คือบอกก่อนเลย ผมชอบฟังรายการจั๊ด ซัดทุกความจริงมาก
คือต่อให้พี่จั๊ดจะเคยไปอยู่กับ กปปส. หรืออะไรก็ตามแต่ แต่มีสิ่งนึง ที่ผมชอบรายการนี้คือ
เขารายงานความจริง ในแฟคของความจริง โดยมีการอ้างอิงจากข้อมูลที่เชื่อถือได้ซึ่งพอปค้นมันก็จริง
ผมตามดูทุกอันแหละครับ แต่ละอย่างที่เขาพูดมา มันคือ " โลกแห่งความจริง "
ไม่ใช่วาทะกรรมปรุงแต่ง หรือ เล่าข่าวเพื่อ กล่อมใคร ตอนรัฐบาลทำไม่ดี เขาก็บอกรัฐทำไม่ดี ฝ่ายค้านไม่ดี เขาก็บอกไม่ดี
ผมว่ามาถึงตรงนี้ หลายคนคงยี้ผมแล้ว เห้ยทนดูไปได้ไง เห้ยนี่เข้าข้างพี่จั๊ดมั้ย เป็นสลิ่มป่าวเนี่ย
แต่คุณครับ ผมถามคุณหน่อย หากคุณไม่เปิดใจดู คุณจะรู้มั้ย ว่าสิ่งที่เขามาบอกมันคือ แฟคความจริง
อย่างเช่น pm.2.5 เขาก็พูดความจริงทั้งนั้น ว่าทั้งประชาชน ว่าทั้งรัฐบาล ผมก็ไม่เข้าใจว่าบางที
พอเราเคยมีอดีตแบบใหน ปัจจุบันเรายังคงเป็นแบบนั้นหรือ ผมแค่หาช่องที่เขานำเสนอ ความจริงและมีข้อมูลรองรับอะ
ผมเรียนมา จะเชื่ออะไรมันต้องมีหลักฐานพิสูจน์ได้
**แต่เอาหล่ะ ในวันนี้ ผมจะมาพูดถึง แฟคของความจริง ที่ผม ดูคลิปเกี่ยวกับแฟรชม็อบ ที่พี่จั๊ด เขาพยายามสื่อไปถึง
เหล่าเยาวชน หรือคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ที่เขาบอกว่า เขาออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย
คือในวีดีโอนี้ ผมแปลกใจมาก ที่การแสดงความเห็นส่วนใหญ๋ และคนส่วนใหญ่เห็นด้วย
คือการที่ คุณไปสบประมาทพี่จั๊ด ว่าเป็นสลิ่ม ตัวเองเคยทำ ทำไมไม่ห้ามตัวเอง หรือด่าทอต่างๆนาๆ
แต่สิ่งที่ผมทึ่งคือ อะไรรู้ไหมครับผมทึ่งที่ ***คนไทยส่วนใหญ่ที่เม้นจากยอดวิวเป็นแสน พวกเขาไม่ได้สนใจสิ่งที่พี่จั๊ดกำลังพูดถึงเลย
หากคุณเคยได้ยิน สิ่งสำคัญของนักเล่าเรื่อง 1 ในนั้น คือคุณต้องทำยังไงก็ได้ ที่จะบอกเล่าเรื่องราวเหล่านั้น
และทำให้ผู้ฟังสามารถจับใจความได้ว่า สิ่งที่คุณต้องการสื่อหมายถึงอะไร
แต่คุณพระ เมนหลักใจความที่พี่จั๊ดบอกคนดู ใน 2 ตอนนี้ ที่ออกอากาศไป ไม่สามารถ เข้าไปในความคิดของคนส่วนใหญ่
ที่เข้ามาดูใด้ ว่าสิ่งที่พี่จั๊ด พูดเขาต้องการสื่ออะไรไปถึงทุกๆคนๆ ที่ดูข่าวอยู่ ไม่ว่าวัยใหนก็ตาม
***คนส่วนใหญ่ ผมเชื่อได้เลยว่า แค่เห็นหัวข่าว ก็ใส่แล้ว " สลิ่ม ทำไมทีตัวเองทำบ้างไม่ห้าม ? "
คืออะไรเนี่ย เนื้อหาในข่าว ไม่มีการห้ามการชุมนุมหรือ การริดรอนสิทธิอะไรเลย
สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดู ผมสรุปให้ฟังง่ายๆ ดังต่อไปนี้
1.สิ่งที่ข่าวบอกคือ นักศึกษาผู้ชุมนุม สามารถ มีสิทธิ ที่จะชุมนุมได้ แต่ต้องอยุ่ในกฎหมาย อย่าทำผิด
2.พ่อแม่ผู้ปกครอง ไม่ควรไปห้าม เพราะนี้ถือเป็นสิทธิที่ประชาชนไทยสามารถทำได้
3.****ต้องดอกจันพิเศษ เพราะพี่จั๊ด เขาเน้นย้ำทั้ง 2 รอบ ที่ออกอากาศคือ การชุมนุมเรียกร้อง คุณจะว่ากล่าวทหาร ประชาธิปไตย
หรืออะไรก็ได้ แต่อย่าได้ไปออกทะเล คนเราทุกคนมีสิทธิในตัวของเราเอง แต่เรามีกฎหมายกำหนด
*** //// พี่จั๊ดย้ำตลอดทั้ง 2 เทปว่า ถ้าโดนดำเนินคดีเรื่องนี้ใครก็ช่วยไม่ได้///
4.น่าเศร้าใจครับ น่าเศร้าใจ มาถึงตรงนี้ผมว่า คนส่วนใหญ่แทบจะดูไม่ถึง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแปลอังกฤษไม่ออก หรือเพราะขี้เกียจเข้าไปดู
TedTalk จากนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย (อาหรับสปริง) ที่สามารถโค่นล้มระบบเก่าลงได้ จนได้เป็นบุคคลแห่งปี ของ Time
ซึ่งสิ่งที่พี่จั๊ด พยายามจะสื่อคือ
สังคมไทยตอนนี้ เรียกได้ว่า ใกล้เคียงกับ อียิปในตอนนั้น ที่ใช้โซเชียลมีเดีย ในการปลุกระดมผู้คน
สิ่งที่ นักเคลื่อนไหวออกมาพูดคือ โซเชียลมีเดีย กลายเป็นดาบ 2 คม
คมที่ 1 คือ มันช่วยให้ล้มล้างอำนาจรัฐบาลในตอนนั้นลงได้
คมที่ 2 คือ มันกลายเป็นบ่อเกิดของ การแตกแยกภายในประเทศแทน เหตุผลก็เพราะ
" หลังจากเหตุการปฏิวัติ ประชาชนอียิป อยู่กับประชาธิปไตย ในอุดมคติได้เพียงแค่ 18 วัน หลังจากนั้น
ความสงบสุขได้หายไป เราไม่สามารถทำประชามติกันได้ และการติดขัดทางการเมือง นำไปสู่การแบ่งขั้วอำนาจ
โซเชียลมีเดีย กลายเป็นที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งดูแย่ลงไปใหญ๋ โชเชียลกลายเป็นสนามรบรูปแบบใหม่อย่างเต็มรูปแบบ
มีการใสร้ายป้ายสี การปล่อยข้อมูลเท็จ
การรับข้อมูลด้านเดียว และการใช้คำสร้างความเกลียดชัง
สิ่งแวดล้อมภายในสังคมออนไลน์เป็นพิษ โลกออนไลน์เต็มไปด้วยการโกหก ผมเริ่มกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของครอบครัว
แต่ที่แน่ๆ มันไม่ได้เป็นเรื่องของผมคนเดียว มันเกิดการแบ่งขั้วอำนาจ เป็น 2 ขั้วอำนาจหลัก
