ในนี้มีรายละเอียดเยอะนะคะ เพื่อให้ทราบถึงที่มาที่ไป เราไม่รู้คนส่วนใหญ่คิดเห็นยังไง เราคุยกับเพื่อนรอบข้างบ้างส่วนใหญ่อยู่คนเดียว แต่อยากได้มุมมองจากคนที่อยู่เป็นครอบครัวใหญ่มากกว่านี้
ขอบคุณค่ะ
🏡
ตอนนี้ บ้านหลังนี้อยู่กันทั้งหมด 4 คน แม่ น้องชาย เรา และแฟน อายุบ้านนี้ 5 ปีแล้ว
บ้านหลังนี้ภาระในการผ่อนชำระคือเราและแฟนคนปัจจุบัน ทุกอย่างที่อยู่ในบ้านยกเว้นค่าน้ำค่าไฟคือเราและแฟนจัดการทั้งหมด คชจ. ประมาณ 5 หมื่นต่อเดือน รับภาระ 2 คน (หนี้สินตายตัวที่ต้องจ่ายต่อเดือน)
ตั้งแต่ตอนที่มีบ้านหลังนี้เราค่อนข้างทุ่มเท ทุ่มเงิน เป็นหนี้ก้อนนึง หาของถูกมาแต่งบ้าน ให้พออยู่ได้ ลามไปถึงการทำความสะอาดจัดสวนแต่งสวนตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ ทำเองทู้กกกอย่างเพื่อคุมงบ ยกเว้นเทปูนโรงรถกับทำหลังคาครัวซักล้าง เรารักพื้นที่ตรงนี้นะ และมีความสุขกับมัน
มันเป็นบ้านสไตล์ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำที่มีห้องนอนเมนใหญ่ 1 ห้องนอนเล็ก 1 และอีกห้องเป็นห้องอเนกประสงค์ หรือทำห้องนอนได้
โดยห้องนอนใหญ่เราจำสไตล์การตกแต่งจากบ้านตัวอย่างมาก็เลยเสียสละให้เป็นห้องพ่อกับแม่เวลามาเยี่ยม
เพราะสมัยก่อนแม่เทียวมาเทียวไปไม่ได้มาอยู่ตลอดเราอยากให้แม่นอนห้องใหญ่สบายสะอาด กว้างขวาง (ภูมิใจทำให้แม่มีความสุข)
แต่....ด้วยความที่แม่มีไอเดียว่าถ้าน้องเรียนจบตอนปี 59 ก็ไม่อยากให้เปลืองค่าใช้จ่ายกัน จึงเสนอให้น้องมาอาศัยอยู่ที่บ้าน ตอนนั้นเรากับแฟนก็ไม่ติดปัญหาเรื่องการประหยัดค่าใช้จ่าย
เราซึ่งรู้เราตัวว่าเราและแฟน เป็นคนรักความสะอาด รักบ้านทั้งคู่ แล้วค่อนข้าง หวงแหน เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์การใช้งานในบ้านทุกอย่างเราทำแล้วจะเก็บกลับไปให้มันอยู่สภาพเดิมอยู่เสมอ (ชำรุดตามสภาพเก่าไปได้ แต่ถ้าใช้ไม่ถนอม เกรอะกรังจนพัง หรือเส่ื่อมก่อนเวลาก็จะรู่สึกแย่)
เราจึงมักจะขอความร่วมมือ-บอก-และลามไปขั้นบ่น ทะเลาะ ขอให้ทุกคนทำอะไรก็ทำตามแต่ ให้เก็บกลับมาในสภาพเดิม รับผิดชอบตัวเอง เพราะเราจะทำความสะอาดบ้านทุกอาทิตย์ทั้งดูดฝุ่น ทำความสะอาด ปัด เช็ด ถู ตกแต่งสวนเอง ก็อยากให้ทุกคนช่วยเราดูแลเล็กๆน้อยๆบ้าง
