สวัสดี..ทุกคน
เราขอใช้นามปากกาว่า "สายหมอก" นะ มันมีความหมายว่า ตัวเราเหมือนกับหมอก รู้ว่ามีอยู่แต่สัมผัสไม่ได้ แต่มองเห็นแล้วสัมผัสได้ด้วยความรู้สึก
เหมือนกับตัวเรา ที่บางครั้งก็อยู่ในสายตาของคนรอบข้าง หรือ ในบางครั้งก็เหมือนหมอกจาง ๆ ที่มีอยู่แต่ไม่มีใครมองไม่เห็น..
อย่างตอนนี้ตามหัวข้อเลยนะ คือ เราเองทำงานในตำแหน่งผู้จัดการร้านอาหารฝึกหัด ตัวเราเองยังใหม่มากกับการที่ต้องเรียนรู้งานสายนี้ จริงอยู่ที่เรามีประสบการณ์หลายปี ด้านงานบริการ และ ไลน์ของร้านอาหาร แต่สำหรับตำแหน่งนี้เราไม่รู้เลยว่ามันจะต้องเป็นไปในลักษณะนี้เหมือนกันทุกที่รึเปล่า แต่เรากดดันมาก เครียดมากตั้งแต่วันแรก เพราะ ในวันแรกเจ้าของร้านไม่ได้เข้ามาสอนงานเราเท่าที่ควรจะเป็นเลย กลายเป็นเราต้องเรียนรู้กับพนักงานในร้านเอง
ถ้ามองในแง่บวกน้อยลง ก็คือทำไมถึงไม่สอนงานเรา หรือ มีการเทรนงานให้กับเราก่อนที่จะลงงานจริง เพราะ งานที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้านั้น ทำทีเล่นทีจริงไม่ได้ ถ้าพลาดไป หมายถึง เสียลูกค้าทันที เพราะ สำหรับหน้างานลูกค้าไม่รู้กับเราว่าเราจะเป็นใคร เป็นพนักงานฝึกหัด เป็นเจ้าของ เป็นคนงานทั่ว ๆ ไป ลูกค้ารู้แค่ว่าเค้าเข้ามาใช้บริการแล้วร้านนั้น ๆ ก็ควรที่จะต้องมอบการบริการที่ดีที่สุดกับเค้า
แต่ถ้ามองในด้านบวกมันก็อาจจะส่งผลดีแค่ว่า เจ้าของอาจจะอยากฝึกความสามารถของเรา เพื่อดูว่าเราเหมาะสมแค่ไหนกับตำแหน่งนี้ แต่สำหรับความรู้สึกของเราเอง เรายังรู้สึกว่ายังไงก็ควรที่จะมีการอบรมก่อนอยู่ดี
ระยะเวลาเริ่มผ่านพ้นไป ความกดดันยิ่งทวีคูณเป็นเท่าตัว เจ้าของเรียกเราไปต่อว่าเรื่องจิปาถะสารพันอย่างที่ด้านหน้าร้าน จนบ่อยครั้งเข้า ความรู้สึกเราล้มพังไม่เป็นท่า ร้องไห้ออกมาแบบไม่รู้สึกอายอะไรทั้งนั้นเลย เพราะ อึดอัดมากและกดดันมาก หากทุกคนที่กำลังสงสัยอยู่ว่า ไอ่เรื่องที่เค้าว่าหน่ะ เรื่องอะไร? ต้องทำผิดอะไรสิเค้าถึงต่อว่า?
