ตอนนี้ผมเครียดหลายเรื่องมากๆเลย
เรื่องเรียน ผมเรียนไปทำงานไปตั้งแต่ปีแรก รับผิดชอบค่าใช้จ่ายคนเดียวหมดเลย
จนป่านนี้23แล้วยังไม่มีแววจะจบด้วย เนื่องจากงานที่ทำอยู่เวลามันไม่เอื้อให้มาอ่านหนังสือเลย
แต่ที่ทำอยู่ก็เพราะว่ามันได้เงินดี ได้เยอะ อยากมีเงิน เลยต้องทำต่อไป
และที่เราเครียดก็คือ ทางครอบครัว ญาติๆต่างถามเข้ามา เมื่อไหร่จะจบ จะได้รับปริญญาตอนไหน
มันกดดันมากๆ เครียดทุกวัน
ตัวเราเองก็ไม่รู้เลยว่าชอบอะไร โตไปอยากทำงานอะไร อยากจะเป็นอะไร มันไม่มีจุดมมุ่งหมาย
เลยตัดสินใจย้ายไปสาขาที่คิดว่าจะทำให้ตัวเองจบไวขึ้น แต่ก็ไม่รอด ใจมันไม่ได้อยากจะเรียน
เราเลยอยากบอกกับทางครอบครัวว่า เราอยากหยุดเรียนเหลือเกิน อยากเอามันออกจากหัว
เอาความรู้สึกแบกรับทิ้งไว้ก่อน ขอพักซักเทอมสองเทอมได้ไหม ขอลงเรียนปี1ใหม่ได้ใหม
เพราะเราลงเรียนมั่วไปหมดแล้วตอนนี้ (มหาลัยเปิด) เราจัดการอะไรไม่ถูกแล้ว
เราหาเวลาที่จะอยู่กับแม่เพื่อที่จะบอกเรื่องที่เราหนักอกหนักใจอยู่ทุกวันนี้ให้ฟัง แต่แล้วมันก็ไม่กล้า
เพราะกลัวว่าเขาจะไม่เข้าใจในสิ่งที่เราคิด เราเครียดอยู่
เรื่องงาน เราเริ่มไม่อยากทำงานแล้ว เราเบื่อ เรารู้สึกว่าทำไมการใช้ชีวิตของเรามันถึงยากนัก
การจะผ่านไปวันๆนี่ไม่ได้มีเรื่องดีๆให้ชื่นใจเลย มีแต่เรื่องบั่นทอนจิตใจไปวันๆ
เราเป็นคนขี้หลงขี้ลืมเอามากๆ จับประเด็นอะไรไม่ได้เลย หัวสมองมันเอือยๆ
มีปัญหากับการทำงานพอควร
เรื่องความผิดปกติของจิตใจ
เราแค่คิดว่าเราอาจจะเป็นโรคซึมเศร้าใหม แต่เราบอกได้เลยว่าเราอยากตายเอามากๆ มันจะได้จบๆ
เรื่องแบบนี้เราก็ไม่สามรถบอกใครได้อีกเช่นเคย ต้องเอามันมาคิด มาตีกันในหัวอยู่เรื่อยๆ
ถ้าเราคุยกับแม่ เขาจะเข้าใจในสิ่งที่เป็นใหม เราก็มีเรื่องที่อยากปลดลิอกในตัวเราอยู่ (เป็นเพศที่สาม)
แม่เราจะเข้าใจในเรื่องจิตเวทย์ เข้าใจคำว่าซึ่มเศร้าได้มากแค่ไหน เราเลยไม่กล้าพูดเรื่องอะไรเลยกับแม่
เราคิดนะ ทำไมคนอื่นถึงได้มีกำลังใจมากมายเวลาจะทำอะไรถึงต่อให้มันไม่สำเร็จก็มีคนให้กำลังใจอยู่เสมอ
ไม่เหมือนเราเลย เราไม่ประสบสิ่งที่เรียกว่าความสำเร็จเลย บางคนอาจคิดว่าเอาชื่อโรคนี้มาอ้างด้วยซ้ำ
เราไม่มีแม้แต่ครอบครัวเข้าที่เข้าใจเรา หมายถึงเราไม่เคยบอกความในใจเราเขาเลยไม่เคยรู้ เพราะเราไม่รู้ว่าเขาจะเข้าใจใหม