จนแล้วจนรอด ตั้งแต่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมานับจากวันที่แม่เริ่มย้ายเข้ามาอาศัยอยู่กับเราถาวร ก็ไม่เคยมีอะไรพัฒนาไป อึดอัด บ่นมากไม่ได้ พูดอะไรก็จะแย้งว่า เราเยอะ เจ้าระเบียบ ขี้บ่น เรามีพื้นที่ของเราได้แค่ห้องนอนเรา ห้องรับแขก 😔
แม่--- ชอบง่ายๆ อยู่ยังไง ก็จะอยู่แบบนั้นปัดกวาดเช็ดถูบ้างแต่ไม่ได้ละเอียดเหมือนเรา ทำกับข้าวบ่อยและเวลาทำกับข้าวบ่อยๆก็จะมีเศษอาหารทำให้มี แมลงสาบและหนู ปัญหานี้ตามมา เราก็ลงไปแนะนำวิธีแก้ แกเคยบ่นบอกว่าเราเรื่องมากและ เจ้าระเบียบไป จนทะเลาะกัน เพราะเรารับไม่ไหวกับการกลับบ้านมา เครียดจากงาน เหนื่อยมากๆ ยังต้องมาเจอกับบ้านระเกะระกะ ตอนนี้แม่ดีขึ้นนิดหน่อย 😢
น้อง--- น้องจะอาศัยนอนอยู่ห้องเดียวกับแม่ (สไตล์เป็นเด็กสปอยติดแม่) ตรงนี้เราไม่โทษน้อง100 % เพราะเราคลุกคลีอยู่กับน้องช่วงที่ไม่มีแม่น้องจะเป็นคนรับผิดชอบและทำอะไรด้วยตัวเองได้ แต่เมื่อมีแม่เข้ามาจัดการดูแลทุกอย่าง สไตล์ผู้ชายก็จะติดสบายคงไม่จำเป็นต้องทำอะไร
เพราะอาจจะแม่ทำให้ตลอด หลายครั้งการเอาของออกมาใช้และไม่เก็บกลับไปที่เดิม กินไม่ล้าง ห้องไม่เก็บ
จึงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นและเราก็ลงไปพูดไปบอกกลายเป็นว่าแม่จบปัญหา มาแบกรับหน้าที่แทนและแม่ก็เป็นคนเครียดแทนน้องชาย และทะเลาะกัน แม่บอกว่าเราดูเยอะ และถ้าน้องคือคนทำรก แม่เสนออยากให้น้องไปอยู่ที่อื่น
เรา--- อาจจะเนื่องด้วยทำงานเกี่ยวกับสายงานบริการลูกค้าวันละประมาณ 11 ชั่วโมง ระดับสายงานที่ต้องรับผิดชอบลูกน้องด้วยบอกตรงๆค่ะจัดการความเครียดไม่ไหวเพราะหลายๆครั้งก็เจอแต่ปัญหาเดิมๆ ปัญหาค้างคา
นิสัยเป็นคนรักความสะอาด ชอบบ้านโล่งๆไม่มีฝุ่นติดเท้า ว่างแล้วจะจัดสวน ซ่อมต้นไม้ในสวนข้างบ้านเรา ขัดส้วม จัดบ้าน ฯลฯ
ได้หลายครั้งที่เรารู้สึกว่าพื้นที่ในบ้านเรายังมีพื้นที่ที่เราเข้าไปแล้วเราไม่โอเค คือห้องนอนเมน ห้องใหญ่ จึงหลีกเลี่ยงที่จะไม่เข้าไป แต่มันก็ไม่ได้ 100 % ไหมเนาะ คนอยู่ด้วยกันเวลาเดินไปคุย ก็จะเจอสภาพ เละ สายไฟกองพันๆๆๆ เสื้อผ้าใช้แล้ว วางตามมุมต่างๆ เศษอาหาร หล่นลงพรม กลิ่นอับ ฯลฯ 😭
เคยเสนอทางแก้ปัญหาคือให้ทุกคนอยู่ในบ้านและเราอาจจะไปเช่าห้องใกล้ๆ ที่ทำงาน แล้วกลับมาเยี่ยมบ้างเพื่อไม่ให้เรารู้สึกว่าต้องแบกรับหรือเห็นสภาพบ้านที่เราอุตส่าห์ทุ่มเท มันเป็นแบบนี้
ก็แม่บอกว่าบ้านซื้อมาเพื่ออยู่อาศัยไม่ได้ซื้อมาเก็บรักษาอะไรขนาดนั้น