คนที่อยู่ตรงกลางอย่างผม เริ่มรู้สึกไร้ที่พึ่ง พวกเขาต้องการให้คุณเลือกข้าง หากเห็นต่างก็ถูกมองว่าอยู่ฝั่งตรงข้าม"
เขาจบประโยคที่น่าสนใจ
" 5 ปีที่แล้วผมพูดว่า หากคุณต้องการปลดปล่อยสังคม สิ่งที่ต้องมี ก็แค่อินเตอร์เน็ต"
"แต่ ณ ปัจจุบัน หากเราเชื่อว่าเราสามารถปลดปล่อยสังคมได้ เราควรเริ่มต้นจากการถอนตัวเอง
ออกมาจากโลกของอินเตอร์เน็ต"
แค่ผมฟังผมก็ว่า เออดีนะนำเสนอข่าว ไม่ให้คนไทย เชื่อเรื่องการปลุกปั่น ข่าวปลอม หรือการคิดให้รอบคอบก่อนการทำอะไร
แต่ปล่าวเลย คนส่วนใหญ่ กลับกล่าวโจมตี พี่จั๊ดว่า ออกมาขวางไม่ให้ชุมนุม
ผมเริ่มเกิดคำถาม What ? นี่ที่เม้น กันนี่ได้เข้าใจถึงแก่นข่าวที่เขาต้องการสื่อไหม
ผมแปลกใจมากสิ่งที่พี่จั๊ดนำมาเสนอ คือการที่เขาบอกว่า สังคมไทย ระวังจะเกิดแบบนี้
มันคือแฟคความเป็นจริง ซึ่งเกิดขึ้นจริง และคนไทยสมควรเรียนรู้ เพื่อไม่ให้ถูกตกเป็นเครื่องมือของข่าวปลอม หรือการปลุกปั่นต่างๆ
ผมไม่ได้พูดถึงการชุมนุม ว่าห้ามทำ แต่ผมกำลังพูดถึงการที่โซเขียล ตลอด 2 สัปดาห์นี้ หลังจากที่มีการยุบพรรคอนาคตใหม่
โซเชียลกลายเป็นแหล่ง
ล่าแม่มด ใครแสดงความเห็นยังไง จะต้องโดนขุดคุ้ย ต้องโดนประนาม หากไม่เห็นด้วยกับฝ่ายตน
ผมงงมาก ว่า นี่สังคมไทยเกิดอะไร ขึ้น ?
คุณบอกคุณมีสิทธิ ที่จะแสดงออก แต่คุณใช้สิทธิของคุณ ในการกล่าวโจมตี คนไม่เห็นด้วย หรือคนเฉยๆ กับการเมืองแบบนั้นหรือ ?
แล้วแบบนี้คุณจะมาเรียกร้องในสิทธิของตัวคุณเองได้ยังไง ในเมื่อตัวคุณเอง ยังไม่ยอมรับใน สิทธิในตัวของคนอื่นเขา ?
คือตอนนี้ยังดีหน่อย ที่สังคมไม่มีการตอบโต้เยอะ พลังเงียบอีกฟากนึง ยังคงอยู่ในที่ตัวเอง
แต่ผมเห็นผมก็รู้ดีอะ ในเมื่อมีคนเลือกพรรครัฐบาลมาขนาดนี้ คุณว่าไม่มีมีพลังเงียบจากอีกฝั่งเลยหรอ ?
ที่ผมอยากสื่อจากตัวผมเอง จากความรู้สึกผมเลย ผมอยากถามว่า
ฝ่ายที่บออกออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ครับ
คุณเล่นล่าแม่มดกันแบบนี้ ใครไม่เห็นด้วยกับคุณ แล้วคุณแสดงออกแบบนี้
คุณไม่กลัวคนอยู่ตรงกลางแบบพวกผม จะหันไปเข้าข้างฝั่งตรงข้ามกับคุณหรอครับ ?
คุณคิดว่า คนที่อยู่ตรงกลาง เขามองว่า "การเมืองมันเป็นเรื่องของผลประโยชน์" นั้นมีไม่กี่คนหรอครับ?
ฝากไว้ให้คิด...