เรารู้สึกโดดเดี่ยวเอามากๆ ไม่มีทั้งเพื่อนสนิทจริงๆ คนคุย ที่สามารถให้กำลังใจเรา เป็นแรงผลักดันให้เรามีชีวิตได้อย่างมีความสุข
เป็นที่มาของความคิดอยากตายอยู่ในหัวเรื่อยๆมา เราคิดหาวิธีที่จะไม่ทรมาณตัวเอง จากที่เห็นข่าวก็คือการรมควัน
ซึ่งเราคิดแล้วว่ามันคงไม่ทรมารเท่าไรหรอก แต่เราก็ทำได้แค่คิดนะ ยังไม่ลงมืทำหรอก เรายังไม่ถึงจุดๆนั้น ตอนนี้ยังไม่กล้าลงมือทำ
เราปล่อยใให้เราคิดแต่เรื่องพวกนี้มานานโดนไม่ได้ไปลองพบจิตย์แพทย์
เอาตามตรง เราไม่มีความคิดอยากจะรักษามันด้วยซ้ำ เราอยากปล่อยให้มันรุนแรงกับเราไปเรื่อยๆจนสุดท้ายเราก็ฆ่าตัวตายไปเอง แค่นั้น
แต่มีบางช่วงที่เราจินตนาการว่าเรามีความสุข เราวาดฝันต่างในหัวเราทุกวันเลย ว่าอยากเป็นแบบนี้นะ คนรอบตัวเป็นแบบนี้นะ
เรายิ้มได้อยากมีความสุขจริงๆ เราเลยคิดว่าถ้าเราลองบอกครอบครัว เขาอาจจะเข้าใจเราและให้กำลังใจกับเราและเป็นแรงผลักดันเรา
แต่มันก็ได้แค่คิด สุดท้ายมันก็มาถึงทางตันที่ว่า กลัวเขาไม่เข้าใจ..
เราเชื่อว่า ถ้าหากมีใครสักคนในนี้แนะเราเรา เขา่คงแนะนำเราให้ไปพบจิตแพทย์เช่นเคย
แต่เราเนี่ยสิ จะทำยังไงให้ไปหาหมอได้ ทำยังไงจะไปถึงมือหมอ
เครียด กดดัน ปัญหาชีวิต และอยากตาย เราท้อเองหรืออะไร
เรื่องเรียน ผมเรียนไปทำงานไปตั้งแต่ปีแรก รับผิดชอบค่าใช้จ่ายคนเดียวหมดเลย
จนป่านนี้23แล้วยังไม่มีแววจะจบด้วย เนื่องจากงานที่ทำอยู่เวลามันไม่เอื้อให้มาอ่านหนังสือเลย
แต่ที่ทำอยู่ก็เพราะว่ามันได้เงินดี ได้เยอะ อยากมีเงิน เลยต้องทำต่อไป
และที่เราเครียดก็คือ ทางครอบครัว ญาติๆต่างถามเข้ามา เมื่อไหร่จะจบ จะได้รับปริญญาตอนไหน
มันกดดันมากๆ เครียดทุกวัน
ตัวเราเองก็ไม่รู้เลยว่าชอบอะไร โตไปอยากทำงานอะไร อยากจะเป็นอะไร มันไม่มีจุดมมุ่งหมาย
เลยตัดสินใจย้ายไปสาขาที่คิดว่าจะทำให้ตัวเองจบไวขึ้น แต่ก็ไม่รอด ใจมันไม่ได้อยากจะเรียน
เราเลยอยากบอกกับทางครอบครัวว่า เราอยากหยุดเรียนเหลือเกิน อยากเอามันออกจากหัว
เอาความรู้สึกแบกรับทิ้งไว้ก่อน ขอพักซักเทอมสองเทอมได้ไหม ขอลงเรียนปี1ใหม่ได้ใหม
เพราะเราลงเรียนมั่วไปหมดแล้วตอนนี้ (มหาลัยเปิด) เราจัดการอะไรไม่ถูกแล้ว
เราหาเวลาที่จะอยู่กับแม่เพื่อที่จะบอกเรื่องที่เราหนักอกหนักใจอยู่ทุกวันนี้ให้ฟัง แต่แล้วมันก็ไม่กล้า
เพราะกลัวว่าเขาจะไม่เข้าใจในสิ่งที่เราคิด เราเครียดอยู่