เราถูกแม่บ่นน้อยใจมาตลอด ว่าเราเป็นคนเรื่องมากเจ้าระเบียบ เราจึงไม่มีความมั่นใจว่าสิ่งที่เป็นอยู่ มันจะต้องให้คนอื่นปรับเพื่อให้บ้านมันสะอาด เป็นระเบียบขึ้น รู้สึกมาตลอดว่าเราคือคนที่มีปัญหาและเป็นโรคจิต
เครียดและรู้สึกไม่สบายใจเวลากลับบ้าน เพราะรู้สึกเหนื่อยไม่รู้ต้องมาเจออะไร อยากอยู่สงบๆ บ่อยครั้ง
เพื่อนที่อยู่คนเดียวส่วนใหญ่จะบอกว่าตัวเราควรเป็นเจ้าของบ้านและคนอื่นควรเคารพการใช้ชีวิตร่วมกันกันมากกว่า และมันคือสิ่งที่ดีแล้วที่เรารักความสะอาดต่างๆ เราควรได้อยู่ในพื้นที่ของเรา อย่างสบายใจ
----แต่แม่ก็ดราม่าทุกครั้งที่เริ่มต้นคุยเรื่องปัญหาและการปรับตัว แม่ร้องไห้ทุกครั้ง คิดว่าเราไม่อยากให้ใครอยู่ด้วย 😔
*แม่มีบ้านที่ต่างจังหวัดมีพื้นที่ ที่นา ที่ไร มากมาย แต่แม่ให้เหตุผลว่าอยู่ลำพังกับพ่อ จะรับจ้างอะไรก็ได้มาพอกิน รู้สึกเหงาใจเปล่าเปลี่ยวไม่อยากอยู่ลำพัง เลยทิ้งบ้าน ตจว.อยากมาอยู่กับลูก และจ้างคนเฝ้าบ้านกับสวนแทน อีกอย่างกลัวว่าเจ็บป่วยไข้จะไม่มีคนดูแล (ซึ่งเราเองต้องเลือกระหว่างการทำมาหากิน แล้วรับผิดชอบตัวเองที่นี่ มันเลยไม่สามารถไปอยู่เฝ้าแกได้เพราะไม่งั้นก็ไม่มีกิน ไม่มีเงินใช้หนี้)
เราเครียดค่ะ หาตรงกลาง และทำให้มันสันติยากมากเลย
ขอปรึกษาค่ะ
😔🙏
เครียดค่ะ อยากทราบ วิธีจัดการความคิด ไลฟ์สไตล์ เมื่อต้องอยู่ในบ้านหลายคน (เรื่องยาวค่ะ)
ขอบคุณค่ะ
🏡
ตอนนี้ บ้านหลังนี้อยู่กันทั้งหมด 4 คน แม่ น้องชาย เรา และแฟน อายุบ้านนี้ 5 ปีแล้ว
บ้านหลังนี้ภาระในการผ่อนชำระคือเราและแฟนคนปัจจุบัน ทุกอย่างที่อยู่ในบ้านยกเว้นค่าน้ำค่าไฟคือเราและแฟนจัดการทั้งหมด คชจ. ประมาณ 5 หมื่นต่อเดือน รับภาระ 2 คน (หนี้สินตายตัวที่ต้องจ่ายต่อเดือน)
ตั้งแต่ตอนที่มีบ้านหลังนี้เราค่อนข้างทุ่มเท ทุ่มเงิน เป็นหนี้ก้อนนึง หาของถูกมาแต่งบ้าน ให้พออยู่ได้ ลามไปถึงการทำความสะอาดจัดสวนแต่งสวนตกแต่งเฟอร์นิเจอร์ ทำเองทู้กกกอย่างเพื่อคุมงบ ยกเว้นเทปูนโรงรถกับทำหลังคาครัวซักล้าง เรารักพื้นที่ตรงนี้นะ และมีความสุขกับมัน
มันเป็นบ้านสไตล์ 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำที่มีห้องนอนเมนใหญ่ 1 ห้องนอนเล็ก 1 และอีกห้องเป็นห้องอเนกประสงค์ หรือทำห้องนอนได้
โดยห้องนอนใหญ่เราจำสไตล์การตกแต่งจากบ้านตัวอย่างมาก็เลยเสียสละให้เป็นห้องพ่อกับแม่เวลามาเยี่ยม