ผมเชื่อว่าสังคมไทยในตอนนี้ ก็เรียกได้ว่า สาหัสสากัน แม้สิ่งที่โจมตีส่วนใหญ๋ จะยังคงเป็นของฝั่งที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย
ที่ใช้โลกออนไลน์ ในการโจมตี ฝ่ายใหนก็ตาม ผู้ที่คิดต่าง หรือเห็นต่าง แม้กระทั่ง ผู้ที่อยู่ตรงกลาง ก็ถูกตีรวมไปต่างๆนาๆ
ผมไม่ได้หมายถึงแค่ นักศึกษา
แต่วันนี้ (เอาในแฟคของความเป็นจริง) ผมอยากตั้งคำถามกับ กลุ่มคนต่างๆ ไม่ว่าจะนักศึกษา หรือบุคคลทั่วไปขอให้ถอยคนละก้าว
แล้วตอบคำถาม ตามที่คุณคิดว่ามันคือความจริง ไม่เอาอุดมคตินะครับ
จากเหตุการณ์ในตอนนี้ ผมเห็นแล้วผมก็แค่เกิดคำถามในใจครับ เอาเหตุการณ์ต่างๆที่เคยเกิดขึ้นมา
(ในอดีต มาเป็น Ref.เลย 14 ตุลา 16 ตุลา เสื้อต่างๆ ไม่ต้องคิดถึงแฟค ที่ว่าเหตุการณ์ใหนใครทำอะไรบ้าง ไม่ต้อง)
ผมเลยอยากตั้งข้อถามที่ว่า
1.ทุกครั้งที่มีการชุมนุม ใครคือกลุ่มคนที่สูญเสียมากที่สุดครับ ?
2.ทุกครั้งที่ นักศึกษาออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย เหตุการณ์จบลงอย่างไรครับ ?
3.กลุ่มผู้ที่เรียกร้องให้เกิดการชุมนุม มีประวัติ ที่ขาวสะอาด และเป็นคนที่รักในประชาธิปไตย **ไม่มีแนวคิดอื่นแอบแฝงใช่ไหมครับ ?
4.การที่การชุมนุม เรียกร้องประชาธิปไตย แล้วเกิดการเลยเถิดไปสู่เรื่องที่ผิดกฏหมาย หากมีการยกเรื่องนี้ขึ้นมานำไปสู้การปราบปราม
ตลอดจนการสลายการชุมนุม ใครจะเป็นคนรับผิดชอบครับ ?
และผมอยากฝากคำถามสุดท้าย
" ถ้าเกิดการดำเนินคดี กับแกนนำ ผลสุดท้าย แกนนำที่มีเงิน ไปอยู่ใหนกันหมดครับ "
ฝากให้ให้คิดสักนิด
ผมเป็นคนที่รักในระบบประชาธิปไตย ผมเองก็เป็นคนรุ่นใหม่
แต่ผมก็พยายามมองแฟคของความเป็นจริงครับ ความจริงของการเมืองไทย ที่หยั่งรากลึกไปสุดๆ
***ทุกสิ่งทุกอย่าง มีผลที่ตามมา***
บางทีการรับฟังความคิดอื่นๆบ้าง เป็นสิ่งที่ดีนะครับ คุณไม่เหนื่อยหลอครับ จดจ่ออยู่กับจุดเดิมๆ อยู่แบบนั้น
หัดถอยออกมาบ้าง บางที คุณจะมองโลกได้กว้างไกลมากยิ่งขึ้น
ขอบคุณครับ
สุดท้ายแล้วคิดว่ากระทู้นี้คงมีคนเข้ามาอ่านน้อยแน่นอน เพราะเป็นเรื่องของการเมือง และผมพิมพ์ซะยาว
แต่แค่รู้สึกว่า อย่างน้อยครั้งนึงในประวัติศาสตร์ เราได้แสดงความเห็นในส่วนที่เรามองว่า เราอยากให้ทุกคนใจเย็นและหาทางออกในวิธีการที่สันติ
