เมื่อวานเป็นวันสอบวันสุดท้าย ของโรงเรียนเอกชนย่านบางบอน ลูกชายคนโตของเราเรียนอยู่ชั้น ป.6 เพื่อนๆ ส่วนมากจะย้ายไปเรียน ม.1 ที่โรงเรียนอื่นกัน เป็นวันสุดท้ายที่พวกเค้าจะได้เจอหน้ากัน(ลูกชายเราว่างั้น) เลยขออนุญาติเราไปเดินเล่นห้างกับเพื่อนๆ หลังสอบเสร็จ
เวลาประมาณ 1 ทุ่ม ลูกชายโทรมาถามสายรถเมล์ที่จะโดยสารกลับบ้าน (นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกชายจะขึ้นรถโดยสารคนเดียว) เพื่อนๆ ที่มาเดินเที่ยวห้างด้วยกัน บ้างก็มีผู้ปกครองมารอรับ บ้างก็โดยสารรถเมล์กลับเอง รถเมล์สายที่ลูกชายเรารอมันขาดระยะ รอจนเพื่อนๆ ไปหมดแล้ว เหลือแต่ลูกชายเราคนเดียว แต่ยังดีที่ป้ายหน้าห้างคนรอรถค่อนข้างเยอะ และลูกเราอายุ 12 ปี เค้าสูง 165 ซม. น้ำหนัก 50 กก. ผ่านไปรวมครึ่งชั่วโมง ลูกชายโทรถามว่า ทำไมรถสายที่ไปบ้านเราไม่เห็นมาสักคัน เราอธิบายไปว่ารถคงขาดระยะ ใจนึงก็นึกห่วงลูกว่าเอาไงดีหว่า ครั้นจะให้ขึ้นแท็กซี่มาก็เป็นห่วงอีก รถเมล์คนใช้บริการเยอะเกิดอะไรขึ้นก็ยังมีคนเห็น ไม่ถึงห้านาทีลูกเราโทรกลับมาอีกว่า มีผู้ชายอายุประมาณ 30 ใส่เสื้อสีเขียว กางเกงขายาวสีขาวมาคุยกับเค้า ถามว่ามาคนเดียวหรอ ลูกเราตอบว่าใช่ แล้วผู้ชายคนนั้นก็ชวนลูกเราไปเดินในห้างไหม แต่ลูกชายเราปฏิเสธ และรีบโทรหาเรา
พอถึงตอนนี้หัวใจเราแทบจะขาด เอาไงดีละจะไปรับลูกดีไหม ก็ได้แต่บอกลูกว่าเค้าเก่งมากที่ไม่ยอมคุย และรู้จักปฏิเสธคนแปลกหน้า
ไม่นานรถเมล์สายที่ลูกชายรอก็มา ลูกชายเราเดินทางกลับบ้านเองอย่างปลอดภัย
ผู้ชายคนนั้นเค้าต้องการอะไรจากลูกเรา ?
สำหรับเราเชื่อว่า "เค้าไม่น่าจะหวังดีกับลูกชายเรา"
สังคมนี้มันอยู่ยากขึ้นเนอะ !!
เมื่อเด็กผู้ชาย ป.6 รอรถประจำทางคนเดียว
เวลาประมาณ 1 ทุ่ม ลูกชายโทรมาถามสายรถเมล์ที่จะโดยสารกลับบ้าน (นี่เป็นครั้งแรกที่ลูกชายจะขึ้นรถโดยสารคนเดียว) เพื่อนๆ ที่มาเดินเที่ยวห้างด้วยกัน บ้างก็มีผู้ปกครองมารอรับ บ้างก็โดยสารรถเมล์กลับเอง รถเมล์สายที่ลูกชายเรารอมันขาดระยะ รอจนเพื่อนๆ ไปหมดแล้ว เหลือแต่ลูกชายเราคนเดียว แต่ยังดีที่ป้ายหน้าห้างคนรอรถค่อนข้างเยอะ และลูกเราอายุ 12 ปี เค้าสูง 165 ซม. น้ำหนัก 50 กก. ผ่านไปรวมครึ่งชั่วโมง ลูกชายโทรถามว่า ทำไมรถสายที่ไปบ้านเราไม่เห็นมาสักคัน เราอธิบายไปว่ารถคงขาดระยะ ใจนึงก็นึกห่วงลูกว่าเอาไงดีหว่า ครั้นจะให้ขึ้นแท็กซี่มาก็เป็นห่วงอีก รถเมล์คนใช้บริการเยอะเกิดอะไรขึ้นก็ยังมีคนเห็น ไม่ถึงห้านาทีลูกเราโทรกลับมาอีกว่า มีผู้ชายอายุประมาณ 30 ใส่เสื้อสีเขียว กางเกงขายาวสีขาวมาคุยกับเค้า ถามว่ามาคนเดียวหรอ ลูกเราตอบว่าใช่ แล้วผู้ชายคนนั้นก็ชวนลูกเราไปเดินในห้างไหม แต่ลูกชายเราปฏิเสธ และรีบโทรหาเรา
พอถึงตอนนี้หัวใจเราแทบจะขาด เอาไงดีละจะไปรับลูกดีไหม ก็ได้แต่บอกลูกว่าเค้าเก่งมากที่ไม่ยอมคุย และรู้จักปฏิเสธคนแปลกหน้า
ไม่นานรถเมล์สายที่ลูกชายรอก็มา ลูกชายเราเดินทางกลับบ้านเองอย่างปลอดภัย
ผู้ชายคนนั้นเค้าต้องการอะไรจากลูกเรา ?
สำหรับเราเชื่อว่า "เค้าไม่น่าจะหวังดีกับลูกชายเรา"
สังคมนี้มันอยู่ยากขึ้นเนอะ !!