เพราะสมัยก่อนแม่เทียวมาเทียวไปไม่ได้มาอยู่ตลอดเราอยากให้แม่นอนห้องใหญ่สบายสะอาด กว้างขวาง (ภูมิใจทำให้แม่มีความสุข)
แต่....ด้วยความที่แม่มีไอเดียว่าถ้าน้องเรียนจบตอนปี 59 ก็ไม่อยากให้เปลืองค่าใช้จ่ายกัน จึงเสนอให้น้องมาอาศัยอยู่ที่บ้าน ตอนนั้นเรากับแฟนก็ไม่ติดปัญหาเรื่องการประหยัดค่าใช้จ่าย
เราซึ่งรู้เราตัวว่าเราและแฟน เป็นคนรักความสะอาด รักบ้านทั้งคู่ แล้วค่อนข้าง หวงแหน เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์การใช้งานในบ้านทุกอย่างเราทำแล้วจะเก็บกลับไปให้มันอยู่สภาพเดิมอยู่เสมอ (ชำรุดตามสภาพเก่าไปได้ แต่ถ้าใช้ไม่ถนอม เกรอะกรังจนพัง หรือเส่ื่อมก่อนเวลาก็จะรู่สึกแย่)
เราจึงมักจะขอความร่วมมือ-บอก-และลามไปขั้นบ่น ทะเลาะ ขอให้ทุกคนทำอะไรก็ทำตามแต่ ให้เก็บกลับมาในสภาพเดิม รับผิดชอบตัวเอง เพราะเราจะทำความสะอาดบ้านทุกอาทิตย์ทั้งดูดฝุ่น ทำความสะอาด ปัด เช็ด ถู ตกแต่งสวนเอง ก็อยากให้ทุกคนช่วยเราดูแลเล็กๆน้อยๆบ้าง
จนแล้วจนรอด ตั้งแต่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมานับจากวันที่แม่เริ่มย้ายเข้ามาอาศัยอยู่กับเราถาวร ก็ไม่เคยมีอะไรพัฒนาไป อึดอัด บ่นมากไม่ได้ พูดอะไรก็จะแย้งว่า เราเยอะ เจ้าระเบียบ ขี้บ่น เรามีพื้นที่ของเราได้แค่ห้องนอนเรา ห้องรับแขก 😔
แม่--- ชอบง่ายๆ อยู่ยังไง ก็จะอยู่แบบนั้นปัดกวาดเช็ดถูบ้างแต่ไม่ได้ละเอียดเหมือนเรา ทำกับข้าวบ่อยและเวลาทำกับข้าวบ่อยๆก็จะมีเศษอาหารทำให้มี แมลงสาบและหนู ปัญหานี้ตามมา เราก็ลงไปแนะนำวิธีแก้ แกเคยบ่นบอกว่าเราเรื่องมากและ เจ้าระเบียบไป จนทะเลาะกัน เพราะเรารับไม่ไหวกับการกลับบ้านมา เครียดจากงาน เหนื่อยมากๆ ยังต้องมาเจอกับบ้านระเกะระกะ ตอนนี้แม่ดีขึ้นนิดหน่อย 😢
น้อง--- น้องจะอาศัยนอนอยู่ห้องเดียวกับแม่ (สไตล์เป็นเด็กสปอยติดแม่) ตรงนี้เราไม่โทษน้อง100 % เพราะเราคลุกคลีอยู่กับน้องช่วงที่ไม่มีแม่น้องจะเป็นคนรับผิดชอบและทำอะไรด้วยตัวเองได้ แต่เมื่อมีแม่เข้ามาจัดการดูแลทุกอย่าง สไตล์ผู้ชายก็จะติดสบายคงไม่จำเป็นต้องทำอะไร
เพราะอาจจะแม่ทำให้ตลอด หลายครั้งการเอาของออกมาใช้และไม่เก็บกลับไปที่เดิม กินไม่ล้าง ห้องไม่เก็บ
จึงเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นและเราก็ลงไปพูดไปบอกกลายเป็นว่าแม่จบปัญหา มาแบกรับหน้าที่แทนและแม่ก็เป็นคนเครียดแทนน้องชาย และทะเลาะกัน แม่บอกว่าเราดูเยอะ และถ้าน้องคือคนทำรก แม่เสนออยากให้น้องไปอยู่ที่อื่น
