ตัวผมเองไม่รู้เป็นอะไร ถ้าใครพูดเกี่ยวกับเรื่องธรรมะจะรู้สึกซึ้งเป็นพิเศษ รู้สึกอินแปลก ๆ
ดังนั้นตัวผมเองเลยค่อนข้างจะดูธรรมะ ธรรมโม ในสายตา ของพ่อแม่และคนทั่วไป สวดมนต์ก่อนนอน เหล้าก็ไม่กิน บุหรี่ก็ไม่สูบ โสดอีกต่างหาก เอ๊ะ...อันหลังนี่เกี่ยวไหม ?
ซึ่งตัวผมนั้นจะว่าไป เริ่มเข้าวัดจริง ๆ ก็ตอนอายุได้ 19 ปี เข้าแบบไปคนเดียวเลยไม่มีใครสั่ง ไม่มีบังคับ อยากไปเองเพราะรู้ว่าปฎิบัติธรรมคือสิ่งที่ดี
ซึ่งตัวผมเองถามว่าศรัทธาเยอะไหมตอบเลยมา น้อย ! พระที่ผมจะเคารพได้นั้นถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลผมไม่นับถือเลย
ซึ่งเอาจริง ๆ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะครับ ก็คือได้อย่างเสียอย่างนั่นแหละ ที่ได้คืออะไร ? คือคนอุปนิสัยเชื่อยาก ก็โดนหลอกยากเพราะระวังตัวเก่ง แต่ถ้ามากไปจนขาดศรัทธา การปฏิบัติธรรมก็ไปไม่รอดเหมือนกัน
ความศรัทธาที่ผมใฝ่หาและใฝ่ฝันมานานเลยเรียกว่า ตถาคตโพธิสัทธา เชื่อความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้ามั่นใจว่าท่านคือผู้รู้จริง ๆ ตรัสสอนสัตว์โดยหวังประโยชน์ให้เราพ้นทุกข์จริง ๆ ไม่ได้หวังประโยชน์ส่วนตนใด ๆ หลักธรรมที่ท่านสอนไว้ ถ้าเราเอามาทำจริง จะเห็นผลได้แน่นอน...
ตัวนี้แหละที่ผมขาด ผมเฝ้าถามตัวเอง อืม.. จริง ๆ ก็ไม่ได้ถามหรอก ก็คือรู้อยู่แก่ใจว่า ผมยังศึกษาไม่มากพอทำให้ไม่กล้าลุย
ซึ่งที่เล่ามานี่แหละครับคือข้อด้อยของผม เพราะผมเชื่อยาก พอเชื่อยาก ผมก็จะไม่ลงมือทำเต็มที่ เพราะผมกลัวเสียเวลา กลัวโดนด่าโง่ หรือบางอย่างมองว่ามันคือความสุขบ้างหละ ไม่อยากจะทำตามเล้ยย อืม... ปัญญาข่อยไม่ถึงจริง ๆ เด้อสู
แต่สำหรับ คนเชื่อง่าย นี่กลับกันเลยนะครับ ถ้าโชคดีคือ ดีสุด ๆ จริง ๆ อย่างบางท่านเชื่อง่าย ๆ นี่พอเจอแนวคำสอนที่ถูกใจ พระที่สอนท่านเป็นของจริง ปฏิบัติแปป ๆ เห็นหน้าเห็นหลังเลยก็มีนะ แต่จะมีจุดที่น่ากลัวอย่างคือ ถ้าโชคไม่ดี เจอคนนำทางที่ดูดีแต่ภายนอกนี่ พาเข้ารกเข้าพงไปได้ไกลเหมือนกันครับ
เหมือนน้องสาวหลวงพี่ที่ผมรู้จัก คนนี้ก็เชื่อง๊ายง่ายครับ ตอนแรก ๆ นี่พอรู้ว่าพระพี่ชายบวชก็ลองทำสมาธิดูแหมไปได้เร็ว จิตสงบอย่างดีเลยทีเดียว แต่ก็มีเรื่องน่าเสียดายคือไปเจอหมอผีมาสอนแนวปฏิบัติแบบประหลาด ๆ เข้ามาสอนให้ถอดจิตไปสวรรค์สีชมพูอย่างงี้...