เมื่อโซเชียลมีเดีย " เริ่มทำให้ สังคมไทยเป็นพิษ "
คือต่อให้พี่จั๊ดจะเคยไปอยู่กับ กปปส. หรืออะไรก็ตามแต่ แต่มีสิ่งนึง ที่ผมชอบรายการนี้คือ
เขารายงานความจริง ในแฟคของความจริง โดยมีการอ้างอิงจากข้อมูลที่เชื่อถือได้ซึ่งพอปค้นมันก็จริง
ผมตามดูทุกอันแหละครับ แต่ละอย่างที่เขาพูดมา มันคือ " โลกแห่งความจริง "
ไม่ใช่วาทะกรรมปรุงแต่ง หรือ เล่าข่าวเพื่อ กล่อมใคร ตอนรัฐบาลทำไม่ดี เขาก็บอกรัฐทำไม่ดี ฝ่ายค้านไม่ดี เขาก็บอกไม่ดี
ผมว่ามาถึงตรงนี้ หลายคนคงยี้ผมแล้ว เห้ยทนดูไปได้ไง เห้ยนี่เข้าข้างพี่จั๊ดมั้ย เป็นสลิ่มป่าวเนี่ย
แต่คุณครับ ผมถามคุณหน่อย หากคุณไม่เปิดใจดู คุณจะรู้มั้ย ว่าสิ่งที่เขามาบอกมันคือ แฟคความจริง
อย่างเช่น pm.2.5 เขาก็พูดความจริงทั้งนั้น ว่าทั้งประชาชน ว่าทั้งรัฐบาล ผมก็ไม่เข้าใจว่าบางที
พอเราเคยมีอดีตแบบใหน ปัจจุบันเรายังคงเป็นแบบนั้นหรือ ผมแค่หาช่องที่เขานำเสนอ ความจริงและมีข้อมูลรองรับอะ
ผมเรียนมา จะเชื่ออะไรมันต้องมีหลักฐานพิสูจน์ได้
**แต่เอาหล่ะ ในวันนี้ ผมจะมาพูดถึง แฟคของความจริง ที่ผม ดูคลิปเกี่ยวกับแฟรชม็อบ ที่พี่จั๊ด เขาพยายามสื่อไปถึง
เหล่าเยาวชน หรือคนที่มีอุดมการณ์เดียวกัน ที่เขาบอกว่า เขาออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย
คือในวีดีโอนี้ ผมแปลกใจมาก ที่การแสดงความเห็นส่วนใหญ๋ และคนส่วนใหญ่เห็นด้วย
คือการที่ คุณไปสบประมาทพี่จั๊ด ว่าเป็นสลิ่ม ตัวเองเคยทำ ทำไมไม่ห้ามตัวเอง หรือด่าทอต่างๆนาๆ
แต่สิ่งที่ผมทึ่งคือ อะไรรู้ไหมครับผมทึ่งที่ ***คนไทยส่วนใหญ่ที่เม้นจากยอดวิวเป็นแสน พวกเขาไม่ได้สนใจสิ่งที่พี่จั๊ดกำลังพูดถึงเลย
หากคุณเคยได้ยิน สิ่งสำคัญของนักเล่าเรื่อง 1 ในนั้น คือคุณต้องทำยังไงก็ได้ ที่จะบอกเล่าเรื่องราวเหล่านั้น
และทำให้ผู้ฟังสามารถจับใจความได้ว่า สิ่งที่คุณต้องการสื่อหมายถึงอะไร
แต่คุณพระ เมนหลักใจความที่พี่จั๊ดบอกคนดู ใน 2 ตอนนี้ ที่ออกอากาศไป ไม่สามารถ เข้าไปในความคิดของคนส่วนใหญ่
ที่เข้ามาดูใด้ ว่าสิ่งที่พี่จั๊ด พูดเขาต้องการสื่ออะไรไปถึงทุกๆคนๆ ที่ดูข่าวอยู่ ไม่ว่าวัยใหนก็ตาม
***คนส่วนใหญ่ ผมเชื่อได้เลยว่า แค่เห็นหัวข่าว ก็ใส่แล้ว " สลิ่ม ทำไมทีตัวเองทำบ้างไม่ห้าม ? "
คืออะไรเนี่ย เนื้อหาในข่าว ไม่มีการห้ามการชุมนุมหรือ การริดรอนสิทธิอะไรเลย