เรา--- อาจจะเนื่องด้วยทำงานเกี่ยวกับสายงานบริการลูกค้าวันละประมาณ 11 ชั่วโมง ระดับสายงานที่ต้องรับผิดชอบลูกน้องด้วยบอกตรงๆค่ะจัดการความเครียดไม่ไหวเพราะหลายๆครั้งก็เจอแต่ปัญหาเดิมๆ ปัญหาค้างคา
นิสัยเป็นคนรักความสะอาด ชอบบ้านโล่งๆไม่มีฝุ่นติดเท้า ว่างแล้วจะจัดสวน ซ่อมต้นไม้ในสวนข้างบ้านเรา ขัดส้วม จัดบ้าน ฯลฯ
ได้หลายครั้งที่เรารู้สึกว่าพื้นที่ในบ้านเรายังมีพื้นที่ที่เราเข้าไปแล้วเราไม่โอเค คือห้องนอนเมน ห้องใหญ่ จึงหลีกเลี่ยงที่จะไม่เข้าไป แต่มันก็ไม่ได้ 100 % ไหมเนาะ คนอยู่ด้วยกันเวลาเดินไปคุย ก็จะเจอสภาพ เละ สายไฟกองพันๆๆๆ เสื้อผ้าใช้แล้ว วางตามมุมต่างๆ เศษอาหาร หล่นลงพรม กลิ่นอับ ฯลฯ 😭
เคยเสนอทางแก้ปัญหาคือให้ทุกคนอยู่ในบ้านและเราอาจจะไปเช่าห้องใกล้ๆ ที่ทำงาน แล้วกลับมาเยี่ยมบ้างเพื่อไม่ให้เรารู้สึกว่าต้องแบกรับหรือเห็นสภาพบ้านที่เราอุตส่าห์ทุ่มเท มันเป็นแบบนี้
ก็แม่บอกว่าบ้านซื้อมาเพื่ออยู่อาศัยไม่ได้ซื้อมาเก็บรักษาอะไรขนาดนั้น
เราถูกแม่บ่นน้อยใจมาตลอด ว่าเราเป็นคนเรื่องมากเจ้าระเบียบ เราจึงไม่มีความมั่นใจว่าสิ่งที่เป็นอยู่ มันจะต้องให้คนอื่นปรับเพื่อให้บ้านมันสะอาด เป็นระเบียบขึ้น รู้สึกมาตลอดว่าเราคือคนที่มีปัญหาและเป็นโรคจิต
เครียดและรู้สึกไม่สบายใจเวลากลับบ้าน เพราะรู้สึกเหนื่อยไม่รู้ต้องมาเจออะไร อยากอยู่สงบๆ บ่อยครั้ง
เพื่อนที่อยู่คนเดียวส่วนใหญ่จะบอกว่าตัวเราควรเป็นเจ้าของบ้านและคนอื่นควรเคารพการใช้ชีวิตร่วมกันกันมากกว่า และมันคือสิ่งที่ดีแล้วที่เรารักความสะอาดต่างๆ เราควรได้อยู่ในพื้นที่ของเรา อย่างสบายใจ
----แต่แม่ก็ดราม่าทุกครั้งที่เริ่มต้นคุยเรื่องปัญหาและการปรับตัว แม่ร้องไห้ทุกครั้ง คิดว่าเราไม่อยากให้ใครอยู่ด้วย 😔
*แม่มีบ้านที่ต่างจังหวัดมีพื้นที่ ที่นา ที่ไร มากมาย แต่แม่ให้เหตุผลว่าอยู่ลำพังกับพ่อ จะรับจ้างอะไรก็ได้มาพอกิน รู้สึกเหงาใจเปล่าเปลี่ยวไม่อยากอยู่ลำพัง เลยทิ้งบ้าน ตจว.อยากมาอยู่กับลูก และจ้างคนเฝ้าบ้านกับสวนแทน อีกอย่างกลัวว่าเจ็บป่วยไข้จะไม่มีคนดูแล (ซึ่งเราเองต้องเลือกระหว่างการทำมาหากิน แล้วรับผิดชอบตัวเองที่นี่ มันเลยไม่สามารถไปอยู่เฝ้าแกได้เพราะไม่งั้นก็ไม่มีกิน ไม่มีเงินใช้หนี้)
เราเครียดค่ะ หาตรงกลาง และทำให้มันสันติยากมากเลย
ขอปรึกษาค่ะ
😔🙏