สุดท้ายพูดคนเดียว เดินแก้ผ้า บอกตัวเองเป็นพระอรหันต์ไปแล้ว.....
โดยตัวผมเอง กว่าจะเจอพระที่ศรัทธาาได้นี่ ไล่อ่าน ไล่หาหลวงพ่อ หลวงปู่หลายรูปเลยครับ หลวงปู่มั่น หลวงปู่แหวน หลวงปู่ตื้อ หลวงปู่เสาร์ แหม จริยวัตรท่านงดงามคำสอนท่านกินใจเหลือเกิน
แต่สุดท้ายยังไม่ถูกจริตผมครับ เพราะผมเป็นคนชอบแบบที่ท่านพูดตรง ๆ ถามอะไรตอบได้ แบบอยากเจอพระที่ท่านเก่ง ๆ เก่งแบบทุกด้านเลยทั้งทางโลกทางธรรม..
แล้วสุดท้ายผมดันเจอพระรูปนั้นด้วยนะ เออบุญผมก็ยังดีเหมือนกันนะครับ
ท่านเก่งขนาดไหนเหรอครับ ทางโลกท่านจบ ดร. ความรู้ทั่วไปไม่ต้องพูดถึง เอาภาษาที่ท่านพูดได้เอาเท่าที่รู้นะ มี ไทย จีน พม่า อังกฤษ เขมร...
ทางธรรมหรอครับ เอาที่ประจักษ์กับตัวผมเองเลยนะ ก็มีตอนที่ผมบวชหมู่ 108 รูป ระยะสั้น 9 วัน แล้วทางวัดจัดให้ผมนั่งสมาธิร่วมกัน ผมนี่ฟุ้งซ่านสุด ๆ ตัวอะนั่ง แต่ใจอะวิ่งไปไหนไม่รู้ แล้วผมก็กดดันตัวเองไว้เยอะด้วยเป็นพระแล้วก็อยากเป็นพระดี ตอนนั้นยิ่งพยายามก็ยิ่งฟุ้งซ่านนะ คราวนี้ไม่เป็นอันนั่งแล้ว
ด้วยความสลดและเศร้าใจ ผมเลยลืมตามมองหลวงพ่อท่านครับ ในใจก็คิดหลวงพ่อช่วยลูกด้วย ๆ ๆ 55555
ซึ่งท่านอยู่บนเก้าอี้หลับตาอยู่ครับ ห่างจากผมไปประมาณ 6 เมตร..ไม่รู้ผมจิตสังหารเยอะไปหรือยังไง ท่านลืมตามองมาที่ผมทันที What ??!?
ท่านมองหน้าผมเสร็จไม่พอครับ คราวนี้ท่านเปิดไมค์ เทศน์เดี๋ยวนั้น เลยใจความประมาณนี้ครับ (อาจไม่สมบูรณ์เพราะตั้งแต่ปี 57 นู้น..)