เราจะบอกให้นะว่าสาเหตุมันมีอะไรประกอบบ้าง
เมนูของร้าน เราต้องท่องเป็นสคริปให้เป๊ะตามทึ่เค้าต้องการกับลูกค้าทุก ๆ โต๊ะ ห้ามผิด ห้ามพลาด ห้ามพูดในสิ่งที่เค้าไม่ต้องการให้พูด เช่น ทางร้านของเรา นะครับ เราจะติดพูดให้มีคำปิดท้าย เพราะ จากงานที่เคยทำมาการพูดแบบนี้ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเราสุภาพ และ มีความคล้อยตามทำให้ตั้งใจฟังในสิ่งทึ่เรากำลังอธิบายมากขึ้น แต่เจ้าของร้านบอกว่ามันยืดเยื้อ เชย น่ารำคาญ
เมนูพิเศษต้องอธิบายให้ลูกค้าเป็นคอส ๆ ถึงที่มาที่ไปของแต่ละเมนู มันดีมั๊ย? ดีนะ ใครก็อยากฟัง แต่มีเราที่เป็นคนทำอยู่คนเดียว เพราะ ทั้งร้านมีพนักงานอยู่แค่ 4 คนรวมเรา เราเป็นคนไทย แต่อีก 3 คนเป็นเพื่อนบ้าน ลาว 1 คน และ กัมพูชาอีก 2 คน เค้าพูดไทยไม่คล่อง แนะนำเมนูไม่ได้
ซึ่งนั่นหมายความว่า เราตัองเป็นคนดูแลลูกค้าทุกโต๊ะและทุกคน เปิดประตูให้ พาไปที่โต๊ะ ยื่นเมนูให้ แนะนำเมนู จดออร์เดอร์ คีย์ออร์เดอร์ ขาลออร์เดอร์ เสริฟเครื่องดื่ม เสริฟอาหาร แนะนำโปรโมชั่น เสริฟอาหาร ขอลูกค้าถ่ายรูป คิดเงิน-ทอนเงิน เป็นแบบนี้ทุกโต๊ะ ตลอดทั้งวันตั้งแต่ลูกค้าโต๊ะแรกเข้ายันโต๊ะสุดท้าย
ระหว่างที่ทำงานเจ้านายก็ชอบเรียกออกไปคุยทั้ง ๆ ที่เรากำลังดูแลลูกค้าอยู่ และ พอเราอธิบายให้เค้าฟังว่ากำลังดูแลลูกค้าอยู่เค้าก็พูดว่า ลูกค้ารอได้ครับ คุณต้องออกมาคุยกับผมให้เสร็จ
มันเป็นอยู่แบบนี้ทุกวัน ๆ จนผมรู้สึกตัวเองเลยว่าผมหมดไฟ หมดกำลังใจในการทำงานมาก เพราะ ทุก ๆ เช้าที่ตื่นมาผมไม่สดใสเหมือนทุกที เพราะ ทุก ๆ ครั้งที่มีการต่อว่าเกิดขึ้น ผมจะจมอยู่กับความรู้สึกแย่ ๆ จนเยียวยาตัวเองกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้
มีเพื่อน ๆ คนไหนเคยเจอกับเหตุการณ์ลักษณะนี้บ้าง? แล้วแก้ไขสถานการณ์ความรู้สึกแย่ของตัวเองยังไง
ขอบคุณทุก ๆ คนที่เข้ามาอ่านจนจบ และ ขอบคุณสำหรับทุก ๆ คำตอบนะครับ
สายหมอก
ทุกคนมีวิธีการเยียวยาจิตใจของตัวเองยังไงเวลาที่รู้สึกเครียด กดดัน ไม่สบายใจ?
เราขอใช้นามปากกาว่า "สายหมอก" นะ มันมีความหมายว่า ตัวเราเหมือนกับหมอก รู้ว่ามีอยู่แต่สัมผัสไม่ได้ แต่มองเห็นแล้วสัมผัสได้ด้วยความรู้สึก
เหมือนกับตัวเรา ที่บางครั้งก็อยู่ในสายตาของคนรอบข้าง หรือ ในบางครั้งก็เหมือนหมอกจาง ๆ ที่มีอยู่แต่ไม่มีใครมองไม่เห็น..
อย่างตอนนี้ตามหัวข้อเลยนะ คือ เราเองทำงานในตำแหน่งผู้จัดการร้านอาหารฝึกหัด ตัวเราเองยังใหม่มากกับการที่ต้องเรียนรู้งานสายนี้ จริงอยู่ที่เรามีประสบการณ์หลายปี ด้านงานบริการ และ ไลน์ของร้านอาหาร แต่สำหรับตำแหน่งนี้เราไม่รู้เลยว่ามันจะต้องเป็นไปในลักษณะนี้เหมือนกันทุกที่รึเปล่า แต่เรากดดันมาก เครียดมากตั้งแต่วันแรก เพราะ ในวันแรกเจ้าของร้านไม่ได้เข้ามาสอนงานเราเท่าที่ควรจะเป็นเลย กลายเป็นเราต้องเรียนรู้กับพนักงานในร้านเอง
ถ้ามองในแง่บวกน้อยลง ก็คือทำไมถึงไม่สอนงานเรา หรือ มีการเทรนงานให้กับเราก่อนที่จะลงงานจริง เพราะ งานที่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับลูกค้านั้น ทำทีเล่นทีจริงไม่ได้ ถ้าพลาดไป หมายถึง เสียลูกค้าทันที เพราะ สำหรับหน้างานลูกค้าไม่รู้กับเราว่าเราจะเป็นใคร เป็นพนักงานฝึกหัด เป็นเจ้าของ เป็นคนงานทั่ว ๆ ไป ลูกค้ารู้แค่ว่าเค้าเข้ามาใช้บริการแล้วร้านนั้น ๆ ก็ควรที่จะต้องมอบการบริการที่ดีที่สุดกับเค้า
แต่ถ้ามองในด้านบวกมันก็อาจจะส่งผลดีแค่ว่า เจ้าของอาจจะอยากฝึกความสามารถของเรา เพื่อดูว่าเราเหมาะสมแค่ไหนกับตำแหน่งนี้ แต่สำหรับความรู้สึกของเราเอง เรายังรู้สึกว่ายังไงก็ควรที่จะมีการอบรมก่อนอยู่ดี
ระยะเวลาเริ่มผ่านพ้นไป ความกดดันยิ่งทวีคูณเป็นเท่าตัว เจ้าของเรียกเราไปต่อว่าเรื่องจิปาถะสารพันอย่างที่ด้านหน้าร้าน จนบ่อยครั้งเข้า ความรู้สึกเราล้มพังไม่เป็นท่า ร้องไห้ออกมาแบบไม่รู้สึกอายอะไรทั้งนั้นเลย เพราะ อึดอัดมากและกดดันมาก หากทุกคนที่กำลังสงสัยอยู่ว่า ไอ่เรื่องที่เค้าว่าหน่ะ เรื่องอะไร? ต้องทำผิดอะไรสิเค้าถึงต่อว่า?
