แชร์เรื่องเล่าที่ทำประกันสุขภาพให้ลูกมันมีเหตุที่ตัดสินใจยอมจ่ายแพง

เราอยากแชร์ปสก.การทำประกันสุขภาพของลูกชายเผื่อจะเป็นประโยชน์ให้กับคุณพ่อคุณแม่ที่กำลังคิดจะทำประกันให้กับลูกๆของท่านได้บ้างไม่มากก็น้อยนะคะ อาจจะยาวหน่อย ขอแบ่งเป็น 3ส่วนที่จะเล่าค่ะ

1.เหตุที่ทำให้คิดทำประกัน
2.หาข้อมูลประกันสุขภาพ
3.ใช้จริงเคลมจริง

1.เหตุที่ทำให้คิดทำประกันให้กับลูกชายวัย3ขวบ9เดือน คืออยู่อนุบาล1 ไปเรียนจะติดหวัดจากเพื่อนๆในชั้นเรียนบ่อยเวลาป่วยมักมีไข้สูง38-40องศา
เราจะพาลูกไปรักษาที่รพ.รัฐเพราะมีปก.สุขภาพของรัฐพาไปคลินิคบ้าง ไม่เคยคิดที่จะทำปก.สุขภาพใดๆเพิ่ม เพราะคิดว่ามันแพงและเกินความจำเป็น
จนกระทั่งมีเหตุการณ์ที่ลูกเราป่วยไข้ขึ้นตอนตี1 ไข้สูง39-40 อ้วกพุ่งให้กินยาลดไข้เช็ดตัวยังไงไข้ก็ไม่ลด. เราและสามีตัดสินใจพาลูกไปรพ. พยาบาลซักประวัติแล้วให้รออยู่ที่หน้าห้องฉุกเฉินทั้งที่พยาบาลมาวัดไข้แล้วไข้สูง40 เรานั่งรออยู่เกือบ30 นาทีใจไม่ดีกลัวลูกชัก
เราหมดความอดทนเดินไปแจ้งพยาบาลว่าลูกเราเพ้อและตัวร้อนมาก พยาบาลรีบเดินมาดูลูกเราและให้เข้าไปในห้องฉุกเฉินพยาบาลบอกให้ถอดเสื้อผ้าลูกชายออกให้หมดและรีบเช็ดตัวเพื่อให้ไข้ลด พยาบาลนำยาลดไข้มาให้เราป้อนลูกชาย บรรยากาศในห้องฉุกเฉินช่วงนั้นจะมีผู้ที่ประสบอุบัติเหตุหลายราย มีหมอแค่คนเดียวซึ่งดูยุ่งๆเครียดๆ กว่าหมอจะเวียนมาตรวจลูกเราก็เกือบตี3ครึ่งคือมันเป็นอะไรที่ทรมานมาก นั่งตากยุงกันสงสารลูกมาก ลูกร้องงอแง เพ้อไข้ ปากแดง หนาวสั่น หมอมาตรวจใช้เวลาไม่นานแล้วบอกให้รับยาแล้วกลับไปดูอาการต่อที่บ้าน เราฟังก็อึ้งๆตอนนั้นไข้38-39

เราได้ยินพยาบาลถามหมอว่าทำไมไม่ให้แอดมิดเลยเพราะเด็กไข้ยังสูงอยู่ หมอตอบว่าถ้าไม่ดีขึ้นพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่
เราพาลูกกลับบ้านพร้อมยา 2ขวดเป็นยาลดไข้เด็กและยาแก้อาเจียน  เรากอดลูกน้ำตาเราไหลขณะนั่งมาในรถ ตอนนั้นรู้สึกสงสารลูกมากและนึกเวทนาตัวเองและสามีคืออารมณ์รู้สึกแย่มาก

ตอนเช้าลูกเราไข้ยังไม่ลด ลูกเราเริ่มซึม กินได้น้อย อ้วกพุ่ง 3รอบ เราตัดสินใจพาลูกไปรพ.รัฐที่เดิมอีกครั้งยื่นบัตร รอคิว
ลูกเราอาการไม่ดีไข้40-42
พยาบาลให้พาไปเช็ดตัวและป้อนยาลดไข้
หมอเข้ามาตรวจแล้วบอกให้นอนรอดูอาการก่อน ช่วงนั้นเราและสามีช่วยกันเช็ดตัวให้ลูกตลอดจนบ่ายอาการก็ไม่ดีขึ้น หมอสั่งให้แอดมิด

รถเข็นมารับลูกชายเราไปที่ตึกเด็กๆป่วยเยอะมากห้องรวมค่อนข้างแออัด
เตียงที่ลูกเรานอนอยู่หน้าทางเข้าห้องน้ำ ญาติและผู้ป่วยเด็กเดินเข้าออกตลอด
กลิ่นห้องน้ำก็ชวนให้ปวดหัว ลูกเราก็งอแงหนักมากเราและสามีต้องสลับกันเข้ามาอยู่กับลูกเพราะพื้นที่ข้างเตียงมันแคบมาก

เราและสามีเริ่มล้าเพราะเมื่อคืนแทบไม่ได้นอน
เราสอบถามพยาบาลว่ามีห้องพิเศษไหมพยาบาลเช็คและแจ้งว่าเรทราคาที่ต่ำกว่า 2,500เต็มมีแต่ 2,500ขึ้นไป เราเลยจองคิวห้องที่ราคา 1,000กว่าบาทไว้ จนเพื่อนที่เป็นพยาบาลผ่านมาเจอ เขาเลยช่วยหาห้องให้จนได้ย้ายไปห้องพิเศษราคา 1,200บ.ในค่ำวันนั้น