"ในเรื่องของการปฏิบัติธรรมนั้นไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิดมีแต่ต้องฝึกฝน ขัดเกลาตัวเองไปเรื่อย ๆ ทั้งนั้น"
และเหตุการณ์แบบนี้ ผมเจอกับตัวอีกหลายหนครับ (ไว้เล่าโอกาสหน้านะ เล่าหมดเดี๋ยวไม่มีอะไรเขียน) ค่อนข้างหายสงสัยนะครับเรื่องนี้ เพราะที่ผมเรียนมาศึกษามาคงไม่มีวิชาไหนในโลกแล้วละที่สอนคนเราให้ได้รู้จิตใจคนอื่นได้นะครับ ยกเว้นพระพุทธศาสนาเผื่อใครสนใจเขาเรียก "เจโตปริยญาณ" นะครับ คนทำได้นี่เก่งประมาณหนึ่งเลยละ
คราวนี้ผมเจอแบบนี้ผมก็ถูกใจสิครับ คราวนี้ก็เริ่มไล่อ่านธรรมะของท่านไปเรื่อย ๆ ยิ่งอ่านยิ่งถูกใจ ยิ่งอยากทำตาม ยิ่งอยากเก่งแบบท่าน
แต่การตามนั้น มันแฝงด้วยความดีเยอะ... ผมชอบธรรมะเพราะผมอยากเก่ง ผมชอบตอนผลลัพธ์ของมันเสียแล้ว ชอบตอนที่มีฤทธิ์จะได้บินไปเที่ยว... 5555
ซึ่งผมก็พบว่า จะอะไรก็แล้วแต่ถ้าเราชอบมันแค่ตอนได้ผลลัพธ์เราไม่มีทางเป็นสุดยอดเรื่องนั้นได้เลย อย่างการจะมีฤทธิ์ ได้สมาธิ ทรงฌานได้นี่มันต้องผ่านฝึกฝนตัวเองหนักขนาดไหนใครจะไปรู้ครับ หลวงพ่อท่านบอกท่านเริ่มฝึกตัวเองตั้งแต่อายุ 15 ตอนนั้นเป็นเด็กฝึกงานร้านซ่อมรถ เข้างาน 6 โมงเช้าเลิก 3 ทุ่ม
ท่านบอกเวลาปฏิบัติท่านจะเป็นตอนช่วงเช้าตื่นนอนมานั่งสมาธิ 1 ชั่วโมงออกกำลังกายแล้วไปเตรียมงานจากนั้นตอนบ่ายมีเวลาพัก 1 ชั่วโมงท่านจะกินข้าวให้เร็วที่สุด แล้วใช้กระดานเลื่อนมุดเข้าใต้ท้องรถ ภาวนาแทน และทำแบบนี้ทุกวัน !!!
ผมนะเหรอฟังแล้วก็รู้สึกไม่ใช่เลยครับ ผมไม่ได้ชอบทำอะไรแบบนั้น อารมณ์ประมาณอยากเป็นคนรวยแต่ไม่อยากหาตังค์อะ
เพราะฉะนั้นผมจึงไม่มีวันถึงฝั่งฝันของนักปฏิบัติธรรมขั้นสุดยอดหรอกครับ การปฏิบัติธรรมกว่าจะถึงช่วงที่เราจะพยูงจิตใจไม่ให้มันไหลไปกับ รัก โลภ โกรธ หลง ได้ไม่ใช้ไปเข้าคอร์สปฏิบัติกัน 3 วัน 5 วัน แล้วได้เลย มันแลกมากับความพยายามทั้งชีวิตครับ....ผมกล้าพูดเลย
แล้วสิ่งหนึ่งที่ผมตกเป็นเหยื่อมของมัน อย่างขอขอบคุณในภายหลังเลย คือผมมักจะคิดว่าตัวเองดีกว่าอื่น ! แหมจะทำอะไรนี่เราทำสูงส่งไปหมด ถือศีล 8 ถือศีล 5 ได้ก็ต้องพยายามไปบอกคนอื่นให้ทำตามด้วย เขาจะได้ดีแบบเรา โถ... พ่อคุณเอาตัวเองให้รอดก่อนไหม ?
โดยตัวผมเองช่วงแรกนี่จะ ปากจะชอบหลุดธรรมะออกมาตลอดครับ เอะอะก็ศีล เอะอะก็ทุกข์ เอะอะก็ปฏิบัติธรรม ซึ่งทั้งหมดนั้นมันแฝงไปด้วยความอยากโดนชมครับ ไอ้ตัวอยากโดนชมนี่มันเป็นกิเลสที่น่าเกลียดมากตัวหนึ่งเลย อัตตา นั่นเอง
เราปฏิบัติธรรมเพื่อให้เห็นอัตตา ลดอัตตาตัวตนของตัวเองลง แต่ไอ้การอยากให้คนอื่นมาชมนี่มันละ อัตตาไหม ??