สำหรับใครที่ยังไม่ได้ดู ผมสรุปให้ฟังง่ายๆ ดังต่อไปนี้
1.สิ่งที่ข่าวบอกคือ นักศึกษาผู้ชุมนุม สามารถ มีสิทธิ ที่จะชุมนุมได้ แต่ต้องอยุ่ในกฎหมาย อย่าทำผิด
2.พ่อแม่ผู้ปกครอง ไม่ควรไปห้าม เพราะนี้ถือเป็นสิทธิที่ประชาชนไทยสามารถทำได้
3.****ต้องดอกจันพิเศษ เพราะพี่จั๊ด เขาเน้นย้ำทั้ง 2 รอบ ที่ออกอากาศคือ การชุมนุมเรียกร้อง คุณจะว่ากล่าวทหาร ประชาธิปไตย
หรืออะไรก็ได้ แต่อย่าได้ไปออกทะเล คนเราทุกคนมีสิทธิในตัวของเราเอง แต่เรามีกฎหมายกำหนด
*** //// พี่จั๊ดย้ำตลอดทั้ง 2 เทปว่า ถ้าโดนดำเนินคดีเรื่องนี้ใครก็ช่วยไม่ได้///
4.น่าเศร้าใจครับ น่าเศร้าใจ มาถึงตรงนี้ผมว่า คนส่วนใหญ่แทบจะดูไม่ถึง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะแปลอังกฤษไม่ออก หรือเพราะขี้เกียจเข้าไปดู
TedTalk จากนักต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย (อาหรับสปริง) ที่สามารถโค่นล้มระบบเก่าลงได้ จนได้เป็นบุคคลแห่งปี ของ Time
ซึ่งสิ่งที่พี่จั๊ด พยายามจะสื่อคือ
สังคมไทยตอนนี้ เรียกได้ว่า ใกล้เคียงกับ อียิปในตอนนั้น ที่ใช้โซเชียลมีเดีย ในการปลุกระดมผู้คน
สิ่งที่ นักเคลื่อนไหวออกมาพูดคือ โซเชียลมีเดีย กลายเป็นดาบ 2 คม
คมที่ 1 คือ มันช่วยให้ล้มล้างอำนาจรัฐบาลในตอนนั้นลงได้
คมที่ 2 คือ มันกลายเป็นบ่อเกิดของ การแตกแยกภายในประเทศแทน เหตุผลก็เพราะ
" หลังจากเหตุการปฏิวัติ ประชาชนอียิป อยู่กับประชาธิปไตย ในอุดมคติได้เพียงแค่ 18 วัน หลังจากนั้น
ความสงบสุขได้หายไป เราไม่สามารถทำประชามติกันได้ และการติดขัดทางการเมือง นำไปสู่การแบ่งขั้วอำนาจ
โซเชียลมีเดีย กลายเป็นที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งดูแย่ลงไปใหญ๋ โชเชียลกลายเป็นสนามรบรูปแบบใหม่อย่างเต็มรูปแบบ
มีการใสร้ายป้ายสี การปล่อยข้อมูลเท็จ การรับข้อมูลด้านเดียว และการใช้คำสร้างความเกลียดชัง
สิ่งแวดล้อมภายในสังคมออนไลน์เป็นพิษ โลกออนไลน์เต็มไปด้วยการโกหก ผมเริ่มกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของครอบครัว
แต่ที่แน่ๆ มันไม่ได้เป็นเรื่องของผมคนเดียว มันเกิดการแบ่งขั้วอำนาจ เป็น 2 ขั้วอำนาจหลัก