เราจะบอกให้นะว่าสาเหตุมันมีอะไรประกอบบ้าง
เมนูของร้าน เราต้องท่องเป็นสคริปให้เป๊ะตามทึ่เค้าต้องการกับลูกค้าทุก ๆ โต๊ะ ห้ามผิด ห้ามพลาด ห้ามพูดในสิ่งที่เค้าไม่ต้องการให้พูด เช่น ทางร้านของเรา นะครับ เราจะติดพูดให้มีคำปิดท้าย เพราะ จากงานที่เคยทำมาการพูดแบบนี้ทำให้ลูกค้ารู้สึกว่าเราสุภาพ และ มีความคล้อยตามทำให้ตั้งใจฟังในสิ่งทึ่เรากำลังอธิบายมากขึ้น แต่เจ้าของร้านบอกว่ามันยืดเยื้อ เชย น่ารำคาญ
เมนูพิเศษต้องอธิบายให้ลูกค้าเป็นคอส ๆ ถึงที่มาที่ไปของแต่ละเมนู มันดีมั๊ย? ดีนะ ใครก็อยากฟัง แต่มีเราที่เป็นคนทำอยู่คนเดียว เพราะ ทั้งร้านมีพนักงานอยู่แค่ 4 คนรวมเรา เราเป็นคนไทย แต่อีก 3 คนเป็นเพื่อนบ้าน ลาว 1 คน และ กัมพูชาอีก 2 คน เค้าพูดไทยไม่คล่อง แนะนำเมนูไม่ได้
ซึ่งนั่นหมายความว่า เราตัองเป็นคนดูแลลูกค้าทุกโต๊ะและทุกคน เปิดประตูให้ พาไปที่โต๊ะ ยื่นเมนูให้ แนะนำเมนู จดออร์เดอร์ คีย์ออร์เดอร์ ขาลออร์เดอร์ เสริฟเครื่องดื่ม เสริฟอาหาร แนะนำโปรโมชั่น เสริฟอาหาร ขอลูกค้าถ่ายรูป คิดเงิน-ทอนเงิน เป็นแบบนี้ทุกโต๊ะ ตลอดทั้งวันตั้งแต่ลูกค้าโต๊ะแรกเข้ายันโต๊ะสุดท้าย
ระหว่างที่ทำงานเจ้านายก็ชอบเรียกออกไปคุยทั้ง ๆ ที่เรากำลังดูแลลูกค้าอยู่ และ พอเราอธิบายให้เค้าฟังว่ากำลังดูแลลูกค้าอยู่เค้าก็พูดว่า ลูกค้ารอได้ครับ คุณต้องออกมาคุยกับผมให้เสร็จ
มันเป็นอยู่แบบนี้ทุกวัน ๆ จนผมรู้สึกตัวเองเลยว่าผมหมดไฟ หมดกำลังใจในการทำงานมาก เพราะ ทุก ๆ เช้าที่ตื่นมาผมไม่สดใสเหมือนทุกที เพราะ ทุก ๆ ครั้งที่มีการต่อว่าเกิดขึ้น ผมจะจมอยู่กับความรู้สึกแย่ ๆ จนเยียวยาตัวเองกลับมาเป็นเหมือนเดิมไม่ได้
มีเพื่อน ๆ คนไหนเคยเจอกับเหตุการณ์ลักษณะนี้บ้าง? แล้วแก้ไขสถานการณ์ความรู้สึกแย่ของตัวเองยังไง
ขอบคุณทุก ๆ คนที่เข้ามาอ่านจนจบ และ ขอบคุณสำหรับทุก ๆ คำตอบนะครับ
สายหมอก