นั่นแหละครับ พิมพ์ไปก็รู้สึกว่าได้บทเรียนดีนะ ตอนนี้ผมเลยสยองมากเลย ถ้าใครจะมารู้ว่าผมปฏิบัติธรรม เพราะผมไม่อยากกอยู่ในอารมณ์แบบนั้นอีกแล้ว (แล้วที่พิมพ์นี่อยากโดนชมไหม บอกเลยไม่ครับ แค่อยากฝึกสกิลเขียน)
เพราะฉะนั้น ผมเลยได้คำไว้สอนใจตัวเองประมาณนี้
อย่าไปสอนใคร เอาตัวเราให้รอด ไม่ต้องไปว่าร้ายใคร เอาใจเราให้สบาย ไม่ต้องอยากให้ใครชม เพราะมันไม่มีประโยชน์ เราจะดีไม่ดีมันอยู่ที่ศีล ไม่ได้อยู่ที่ปากใคร
เพราะฉะนั้นตอนนี้ผมเลยกลายเป็นมนุษย์ธรรมดาที่พยายามทำตัวให้กลมกลืนที่สุดในสังคม ผมจะไม่เคยสอนธรรมะใคร ไม่เคยพยายามโน้มน้าวใคร เหมือนผมใจดำใช่ไหมครับ ป่าวหรอกผมพยายามมาเยอะแล้ว
อย่างสถานการณ์ตอนนี้เราจะเห็นได้เลยว่า ห้างสรรพสินค้าคนเงียบมากเพราะกลับไวรัส Covid19 ใช่ไหม แต่ทำไมร้านเหล้าคนยังแน่นเหมือนเดิม ???
คนเราเขาชอบอะไรเขาก็ไปอย่างนั้น เขาเห็นอะไรดีเขาก็ทำอย่างนั้น เราเกิดมาไม่ได้เป็นพระโพธิสัตว์ เรามีหน้าที่ประคองตัวเองให้มันพ้นนรกก็พอ..
ซึ่งก็คือหลักการ ทำหน้าของตนเองให้ดีที่สุดนั่นแหละ เพราะฉะนั้น เรามาทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดกันนะครับ..
บายครับ
สิ่งที่พบในวันที่เข้าวัดมาเกือบ 10 ปี
ดังนั้นตัวผมเองเลยค่อนข้างจะดูธรรมะ ธรรมโม ในสายตา ของพ่อแม่และคนทั่วไป สวดมนต์ก่อนนอน เหล้าก็ไม่กิน บุหรี่ก็ไม่สูบ โสดอีกต่างหาก เอ๊ะ...อันหลังนี่เกี่ยวไหม ?
ซึ่งตัวผมนั้นจะว่าไป เริ่มเข้าวัดจริง ๆ ก็ตอนอายุได้ 19 ปี เข้าแบบไปคนเดียวเลยไม่มีใครสั่ง ไม่มีบังคับ อยากไปเองเพราะรู้ว่าปฎิบัติธรรมคือสิ่งที่ดี
ซึ่งตัวผมเองถามว่าศรัทธาเยอะไหมตอบเลยมา น้อย ! พระที่ผมจะเคารพได้นั้นถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากลผมไม่นับถือเลย
ซึ่งเอาจริง ๆ ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะครับ ก็คือได้อย่างเสียอย่างนั่นแหละ ที่ได้คืออะไร ? คือคนอุปนิสัยเชื่อยาก ก็โดนหลอกยากเพราะระวังตัวเก่ง แต่ถ้ามากไปจนขาดศรัทธา การปฏิบัติธรรมก็ไปไม่รอดเหมือนกัน
ความศรัทธาที่ผมใฝ่หาและใฝ่ฝันมานานเลยเรียกว่า ตถาคตโพธิสัทธา เชื่อความตรัสรู้ของพระพุทธเจ้ามั่นใจว่าท่านคือผู้รู้จริง ๆ ตรัสสอนสัตว์โดยหวังประโยชน์ให้เราพ้นทุกข์จริง ๆ ไม่ได้หวังประโยชน์ส่วนตนใด ๆ หลักธรรมที่ท่านสอนไว้ ถ้าเราเอามาทำจริง จะเห็นผลได้แน่นอน...
