ผมสรุป ชีวิตคราวๆนะครับ ผมโดนบังคับตลอด ทั้งตัวผมเองก็รู้ว่าไม่เก่ง โดนบีบ ม.ต้น ก็โดนบีบให้เป็นเรียน รร ที่เขาวางไว้ ไม่ใช่ผมจะเลือก พอมา ช่วง ม.ปลาย ที่นั้นก็โดนบังคับ สุดท้ายผมปล่อยตัวเอง เพราะตอนนั้นผมอยากเรียน ปวช ก็ทะเลาะกันยกใหญ่ เรียน ม.ปลายได้แค่ช่วงซัมเมอร์ เพื่อนใน ม.ปลายกก็ไม่มี เฉยเคย สุดท้ายผมก็ออกตอนซัมเมอร์ แล้วไปต่อ ปวช เลย ก็ยอมไม่สนใจครอบครัว มาเรียนปวช ผมรู้สึกว่านี่แหละสิ่งที่ผมหาสังคม เพื่อนที่คุยกันได้เข้าใจ นัดเจอ นัดเที่ยวกันได้ ถามอะไรช่วยกันได้ ผ่านมา3ปีก็จบ ที่นี่ ผมอยากต่อปวส ผมรู้ตัวเองไม่เก่ง เกิดปัญหากับครอบครัวอีกตามเคย โดนบังคับไปเรียน ป.ตรี สุดท้ายยอมเรียนๆไป ติดFมาต เกรด ก็ดึงลง สังคมในนั้นปี1 ผมก็มีเพื่อนอยู่บ้าง3-4คนกลุ่มนึงที่พอคุยกันได้แต่ไม่สนิทเท่าเพื่อนปวช พอผ่านไป2เทอม ปี2 กลับหายกันหมด ที่นี่รู้สึกโดดเดียวไปใหญ่ คนในSec ก็เหมือนมีเพื่อนกันไปหมดแล้ว ถามอะไรก็ไม่ค่อยตอบผม รู้สึกเหมือนมาเรียนคนเดียวจริงๆเลย ไม่มีใครมาพึ่งพาเรา แล้วเราก็ไม่สามารถพึ่งพาใครได้ แต่ยังดีมีเพื่อนเก่าเรียนด้วยแต่อยู่คนละSec เป็นที่พึ่งสุดท้าย พอผ่านๆมาเริ่มยาก เพื่อนSecก็จบๆกันแล้วแม้จะไม่เคยคุยกัน แล้วอีกอย่างผมอยากทำงานเสริม อยากหาสังคมให้ตัวเอง ก็โดนที่บ้านปิดกั้นบอกเอาเวลาไปอ่านหนังสือ โดนคาดหวังให้เรียนจบมาแล้วมาดูแลบ้านต่อ ในใจผมทั้งที่รู้ว่าผมเรียนไม่จบแน่ อีกอย่างผมมี พี่ชาย พี่ชายผมอิสระทุกอย่าง อยากเรียนอะไรก็ได้ อยากจะไปไหนก็ไป ตอนนี้เขาก็ไปเส้นทางที่เขาเลือกเอง มีความสุขไปแล้ว รู้สึกไม่ค่อยยุติธรรมกับผมเท่าไหร่เลย
เรียน มหาลัยไม่จบ ทำยังไงดีครับ