คนที่อยู่ตรงกลางอย่างผม เริ่มรู้สึกไร้ที่พึ่ง พวกเขาต้องการให้คุณเลือกข้าง หากเห็นต่างก็ถูกมองว่าอยู่ฝั่งตรงข้าม"
เขาจบประโยคที่น่าสนใจ
" 5 ปีที่แล้วผมพูดว่า หากคุณต้องการปลดปล่อยสังคม สิ่งที่ต้องมี ก็แค่อินเตอร์เน็ต"
"แต่ ณ ปัจจุบัน หากเราเชื่อว่าเราสามารถปลดปล่อยสังคมได้ เราควรเริ่มต้นจากการถอนตัวเอง ออกมาจากโลกของอินเตอร์เน็ต"
แค่ผมฟังผมก็ว่า เออดีนะนำเสนอข่าว ไม่ให้คนไทย เชื่อเรื่องการปลุกปั่น ข่าวปลอม หรือการคิดให้รอบคอบก่อนการทำอะไร
แต่ปล่าวเลย คนส่วนใหญ่ กลับกล่าวโจมตี พี่จั๊ดว่า ออกมาขวางไม่ให้ชุมนุม
ผมเริ่มเกิดคำถาม What ? นี่ที่เม้น กันนี่ได้เข้าใจถึงแก่นข่าวที่เขาต้องการสื่อไหม
ผมแปลกใจมากสิ่งที่พี่จั๊ดนำมาเสนอ คือการที่เขาบอกว่า สังคมไทย ระวังจะเกิดแบบนี้
มันคือแฟคความเป็นจริง ซึ่งเกิดขึ้นจริง และคนไทยสมควรเรียนรู้ เพื่อไม่ให้ถูกตกเป็นเครื่องมือของข่าวปลอม หรือการปลุกปั่นต่างๆ
ผมไม่ได้พูดถึงการชุมนุม ว่าห้ามทำ แต่ผมกำลังพูดถึงการที่โซเขียล ตลอด 2 สัปดาห์นี้ หลังจากที่มีการยุบพรรคอนาคตใหม่
โซเชียลกลายเป็นแหล่ง ล่าแม่มด ใครแสดงความเห็นยังไง จะต้องโดนขุดคุ้ย ต้องโดนประนาม หากไม่เห็นด้วยกับฝ่ายตน
ผมงงมาก ว่า นี่สังคมไทยเกิดอะไร ขึ้น ?
คุณบอกคุณมีสิทธิ ที่จะแสดงออก แต่คุณใช้สิทธิของคุณ ในการกล่าวโจมตี คนไม่เห็นด้วย หรือคนเฉยๆ กับการเมืองแบบนั้นหรือ ?
แล้วแบบนี้คุณจะมาเรียกร้องในสิทธิของตัวคุณเองได้ยังไง ในเมื่อตัวคุณเอง ยังไม่ยอมรับใน สิทธิในตัวของคนอื่นเขา ?
คือตอนนี้ยังดีหน่อย ที่สังคมไม่มีการตอบโต้เยอะ พลังเงียบอีกฟากนึง ยังคงอยู่ในที่ตัวเอง
แต่ผมเห็นผมก็รู้ดีอะ ในเมื่อมีคนเลือกพรรครัฐบาลมาขนาดนี้ คุณว่าไม่มีมีพลังเงียบจากอีกฝั่งเลยหรอ ?
ที่ผมอยากสื่อจากตัวผมเอง จากความรู้สึกผมเลย ผมอยากถามว่า
ฝ่ายที่บออกออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ครับ
คุณเล่นล่าแม่มดกันแบบนี้ ใครไม่เห็นด้วยกับคุณ แล้วคุณแสดงออกแบบนี้
คุณไม่กลัวคนอยู่ตรงกลางแบบพวกผม จะหันไปเข้าข้างฝั่งตรงข้ามกับคุณหรอครับ ?
คุณคิดว่า คนที่อยู่ตรงกลาง เขามองว่า "การเมืองมันเป็นเรื่องของผลประโยชน์" นั้นมีไม่กี่คนหรอครับ?
ฝากไว้ให้คิด...