ตัวนี้แหละที่ผมขาด ผมเฝ้าถามตัวเอง อืม.. จริง ๆ ก็ไม่ได้ถามหรอก ก็คือรู้อยู่แก่ใจว่า ผมยังศึกษาไม่มากพอทำให้ไม่กล้าลุย
ซึ่งที่เล่ามานี่แหละครับคือข้อด้อยของผม เพราะผมเชื่อยาก พอเชื่อยาก ผมก็จะไม่ลงมือทำเต็มที่ เพราะผมกลัวเสียเวลา กลัวโดนด่าโง่ หรือบางอย่างมองว่ามันคือความสุขบ้างหละ ไม่อยากจะทำตามเล้ยย อืม... ปัญญาข่อยไม่ถึงจริง ๆ เด้อสู
แต่สำหรับ คนเชื่อง่าย นี่กลับกันเลยนะครับ ถ้าโชคดีคือ ดีสุด ๆ จริง ๆ อย่างบางท่านเชื่อง่าย ๆ นี่พอเจอแนวคำสอนที่ถูกใจ พระที่สอนท่านเป็นของจริง ปฏิบัติแปป ๆ เห็นหน้าเห็นหลังเลยก็มีนะ แต่จะมีจุดที่น่ากลัวอย่างคือ ถ้าโชคไม่ดี เจอคนนำทางที่ดูดีแต่ภายนอกนี่ พาเข้ารกเข้าพงไปได้ไกลเหมือนกันครับ
เหมือนน้องสาวหลวงพี่ที่ผมรู้จัก คนนี้ก็เชื่อง๊ายง่ายครับ ตอนแรก ๆ นี่พอรู้ว่าพระพี่ชายบวชก็ลองทำสมาธิดูแหมไปได้เร็ว จิตสงบอย่างดีเลยทีเดียว แต่ก็มีเรื่องน่าเสียดายคือไปเจอหมอผีมาสอนแนวปฏิบัติแบบประหลาด ๆ เข้ามาสอนให้ถอดจิตไปสวรรค์สีชมพูอย่างงี้...
สุดท้ายพูดคนเดียว เดินแก้ผ้า บอกตัวเองเป็นพระอรหันต์ไปแล้ว.....
โดยตัวผมเอง กว่าจะเจอพระที่ศรัทธาาได้นี่ ไล่อ่าน ไล่หาหลวงพ่อ หลวงปู่หลายรูปเลยครับ หลวงปู่มั่น หลวงปู่แหวน หลวงปู่ตื้อ หลวงปู่เสาร์ แหม จริยวัตรท่านงดงามคำสอนท่านกินใจเหลือเกิน
แต่สุดท้ายยังไม่ถูกจริตผมครับ เพราะผมเป็นคนชอบแบบที่ท่านพูดตรง ๆ ถามอะไรตอบได้ แบบอยากเจอพระที่ท่านเก่ง ๆ เก่งแบบทุกด้านเลยทั้งทางโลกทางธรรม..
แล้วสุดท้ายผมดันเจอพระรูปนั้นด้วยนะ เออบุญผมก็ยังดีเหมือนกันนะครับ
ท่านเก่งขนาดไหนเหรอครับ ทางโลกท่านจบ ดร. ความรู้ทั่วไปไม่ต้องพูดถึง เอาภาษาที่ท่านพูดได้เอาเท่าที่รู้นะ มี ไทย จีน พม่า อังกฤษ เขมร...