เรื่องงาน เราเริ่มไม่อยากทำงานแล้ว เราเบื่อ เรารู้สึกว่าทำไมการใช้ชีวิตของเรามันถึงยากนัก
การจะผ่านไปวันๆนี่ไม่ได้มีเรื่องดีๆให้ชื่นใจเลย มีแต่เรื่องบั่นทอนจิตใจไปวันๆ
เราเป็นคนขี้หลงขี้ลืมเอามากๆ จับประเด็นอะไรไม่ได้เลย หัวสมองมันเอือยๆ
มีปัญหากับการทำงานพอควร
เรื่องความผิดปกติของจิตใจ
เราแค่คิดว่าเราอาจจะเป็นโรคซึมเศร้าใหม แต่เราบอกได้เลยว่าเราอยากตายเอามากๆ มันจะได้จบๆ
เรื่องแบบนี้เราก็ไม่สามรถบอกใครได้อีกเช่นเคย ต้องเอามันมาคิด มาตีกันในหัวอยู่เรื่อยๆ
ถ้าเราคุยกับแม่ เขาจะเข้าใจในสิ่งที่เป็นใหม เราก็มีเรื่องที่อยากปลดลิอกในตัวเราอยู่ (เป็นเพศที่สาม)
แม่เราจะเข้าใจในเรื่องจิตเวทย์ เข้าใจคำว่าซึ่มเศร้าได้มากแค่ไหน เราเลยไม่กล้าพูดเรื่องอะไรเลยกับแม่
เราคิดนะ ทำไมคนอื่นถึงได้มีกำลังใจมากมายเวลาจะทำอะไรถึงต่อให้มันไม่สำเร็จก็มีคนให้กำลังใจอยู่เสมอ
ไม่เหมือนเราเลย เราไม่ประสบสิ่งที่เรียกว่าความสำเร็จเลย บางคนอาจคิดว่าเอาชื่อโรคนี้มาอ้างด้วยซ้ำ
เราไม่มีแม้แต่ครอบครัวเข้าที่เข้าใจเรา หมายถึงเราไม่เคยบอกความในใจเราเขาเลยไม่เคยรู้ เพราะเราไม่รู้ว่าเขาจะเข้าใจใหม
เรารู้สึกโดดเดี่ยวเอามากๆ ไม่มีทั้งเพื่อนสนิทจริงๆ คนคุย ที่สามารถให้กำลังใจเรา เป็นแรงผลักดันให้เรามีชีวิตได้อย่างมีความสุข
เป็นที่มาของความคิดอยากตายอยู่ในหัวเรื่อยๆมา เราคิดหาวิธีที่จะไม่ทรมาณตัวเอง จากที่เห็นข่าวก็คือการรมควัน
ซึ่งเราคิดแล้วว่ามันคงไม่ทรมารเท่าไรหรอก แต่เราก็ทำได้แค่คิดนะ ยังไม่ลงมืทำหรอก เรายังไม่ถึงจุดๆนั้น ตอนนี้ยังไม่กล้าลงมือทำ
เราปล่อยใให้เราคิดแต่เรื่องพวกนี้มานานโดนไม่ได้ไปลองพบจิตย์แพทย์
เอาตามตรง เราไม่มีความคิดอยากจะรักษามันด้วยซ้ำ เราอยากปล่อยให้มันรุนแรงกับเราไปเรื่อยๆจนสุดท้ายเราก็ฆ่าตัวตายไปเอง แค่นั้น
แต่มีบางช่วงที่เราจินตนาการว่าเรามีความสุข เราวาดฝันต่างในหัวเราทุกวันเลย ว่าอยากเป็นแบบนี้นะ คนรอบตัวเป็นแบบนี้นะ
เรายิ้มได้อยากมีความสุขจริงๆ เราเลยคิดว่าถ้าเราลองบอกครอบครัว เขาอาจจะเข้าใจเราและให้กำลังใจกับเราและเป็นแรงผลักดันเรา
แต่มันก็ได้แค่คิด สุดท้ายมันก็มาถึงทางตันที่ว่า กลัวเขาไม่เข้าใจ..
เราเชื่อว่า ถ้าหากมีใครสักคนในนี้แนะเราเรา เขา่คงแนะนำเราให้ไปพบจิตแพทย์เช่นเคย
แต่เราเนี่ยสิ จะทำยังไงให้ไปหาหมอได้ ทำยังไงจะไปถึงมือหมอ