ผมเชื่อว่าสังคมไทยในตอนนี้ ก็เรียกได้ว่า สาหัสสากัน แม้สิ่งที่โจมตีส่วนใหญ๋ จะยังคงเป็นของฝั่งที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย
ที่ใช้โลกออนไลน์ ในการโจมตี ฝ่ายใหนก็ตาม ผู้ที่คิดต่าง หรือเห็นต่าง แม้กระทั่ง ผู้ที่อยู่ตรงกลาง ก็ถูกตีรวมไปต่างๆนาๆ
ผมไม่ได้หมายถึงแค่ นักศึกษา
แต่วันนี้ (เอาในแฟคของความเป็นจริง) ผมอยากตั้งคำถามกับ กลุ่มคนต่างๆ ไม่ว่าจะนักศึกษา หรือบุคคลทั่วไปขอให้ถอยคนละก้าว
แล้วตอบคำถาม ตามที่คุณคิดว่ามันคือความจริง ไม่เอาอุดมคตินะครับ
จากเหตุการณ์ในตอนนี้ ผมเห็นแล้วผมก็แค่เกิดคำถามในใจครับ เอาเหตุการณ์ต่างๆที่เคยเกิดขึ้นมา
(ในอดีต มาเป็น Ref.เลย 14 ตุลา 16 ตุลา เสื้อต่างๆ ไม่ต้องคิดถึงแฟค ที่ว่าเหตุการณ์ใหนใครทำอะไรบ้าง ไม่ต้อง)
ผมเลยอยากตั้งข้อถามที่ว่า
1.ทุกครั้งที่มีการชุมนุม ใครคือกลุ่มคนที่สูญเสียมากที่สุดครับ ?
2.ทุกครั้งที่ นักศึกษาออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย เหตุการณ์จบลงอย่างไรครับ ?
3.กลุ่มผู้ที่เรียกร้องให้เกิดการชุมนุม มีประวัติ ที่ขาวสะอาด และเป็นคนที่รักในประชาธิปไตย **ไม่มีแนวคิดอื่นแอบแฝงใช่ไหมครับ ?
4.การที่การชุมนุม เรียกร้องประชาธิปไตย แล้วเกิดการเลยเถิดไปสู่เรื่องที่ผิดกฏหมาย หากมีการยกเรื่องนี้ขึ้นมานำไปสู้การปราบปราม
ตลอดจนการสลายการชุมนุม ใครจะเป็นคนรับผิดชอบครับ ?
และผมอยากฝากคำถามสุดท้าย
" ถ้าเกิดการดำเนินคดี กับแกนนำ ผลสุดท้าย แกนนำที่มีเงิน ไปอยู่ใหนกันหมดครับ "
ฝากให้ให้คิดสักนิด
ผมเป็นคนที่รักในระบบประชาธิปไตย ผมเองก็เป็นคนรุ่นใหม่
แต่ผมก็พยายามมองแฟคของความเป็นจริงครับ ความจริงของการเมืองไทย ที่หยั่งรากลึกไปสุดๆ
***ทุกสิ่งทุกอย่าง มีผลที่ตามมา***
บางทีการรับฟังความคิดอื่นๆบ้าง เป็นสิ่งที่ดีนะครับ คุณไม่เหนื่อยหลอครับ จดจ่ออยู่กับจุดเดิมๆ อยู่แบบนั้น
หัดถอยออกมาบ้าง บางที คุณจะมองโลกได้กว้างไกลมากยิ่งขึ้น
ขอบคุณครับ
สุดท้ายแล้วคิดว่ากระทู้นี้คงมีคนเข้ามาอ่านน้อยแน่นอน เพราะเป็นเรื่องของการเมือง และผมพิมพ์ซะยาว
แต่แค่รู้สึกว่า อย่างน้อยครั้งนึงในประวัติศาสตร์ เราได้แสดงความเห็นในส่วนที่เรามองว่า เราอยากให้ทุกคนใจเย็นและหาทางออกในวิธีการที่สันติ