ทางธรรมหรอครับ เอาที่ประจักษ์กับตัวผมเองเลยนะ ก็มีตอนที่ผมบวชหมู่ 108 รูป ระยะสั้น 9 วัน แล้วทางวัดจัดให้ผมนั่งสมาธิร่วมกัน ผมนี่ฟุ้งซ่านสุด ๆ ตัวอะนั่ง แต่ใจอะวิ่งไปไหนไม่รู้ แล้วผมก็กดดันตัวเองไว้เยอะด้วยเป็นพระแล้วก็อยากเป็นพระดี ตอนนั้นยิ่งพยายามก็ยิ่งฟุ้งซ่านนะ คราวนี้ไม่เป็นอันนั่งแล้ว
ด้วยความสลดและเศร้าใจ ผมเลยลืมตามมองหลวงพ่อท่านครับ ในใจก็คิดหลวงพ่อช่วยลูกด้วย ๆ ๆ 55555
ซึ่งท่านอยู่บนเก้าอี้หลับตาอยู่ครับ ห่างจากผมไปประมาณ 6 เมตร..ไม่รู้ผมจิตสังหารเยอะไปหรือยังไง ท่านลืมตามองมาที่ผมทันที What ??!?
ท่านมองหน้าผมเสร็จไม่พอครับ คราวนี้ท่านเปิดไมค์ เทศน์เดี๋ยวนั้น เลยใจความประมาณนี้ครับ (อาจไม่สมบูรณ์เพราะตั้งแต่ปี 57 นู้น..)
"ในเรื่องของการปฏิบัติธรรมนั้นไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิดมีแต่ต้องฝึกฝน ขัดเกลาตัวเองไปเรื่อย ๆ ทั้งนั้น"
และเหตุการณ์แบบนี้ ผมเจอกับตัวอีกหลายหนครับ (ไว้เล่าโอกาสหน้านะ เล่าหมดเดี๋ยวไม่มีอะไรเขียน) ค่อนข้างหายสงสัยนะครับเรื่องนี้ เพราะที่ผมเรียนมาศึกษามาคงไม่มีวิชาไหนในโลกแล้วละที่สอนคนเราให้ได้รู้จิตใจคนอื่นได้นะครับ ยกเว้นพระพุทธศาสนาเผื่อใครสนใจเขาเรียก "เจโตปริยญาณ" นะครับ คนทำได้นี่เก่งประมาณหนึ่งเลยละ
คราวนี้ผมเจอแบบนี้ผมก็ถูกใจสิครับ คราวนี้ก็เริ่มไล่อ่านธรรมะของท่านไปเรื่อย ๆ ยิ่งอ่านยิ่งถูกใจ ยิ่งอยากทำตาม ยิ่งอยากเก่งแบบท่าน
แต่การตามนั้น มันแฝงด้วยความดีเยอะ... ผมชอบธรรมะเพราะผมอยากเก่ง ผมชอบตอนผลลัพธ์ของมันเสียแล้ว ชอบตอนที่มีฤทธิ์จะได้บินไปเที่ยว... 5555
ซึ่งผมก็พบว่า จะอะไรก็แล้วแต่ถ้าเราชอบมันแค่ตอนได้ผลลัพธ์เราไม่มีทางเป็นสุดยอดเรื่องนั้นได้เลย อย่างการจะมีฤทธิ์ ได้สมาธิ ทรงฌานได้นี่มันต้องผ่านฝึกฝนตัวเองหนักขนาดไหนใครจะไปรู้ครับ หลวงพ่อท่านบอกท่านเริ่มฝึกตัวเองตั้งแต่อายุ 15 ตอนนั้นเป็นเด็กฝึกงานร้านซ่อมรถ เข้างาน 6 โมงเช้าเลิก 3 ทุ่ม
ท่านบอกเวลาปฏิบัติท่านจะเป็นตอนช่วงเช้าตื่นนอนมานั่งสมาธิ 1 ชั่วโมงออกกำลังกายแล้วไปเตรียมงานจากนั้นตอนบ่ายมีเวลาพัก 1 ชั่วโมงท่านจะกินข้าวให้เร็วที่สุด แล้วใช้กระดานเลื่อนมุดเข้าใต้ท้องรถ ภาวนาแทน และทำแบบนี้ทุกวัน !!!