ลูกเรานอนรพ. 4วัน 3คืน จ่ายค่าส่วนต่างค่าห้องไป 2,100 บ. นั่นคือที่มาของการที่ทำให้เราเริ่มอยากทำปก.สุขภาพของเอกชนให้กับลูกชาย เพราะเราเคยไปเยี่ยมลูกเพื่อนที่ป่วยและเข้ารักษาในรพ.เอกชน ทั้งสถานที่และบริการมันค่อนข้างแตกต่างกันมาก ทำให้เราเข้าใจแล้วว่าทำไมบางคนถึงยอมจ่ายเงินเพื่อซื้อปก.สุขภาพเพิ่มทั้งที่ก็มีปก.สุขภาพของรัฐอยู่แล้ว

*หาข้อมูลประกัน*
เราหาข้อมูลในพันทิปและในเพจต่างๆและ เริ่มจากไปขอประวัติการรักษาของลูกชายจากรพ.โดยเสียค่าใช้จ่าย 100บ. แต่ถ้าตัวแทนปก.ไปขอประวัติให้เราๆจะไม่เสียค่าใช้จ่ายถือเป็นการบริการของตัวแทนอันนี้มารู้ทีหลัง

โตเกียวมารีนเพื่อนเป็นตัวแทนเลยนัดเพื่อนมาคุยและคำนวณเบี้ยหลังจากนั้นก็ยื่นเอกสารสมัครพร้อมแนบประวัติการรักษาไปโดยยังไม่ต้องชำระค่าเบี้ยเนื่องจากเพื่อนเราขอยกเว้นกับทางบริษัทได้แต่บางที่ต้องชำระค่าเบี้ยพร้อมใบสมัครหากบริษัทไม่อนุมัติก็จะคืนค่าเบี้ยให้ทั้งหมด เรารอผล 1อาทิตย์เพื่อนโทรมาแจ้งว่าบริษัทรับแต่ไม่คุ้มครองโรคที่เกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจทั้งหมด เราคุยกับสามีตัดสินใจไม่ทำและจะลองยื่นเอกสารสมัครกับที่อื่นๆดู

เมืองไทยประกันชีวิต
เพื่อนอีกคนเป็นตัวแทนเบื้องต้นให้ลองคำนวณเบี้ยให้ก่อนซึ่งเบี้ยแพงกว่าโตเกียวมารีนอันนี้เราเลยไม่ได้ยื่นเอกสารเพราะเกินงบ

มาเจอกระทู้ในพันทิปที่พูดถึงประกันช่วยจ่ายส่วนเกิน 90% ลองหาข้อมูลเพิ่มเป็นของอาคเนย์กับฟิลลิปประกันชีวิต
ทักไปสอบถามค่าเบี้ยกับหลายๆเพจของอาคเนย์และฟิลลิปซึ่งแต่ละเพจจะคำนวณเบี้ยเท่ากันบ้างไม่เท่ากันบ้าง
เราก็นำข้อมูลมาเปรียบเทียบดูรายละเอียดเทียบกันจนเราได้คำตอบและสรุปได้ดังนี้

อาคเนย์ เบี้ยถูกกว่า ระหว่างทางมีเงินคืนให้ด้วย ส่วนเกิน 90%ที่ต้องจ่ายเราต้องสำรองจ่ายแล้วนำใบเสร็จมาเบิกกับบริษัท. ในจังหวัดเรายังไม่มีสาขาของอาคเนย์ประกันชีวิต

ฟิลลิปประกันชีวิตเบี้ยแพงกว่าไม่มากแต่ความคุ้มครองสูงกว่า ไม่มีเงินคืนระหว่างทาง ส่วนเกิน90%แฟกซ์เคลมได้เลยไม่ต้องสำรองจ่าย
มีสาขาในจังหวัดที่เราอยู่

เราได้คุยกับตัวแทนทั้ง 2บริษัท  ซึ่งตัวแทนให้ข้อมูลชัดเจนดีมากทั้ง 2บริษัท
เราตัดสินใจเลือกทำกับฟิลลิปเพราะมีสาขาอยู่ในจังหวัดบ้านเราๆคิดว่ามันสะดวกและง่ายเพราะอยู่ใกล้มีตัวแทนพูดคุยและบริการดี มารับเอกสารที่บ้านเรายื่นเอกสารสมัครพร้อมแนบประวัติการรักษาแต่ที่นี่ต้องชำระค่าเบี้ยประกันเลย เราใช้บัตรเครดิตรูดไป

รอผลอนุมัติจากบริษัทประกัน. ผ่านไป 3วันตัวแทนโทรมาว่าบริษัทรับแล้วโดยไม่เพิ่มเบี้ย เราดีใจมากกลัวว่าต้องเพิ่มเบี้ยเรารู้สึกว่าการทำงานของที่นี่เป็นระบบและรวดเร็วดีอันนี้ก็ต้องชมตัวแทนด้วยว่าพี่แกติดตามให้ตลอด อีก5วันตัวแทนนำกรมกรมธรรม์พร้อมของขวัญมามอบให้เราและแนะนำให้เราอ่านกรมธรรม์ก่อนเซนต์รับเล่มกรมธรรม์

เราจ่ายค่าเบี้ยประกันไป 22,922 บาท

หลังจากที่ได้รับกรมธรรม์แล้วผ่านมา 2เดือนลูกเราป่วยเราก็ได้ใช้สิทธิ์เคลมประกัน เดี๋ยวมาเล่าต่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่