JJNY : โพลชี้ดัชนีการเมืองลดต่ำ/NIDAโพลคนมองแฟลชม็อบนศ.เป็นสิทธิ แต่ห่วง/แม่น้ำมูลเข้าขั้นวิกฤติ/เซ่นโควิด-19เฉียด 3,000

กระทู้ข่าว
โพลชี้ดัชนีการเมืองลดต่ำ จี้แก้ปัญหาโควิด-19-เศรษฐกิจ
https://www.komchadluek.net/news/politic/419935
 
 
จาก 10 เหลือเพียง 3.76 คะแนน 25 ตัวชี้วัดดัชนีการเมืองไทยลดต่ำ ส่วนการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน แก้ปัญหาผู้มีอิทธิพล การมีส่วนร่วมของประชาชนและองค์กรอิสระ แก้ปัญหายาเสพติดกลับดีขึ้น เร่งแก้ปัญหาโควิด-19-เศรษฐกิจ
 
1 มีนาคม 2563 “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้สำรวจดัชนีการเมืองไทยโดยมีตัวชี้วัดรวม 25 ประเด็น ซึ่งตัวชี้วัดจะช่วยสะท้อนว่าการเมืองไทย ดีขึ้น แย่ลง หรือเหมือนเดิม โดยให้คะแนนเต็ม 10 และหาค่าเฉลี่ย ( ) ภาพรวมของการเมืองไทยออกมา  
โดยสรุปผลได้ดังนี้ คือ 
 
1. ภาพรวม“ดัชนีการเมืองไทย เดือน ก.พ.63” ได้เพียง 3.76 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 
2. เมื่อจำแนกตามตัวชี้วัด 25 ประเด็น เรียงลำดับคะแนนจากมากไปหาน้อย ได้ดังนี้ 
 
อันดับ   ประเด็น “ดัชนีการเมืองไทย”    ม.ค.63    ก.พ.63
 
1    การปฏิบัติงานของฝ่ายค้าน    ม.ค.63  5.30  /  ก.พ.63 5.41
2    ข่าวสารที่เผยแพร่จากสื่อต่างๆให้ประชาชนได้รับรู้    ม.ค.63   4.77  / ก.พ.63 4.46
3    จริยธรรม /วัฒนธรรมของคนในชาติ    ม.ค.63  5.30  / ก.พ.63 4.44
4    ความสามัคคีของคนในชาติ    ม.ค.63  4.84   / ก.พ.63 4.34
5    การจัดการศึกษาสำหรับประชาชน   ม.ค.63  4.55   / ก.พ.63 4.24
6    การดำเนินงานของพรรคการเมืองโดยภาพรวม      ม.ค.63  4.30  / ก.พ.63   4.10
7    การแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพล    ม.ค.63   3.79 /    ก.พ.633.84
8    การพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า    ม.ค.63   4.21 /  ก.พ.63 3.82
9    การมีส่วนร่วมของประชาชนและองค์กรอิสระ      ม.ค.63 3.41  / ก.พ.63   3.78
10    สภาพของสังคมโดยรวม    ม.ค.63  4.01 /  ก.พ.63  3.76
11    ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน    ม.ค.63  3.99  /ก.พ.63 3.70
12    การปฏิบัติตนของนักการเมือง /ความสามัคคีของนักการเมือง    ม.ค.63  3.79/  ก.พ.63  3.68
13    ผลงานของนายกรัฐมนตรี    ม.ค.63  3.63  / ก.พ.63 3.60
14    การแก้ปัญหายาเสพติด      ม.ค.63 3.47  / ก.พ.63 3.58
15    ผลงานของรัฐบาล    ม.ค.63   3.56   /ก.พ.63 3.55
15    ความมั่นคงของประเทศ /การก่อการร้าย    ม.ค.63  3.88 /ก.พ.63   3.55
17    การแก้ปัญหาคอรัปชั่น      ม.ค.63 3.55 / ก.พ.63  3.53
18    การแก้ปัญหาต่างๆของรัฐบาลในภาพรวม    ม.ค.63   3.53  /ก.พ.63  3.43
19    ค่าครองชีพ /เงินเดือน /ค่าจ้าง /สวัสดิการ   อ 3.42  /ก.พ.63 3.40
19    ความเป็นอยู่ของประชาชน  ม.ค.  3.40  /ก.พ.63  3.40
21    การบริหารประเทศตามนโยบายที่ประกาศไว้      ม.ค.63 3.39  / ก.พ.63 3.38
22    สภาพเศรษฐกิจโดยภาพรวม    ม.ค.63  3.22 /  ก.พ.63 3.20
22    การแก้ปัญหาการว่างงาน    ม.ค.63   3.22 / ก.พ.63  3.20
24    ราคาสินค้า     ม.ค.63  3.08/  ก.พ.63  3.06
25    การแก้ปัญหาความยากจน    ม.ค.63  3.05   /ก.พ.63 3.04
 
