร่ ซึ่งถ้าเกิดเคสแบบนี้คนทำเอกสารได้หางานทำใหม่แน่นอน
ต่อมาที่ผมอยากพูดให้เข้าใจ คือ ถ้ามีหนี้ที่เกิดขึ้นจริง หนี้นั้นจะไม่สูญนะครับ
ไม่ว่าจะหาช่องอื่น เช่น ไฟแนนซ์ไม่แจ้งก่อนขายรถทอดตลาด ไม่ได้รับเอกสาร
ตรงนี้ถ้ามีช่องว่าง อย่างมากก็โดน สคบ.ปรับ แต่ไม่เกี่ยวข้องกับหนี้ที่เกิดขึ้นอยู่ดี
จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมไฟแนนซ์ไม่แจ้งเรื่องการขายรถทอดตลาดก่อนแล้วศาลก็ยัง
พิพากษาให้ใช้หนี้อยู่ ย้ำนะครับศาลให้ความยุติธรรมกับทุกฝ่ายมิได้เอาใจฝ่ายใดๆ
ถ้ามีมูลหนี้เกิดขึ้นจริงก็เป็นไปตามนั้น และคำพิพากษาศาลถือเป็นที่สิ้นสุด
มีอำนาจเหนือ สคบ. และทุกฝ่ายต้องทำตาม
สรุปคือ เราควรพิจารณาตัวเองว่าจะผ่อนรถได้โดยไม่เดือดร้อน ค่อยตัดสินใจซื้อ
จะดีที่สุดครับ ถ้ายังต้องหาคนค้ำ ต้องผ่อนแล้วใช้จ่ายเดือนชนเดือน เงินเก็บไม่มี
ก็อย่าเพิ่งฝืนออกรถใหม่จะดีกว่า และถ้าสุดท้ายผ่อนไม่ไหว การยกให้คนอื่นผ่อนต่อ
หรือแถมเงินไปด้วย แล้วเปลี่ยนสัญญาให้ถูกต้องจะดีและเจ็บตัวน้อยที่สุดครับ
* ห้ามยกให้คนอื่นเอาไปผ่อนต่อหรือขายโดยไม่เปลี่ยนสัญญาเด็ดขาด
* ห้ามนำรถไปจำนำใต้ดินนอกระบบ ไม่ว่าจำนำเล่มหรือจำนำจอด
ผิดกฎหมายอาญาข้อหายักยอกทรัพย์นะครับ มีโทษถึงจำคุก
แสดงความคิดเห็น
คืนรถไฟแนนซ์