การศึกษาไทยทำให้คนขาดความทะเยอทะยาน

กระทู้สนทนา
ก็สวัสดีผู้อ่านทุกๆท่านนะครับก็บทความนี้เป็นบทความชิ้นแรกที่ผมลองเขียนขึ้นมาอาจจะใช้คำที่ไม่สวยงานหรือไม่เหมาะสมต้องขออภัยมาณที่นี้วยนะครับ และ ที่สำคัญบทความนี้เป็นเพียงแค่ความคิดเห็นส่วนตัวของเด็กคนหนึ่งที่พึ้งเรียนจบมหาลัยแค่นั้น

         ก็เกิ่นกันมามากแล้วขอเข้าเรื่องเลยแล้วกันนะครับ ก็วันนี้ผมจะมาพูดถึงหัวข้อ การศึกษาไทยทำให้นักเรียนไทยขาดความทะเยอทะยาน ทำไมผมถึงพูดเช่นนี้เพราะ ว่าการศึกษาไทยในปัจจุบันเป็นเช่นนี้จริงๆ ผู้อ่านลองคิดตามผมนะครับการศึกษาไทยในปัจจุบันตั้งแต่เข้าโรงเรียนครั้งแรกคือโรงเรียนอนุบาล 3 ขวบ หรือเตรียมอนุบาล เราก็เริ่มต้นจากการเรียนในห้องเรียนสี่เหลี่ยมแคบๆ(มั้ง)จนถึงอายุ 18 หรือจนถึงอายุ 22 ปี เลยด้วยซ้ำผมขอไม่นับการเรียนแบบสายอาชีพนะครับ เพราะผมจะขอมาโพกัสของการศึกษาสายสามัญ และ ผมไม่มีประสบการณ์ในด้านนนั้นด้วย  เราใช้เวลาอยู่ในห้องเรียนมาเกือบ 15 ถึง 19 ปี หรือมมากกว่านั้น ผู้อ่านลองคิดดูว่าตั้งแต่เราเรียนมา เราเคยออกไปทำกิจกรรมข้างนอกกันกี่ครั้ง ออกไปไปทำอะไร        ทำอะไรบ้าง ผู้อ่านลองนึกดูนะครับผมให้เวลา 1 นาที ในการคิดว่าเราเคยออกไปนอกสถานที่กี่ครั้งและทำอะไรบ้าง ลองคิดมาสั้นๆสัก 10 ที่  เราจะสังเกตุได้ว่าในการศึกษาแต่ละชั้นปีเราแทบจะไม่ได้ออกไปทำกิจกรรมข้างนอกเลย การที่ทำให้เราขาดการไปทำกิจกรรมข้างนอกนั้นทำให้เราขาดการพบเจอสิ่งใหม่ๆ เหมือนการศึกษาทำให้เราเป็นแค่กบในกะลาเก่งสุดก็ได้แค่ที่ 1 ในห้องมีเพียงส่วนน้อยที่จะได้ออกไปแข่งขันวิชาการข้างนอก ใน 1 ชั้นปีมีเพียงแค่หลัก 10 ไม่ถึงหลัก 1000 ของโรงเรียน การที่เราต้องมาโรงเรียนทุกวันมาทำอะไรเดิมๆซ้ำๆมันจะทำให้เราเชื่อยชากับมันก็เหมือนกับการศึกษาที่สอนแค่ให้นักเรียนอยู่ในห้อง ผมเป็นคนหนึ่งที่เป็นเพียงเด็กหลังห้องที่นานๆทีจะมีโอกาสได้ออกไปนอกสถานที่ออกไปแข่งขันวิชาการ การศึกษาที่ดีผมคิดว่าการศึกษานั้นจะต้องทำให้เด็กไม่เก่งเพียงแค่ในห้องเรียนเด็กบางคนยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าสิ่งที่เรียนนั้นเอาไปใช้อะไรได้ เช่น คณิตศาสตร์ ยกตัวอย่างง่ายๆการหาร มีขนมปังอยู่ 1 ก้อน น้ำหนัก 2 กิโลกรัม(สมมุตินะครับ) เราต้องแบ่งกับเพื่อนคนละครึ่ง เราจะหาคำตอบไปทำไมว่าเราจะแบ่งเพื่อนกี่กิโลกรัม เพราะ มันก็แค่เอามือแบ่งขนมปังได้(ตัวอย่างเฉบๆนะครับอย่าคิดมาก 555) 

           ผมจะบอกว่าการศึกษาในบ้านเราควรสอนสิ่งที่นักเรียนสามรถนำมาใช้ในชีวิตประจำวันได้จริง(อันนี้ไม่ได้ว่าคณิตศาสตร์ไม่ดีนะครับ) สอนพร้อมกับให้เห็นของจริงไม่ใช่แค่เพียงตัวหนังสือในเล่ม ควรสร้างความทะเยอทะยานให้กับเด็กว่า “กูเรียนไปทำไม” พาไปเจอของจริงพาไปเจอความเป็นจริง พาเด็กไปเจอการทำงานจริงๆ เพราะผมคิดว่า(ในความคิดผมนะ)ตอนที่เป็นเด็กเราไปเรียนแค่เพียงเพราะว่า   “เราไปเรียนเพื่อแลกกับค่าขนมแค่นั้นเอง”  

           สุดท้ายก็ต้องพึ้งพ่อแม่ในส่วนที่ขาด คือการสร้างความทะเยอทะยานให้กับลูกไม่ใช่การฝังสิ่งที่ตัวเองอยากเป็นให้กับลูก และ ผู้อ่านลองแสดงความคิดเห็นดูนะคับว่าาเราต้องทำอย่างไรถึงจะให้เด็กนั้นมีความทะเยอทะยาน เพราะ ความทะเยอทะยานจะทำให้เด็กค้นพบเป้าหมายของตัวเองว่า
                                                   “ชีวิตนี้กูอยากทำอะไรอยากเป็นอะไรไม่ใช่อยู่เพื่อขอตังพ่อแม่ไปวันๆ” 
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่