ภาพรวม เต็ม 10 คะแนน    ม.ค.63    3.88 ก.พ.63   3.76
 
 3. ดัชนีชี้วัดของ “เดือนกุมภาพันธ์ 63” ที่ดีกว่า “เดือนมกราคม 63” มี 4 ประเด็น ดังนี้ 
ที่   ประเด็น “ดัชนีการเมืองไทย”    ม.ค.63    ก.พ.63
 
1    การปฏิบัติงานของฝ่ายค้าน   ม.ค.63    5.30  / ก.พ.63  5.41
2    การแก้ปัญหาผู้มีอิทธิพล    ม.ค.63  3.79  / ก.พ.63 3.84
3    การมีส่วนร่วมของประชาชนและองค์กรอิสระ  ม.ค. 3.41  / ก.พ.63 3.78
4    การแก้ปัญหายาเสพติด    ม.ค.63  3.47/  ก.พ.63   3.58
4. ดัชนีชี้วัดของ “เดือนกุมภาพันธ์ 63” ที่แย่กว่า “เดือนมกราคม 63” มี 20 ประเด็น ดังนี้
 
ที่    ประเด็น “ดัชนีการเมืองไทย”    ม.ค.63   ก.พ.63
1    ข่าวสารที่เผยแพร่จากสื่อต่างๆให้ประชาชนได้รับรู้    ม.ค.63  4.77  / ก.พ.63  4.46
2    จริยธรรม /วัฒนธรรมของคนในชาติ    ม.ค.63  5.30     / ก.พ.63 4.44
3    ความสามัคคีของคนในชาติ    ม.ค.63  4.84   / ก.พ.63  4.34
4    การจัดการศึกษาสำหรับประชาชน      ม.ค.63 4.55   / ก.พ.63  4.24
5    การดำเนินงานของพรรคการเมืองโดยภาพรวม    ม.ค.63   4.30  / ก.พ.63    4.10
6    การพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า    ม.ค.63  4.21   / ก.พ.63  3.82
7    สภาพของสังคมโดยรวม    ม.ค.63  4.01   / ก.พ.63  3.76
8    ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน    ม.ค.63  3.99   / ก.พ.63  3.70
9    การปฏิบัติตนของนักการเมือง /ความสามัคคีของนักการเมือง    ม.ค.63   3.79  / ก.พ.63     3.68
10    ผลงานของนายกรัฐมนตรี    ม.ค.63  3.63   / ก.พ.63  3.60
11    ผลงานของรัฐบาล    ม.ค.63  3.56   / ก.พ.63  3.55
12    ความมั่นคงของประเทศ /การก่อการร้าย    ม.ค.63   3.88  / ก.พ.63  3.55
13    การแก้ปัญหาคอรัปชั่น ม.ค.  3.55   / ก.พ.63  3.53
14    การแก้ปัญหาต่างๆของรัฐบาลในภาพรวม    ม.ค.63  3.53   / ก.พ.63  3.43
15    ค่าครองชีพ /เงินเดือน /ค่าจ้าง /สวัสดิการ    ม.ค.63  3.42   / ก.พ.63  3.40
16    การบริหารประเทศตามนโยบายที่ประกาศไว้    ม.ค.63  3.39   / ก.พ.63  3.38
17    สภาพเศรษฐกิจโดยภาพรวม    ม.ค.63   3.22   / ก.พ.63  3.20
18    การแก้ปัญหาการว่างงาน    ม.ค.63  3.22   / ก.พ.63  3.20
19    ราคาสินค้า    ม.ค.63  3.08  / ก.พ.63    3.06
20    การแก้ปัญหาความยากจน     ม.ค.63  3.05   / ก.พ.63  3.04