ผมนะเหรอฟังแล้วก็รู้สึกไม่ใช่เลยครับ ผมไม่ได้ชอบทำอะไรแบบนั้น อารมณ์ประมาณอยากเป็นคนรวยแต่ไม่อยากหาตังค์อะ
เพราะฉะนั้นผมจึงไม่มีวันถึงฝั่งฝันของนักปฏิบัติธรรมขั้นสุดยอดหรอกครับ การปฏิบัติธรรมกว่าจะถึงช่วงที่เราจะพยูงจิตใจไม่ให้มันไหลไปกับ รัก โลภ โกรธ หลง ได้ไม่ใช้ไปเข้าคอร์สปฏิบัติกัน 3 วัน 5 วัน แล้วได้เลย มันแลกมากับความพยายามทั้งชีวิตครับ....ผมกล้าพูดเลย
แล้วสิ่งหนึ่งที่ผมตกเป็นเหยื่อมของมัน อย่างขอขอบคุณในภายหลังเลย คือผมมักจะคิดว่าตัวเองดีกว่าอื่น ! แหมจะทำอะไรนี่เราทำสูงส่งไปหมด ถือศีล 8 ถือศีล 5 ได้ก็ต้องพยายามไปบอกคนอื่นให้ทำตามด้วย เขาจะได้ดีแบบเรา โถ... พ่อคุณเอาตัวเองให้รอดก่อนไหม ?
โดยตัวผมเองช่วงแรกนี่จะ ปากจะชอบหลุดธรรมะออกมาตลอดครับ เอะอะก็ศีล เอะอะก็ทุกข์ เอะอะก็ปฏิบัติธรรม ซึ่งทั้งหมดนั้นมันแฝงไปด้วยความอยากโดนชมครับ ไอ้ตัวอยากโดนชมนี่มันเป็นกิเลสที่น่าเกลียดมากตัวหนึ่งเลย อัตตา นั่นเอง
เราปฏิบัติธรรมเพื่อให้เห็นอัตตา ลดอัตตาตัวตนของตัวเองลง แต่ไอ้การอยากให้คนอื่นมาชมนี่มันละ อัตตาไหม ??
นั่นแหละครับ พิมพ์ไปก็รู้สึกว่าได้บทเรียนดีนะ ตอนนี้ผมเลยสยองมากเลย ถ้าใครจะมารู้ว่าผมปฏิบัติธรรม เพราะผมไม่อยากกอยู่ในอารมณ์แบบนั้นอีกแล้ว (แล้วที่พิมพ์นี่อยากโดนชมไหม บอกเลยไม่ครับ แค่อยากฝึกสกิลเขียน)
เพราะฉะนั้น ผมเลยได้คำไว้สอนใจตัวเองประมาณนี้
อย่าไปสอนใคร เอาตัวเราให้รอด ไม่ต้องไปว่าร้ายใคร เอาใจเราให้สบาย ไม่ต้องอยากให้ใครชม เพราะมันไม่มีประโยชน์ เราจะดีไม่ดีมันอยู่ที่ศีล ไม่ได้อยู่ที่ปากใคร
เพราะฉะนั้นตอนนี้ผมเลยกลายเป็นมนุษย์ธรรมดาที่พยายามทำตัวให้กลมกลืนที่สุดในสังคม ผมจะไม่เคยสอนธรรมะใคร ไม่เคยพยายามโน้มน้าวใคร เหมือนผมใจดำใช่ไหมครับ ป่าวหรอกผมพยายามมาเยอะแล้ว
อย่างสถานการณ์ตอนนี้เราจะเห็นได้เลยว่า ห้างสรรพสินค้าคนเงียบมากเพราะกลับไวรัส Covid19 ใช่ไหม แต่ทำไมร้านเหล้าคนยังแน่นเหมือนเดิม ???
คนเราเขาชอบอะไรเขาก็ไปอย่างนั้น เขาเห็นอะไรดีเขาก็ทำอย่างนั้น เราเกิดมาไม่ได้เป็นพระโพธิสัตว์ เรามีหน้าที่ประคองตัวเองให้มันพ้นนรกก็พอ..
ซึ่งก็คือหลักการ ทำหน้าของตนเองให้ดีที่สุดนั่นแหละ เพราะฉะนั้น เรามาทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุดกันนะครับ..
บายครับ