●● สื่อนอกสนใจ “เด็กไทย” สอน “ไหว้”... ทักทายผู้ใหญ่แทนการจับมือช่วง COVID-19 ระบาด ●●

●● สื่อนอกสนใจ “เด็กไทย” สอน “ไหว้”... ทักทายผู้ใหญ่แทนการจับมือช่วง COVID-19 ระบาด ●●

          

หลังจากที่เกิดโรควิบัติ COVID-19 ไปทั่วโลกจนเข้าสู่ขั้นวิกฤติอยู่ในขณะนี้ วัฒนธรรมการทักทายทางฝั่งตะวันตก
นับเป็นความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดการแพร่เชื้อได้ง่ายที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการจับมือรวมไปถึงการกอดและจูบที่แก้ม

ล่าสุดสื่ออังกฤษให้ความสนใจเมื่อโรงเรียนแห่งหนึ่งในอังกฤษ ได้สอนเด็กๆให้ทักทายกันแบบใหม่โดยใช้วิธี
การไหว้แบบไทย

สื่อเมืองผู้ดีได้อธิบายถึงลักษณะท่าทางการไหว้ที่โรงเรียน Brighton College ใช้ทักทายกันขณะนี้ว่า 
เด็กๆจะทักทายผู้ใหญ่ที่มาเยือนด้วยการยกมือขึ้นพนมประสานกันเหมือนการอธิษฐานพร้อมกับก้มศีรษะ
เพื่อแสดงความเคารพ

จอห์น วีคส์ ครูใหญ่ของ Brighton College Prep School ได้เผยถึงเรื่องนี้ว่า...
 “เรามักจะสอนเด็กๆเสมอว่าให้ทักทายผู้อื่นด้วยการจับมือ แนะนำตนเองอย่างสุภาพและยิ้ม เราไม่อยากจะเสีย
วิธีการต้อนรับที่แสนอบอุ่นนั้นไป เราจึงได้ถามเด็กไทย 3 คนที่ศึกษาอยู่ที่นี่ให้อธิบายว่าการไหว้แบบไทยต้องทำยังไง
ซึ่งจะเป็นโมเดลที่เรานำมาใช้ทักทายกันในวันข้างหน้า เพราะเราก็ต้องหาวิธีในแบบของเราเพื่อช่วยลดการเผยแพร่
ไวรัสให้น้อยลง”
 
เขายังเผยด้วยว่ากฎใหม่ที่ถูกตั้งขึ้นมานี้จะช่วยป้องกันผู้ใหญ่ที่มาเยี่ยมเยือนโรงเรียนได้
 “เด็กๆไม่ค่อยได้รับผลกระทบมากนักจากโคโรนาไวรัส แต่ผู้ใหญ่และผู้อาวุโสคือคนที่ได้รับผลกระทบจากไวรัสตัวนี้
หนักกว่า นั่นหมายความว่าทางโรงเรียนประถมต้องรับผิดชอบในการหาวิธีที่สนุก เสริมสร้างจินตนาการ เพื่อทำให้
เด็กๆได้ตระหนักว่าการวิ่งไปกอดและหอมคุณย่าคุณยาย อาจจะเป็นการแพร่กระจายไวรัสให้ระบาดเพิ่มขึ้นได้ 
ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องที่ดีเลย”

เรียกได้ว่า ทั่วโลกตระหนักแล้วว่าการจับมือทักทายกันน่าจะเป็นการยิ่งเพิ่มการแพร่กระจายของโคโรนาไวรัส
ให้มากยิ่งขึ้น โดยเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา แองเจลา มาร์เคล นายกรัฐมนตรีของเยอรมัน ก็ต้องยื่นมือเก้อหลังจาก
พยายามจะทักทาย ฮอร์สท์ ซีฮอฟเฟอร์ รัฐมนตรีมหาดไทย แต่ถูกเขาปฏิเสธ

“เด็กโตจะเข้าใจได้ง่ายกว่าเกี่ยวกับความสำคัญของการล้างมือบ่อยๆเป็นประจำ และพยายามที่จะไม่สัมผัสมือกัน 
รวมถึงการเอามือมาจับใบหน้า แต่เด็กในวัย 6 หรือ 7 ปี มักจะลืมเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ เพราะฉะนั้นความไม่ตั้งใจ
เหล่านี้นี่แหละที่จะทำให้ผู้อาวุโสตกอยู่ในความเสี่ยง”

“การเรียนรู้เกี่ยวกับการไหว้ ก็จะทำให้พวกเขาจำได้ว่าทำไมถึงต้องเรียนเกี่ยวกับเรื่องนี้
 และทดแทนการกอดญาติผู้ใหญ่ด้วยการทำความเคารพด้วยวิธีที่น่ารักๆแบบนี้แทน”

ถ้าไม่จับมือกัน จะทำอะไรได้บ้าง?

ที่จีนได้มีการประกาศส่งเสริมให้ประชาชนได้ทักทายกันด้วยการคารวะแบบจีน โดยนำกำปั้นชนกับฝ่ามืออีกด้าน
 หรือที่เห็นกันบ่อยๆในการทำความเคารพแบบกังฟู

ฟิลิปเป ลุคชท์ฟูว์ ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับมารยาทของฝรั่งเศสได้เผยว่า ประชากรของประเทศควรต้องแทนการจูบ
ที่แก้มด้วยการมองลึกเข้าไปในตาเพื่อทักทาย

ส่วนเทศกาลในช่วงฤดูใบไม้ผลิของชาวโรมาเนีย จะมีประเพณีที่ผู้ชายแจกด้ายและดอกไม้พร้อมกับจูบไปที่
ของเหล่านี้ก่อนมอบให้ผู้หญิง ซึ่งก่อนจะถึงเทศกาล ซึ่งเกิดขึ้นในวันที่ 1 มี.ค. ที่ผ่านมา เนลู ตาตารู เลขาธิการ
กระทรวงสาธารณสุข ได้ออกมาบอกชาวโรมาเนียว่า “เชิญมอบดอกไม้ให้สาวๆได้เลยแต่ไม่ต้องจูบลงไปนะ”
 
ส่วนโรงเรียนบางแห่งของ นิวซีแลนด์ ได้สั่งห้ามไม่ให้ชาวเมารีทำการทักทายกันแบบฮองงิ ( การนำจมูกมาชนกัน
เพราะเชื่อว่า ลมหายใจเป็นสิ่งที่พระเจ้าประทานมาให้ และยังตีความได้ว่าเป็นการแบ่งปันจิตวิญญาณของทั้งสองฝ่าย ) โดยสถาบันเทคโนโลยีเวลลิงตัน หรือ เวลเทค ได้เผยว่า แทนที่สตาฟฟ์จะทักทายนักศึกษาใหม่ด้วยการฮองงิ
ให้จัดพิธีต้อนรับด้วยการใช้เพลงเมารีแทน

ในออสเตรเลีย แบรด ฮาซสาร์ด รัฐมนตรีสาธารณสุข แนะนำให้ทักทายด้วยการแตะที่หลัง
 “มันถึงเวลาที่ชาวออสซี่ต้องตบหลังกันและกันในเวลาเช่นนี้ ห้ามจับมือ”

ส่วนทางด้าน สหรัฐอาหรับเอมิเรสต์ และ กาตาร์ ได้แนะนำประชาชนให้โบกมือทักทายกันแทนประเพณี
การชนจมูกทักทายด้วย

       

Cr.  :    https://mgronline.com/entertainment/detail/9630000022624
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่