 
5. ข้อเสนอแนะทางด้านการเมือง ณ วันนี้ คือ 
อันดับ 1    เร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้องของประชาชน     33.17%
อันดับ 2    นักการเมืองต้องมีจิตสำนึก มีคุณธรรมจริยธรรม ไม่เห็นแก่อำนาจและผลประโยชน์    21.91%
อันดับ 3    เพิ่มมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการแพร่เชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย    19.95%
อันดับ 4    การบริหารประเทศตามระบอบประชาธิปไตย เคารพซึ่งกันและกัน    16.03%
อันดับ 5    ขอให้รักษาสัญญา ทำตามนโยบายที่พูดไว้    15.06%
 

 
NIDAโพลคนมองแฟลชม็อบนศ.เป็นสิทธิแต่ห่วงแรงแบบฮ่องกง
https://www.innnews.co.th/politics/news_610849/
 
ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลสำรวจของประชาชน “เรื่องของอนาคตใหม่” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 26 – 27 กุมภาพันธ์ 2563 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป ทุกภูมิภาค ทุกระดับการศึกษา และอาชีพ ทั่วประเทศ รวมทั้งสิ้น 1,260 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับคำตัดสินให้ยุบพรรคอนาคตใหม่และตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค 10 ปี และการจัดกิจกรรมแฟลชม็อบ ติดแฮชแท็กเพื่อต่อต้านรัฐบาล ของนิสิตนักศึกษา พบว่า 
 
ประชาชนส่วนใหญ่ ร้อยละ 33.41 ยอมรับคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญที่ตัดสินให้ยุบพรรค และตัดสิทธิทางการเมืองกรรมการบริหารพรรค 10 ปี, 
ร้อยละ 25.32 ใช้สิทธิวิจารณ์ไม่เห็นด้วยกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญโดยสุจริต, 
ร้อยละ 8.65 ให้ ส.ส. ที่เหลืออยู่ของอดีตพรรค มีอิสระย้ายไปสังกัดพรรคไหนก็ได้, 
ร้อยละ 8.33 แกนนำอดีตพรรคควรหยุดบทบาททางการเมือง, 
ร้อยละ 5.71 ให้ ส.ส. ที่เหลืออยู่ของอดีตพรรค ย้ายไปสังกัดพรรคใหม่ที่เตรียมไว้, 
ร้อยละ 4.29 แกนนำอดีตพรรค ควรเป็นผู้นำชุมนุมทางการเมืองบนถนน 
และร้อยละ 10.71 ไม่ตอบ/ไม่สนใจ
 
ทั้งนี้ เมื่อถาม ถึงการจัดกิจกรรมแฟลชม็อบ ติดแฮชแท็กเพื่อต่อต้านรัฐบาลของนิสิต นักศึกษา หลังจากผลการตัดสินวินิจฉัยยุบพรรคอนาคตใหม่ พบว่า 
ส่วนใหญ่ ร้อยละ 61.03 ระบุ เป็นสิทธิเสรีภาพในการสดงออกตามกฎหมาย, 
ร้อยละ 21.11ระบุ เป็นสัญญาณว่าสังคมไทยจะเผชิญกับความแตกแยกทางการเมืองอีกครั้ง, 
ร้อยละ 12.70 ระบุ กังวลว่านิสิต นักศึกษา จะถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง 
ร้อยละ 7.78ระบุ กังวลว่าจะมีการยกระดับการชุมนุมจนกลายเป็นการจลาจลแบบในฮ่องกง
 
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงความนิยมทางการเมืองของพรรคใหม่ที่จะเกิดขึ้นและได้รับการสนับสนุนจากแกนนำอดีตพรรคอนาคตใหม่ พบว่า 
ร้อยละ 35.71 เชื่อว่าจะได้รับความนิยมทางการเมืองมากกว่าที่พรรคอนาคตใหม่เคยได้, 
ร้อยละ 24.37 ไม่แน่ใจต้องขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในวันข้างหน้า,
ร้อยละ 22.78 ระบุ จะได้รับความนิยมทางการเมืองเท่าๆ กับที่พรรคอนาคตใหม่เคยได้ 
และร้อยละ 15.08 จะได้รับความนิยมทางการเมืองน้อยกว่าที่พรรคอนาคตใหม่เคยได้
 

โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่