ลูกชายอายุ10ขวบค่ะมีปัญหาที่โรงเรียนโดนคุณครูบ่นให้ว่านอนเขียนหนังสือ "ซึ่งน้องนั่งแต่เอาหน้าแนบโต๊ะเขียนหนังสือ"คุณครูบ่นเห็นเลยดุน้องค่ะ ,ต่อมาน้องโดนคุณครูคนเดิมว่าอีกว่า"เธอติด 0 ติด ร เยอะสินะถึงได้ย้ายโรงเรียนมาเรียนที่โรงเรียนนี้"นี่เป็นครั้งที่2ที่น้องมาเล่าให้ฟังว่าครูพูดสิ่งเดิมๆๆ เกี่ยวกับการย้ายโรงเรียนของลูกชาย คำถามที่ลูกถามแม่ซ้ำไปซ้ำมาคือ
1.แม่ครับทำไมคุณครูถึงพูดเรื่องการย้ายโรงเรียนของผมถึง2ครั้งทั้งที่ไม่ใช่เรืองจริง
2.แม่ครับช่วยอธิบายให้คุณครูเข้าใจเหตุผลที่แม่ย้ายผมมาเรียนที่โรงเรียนนี้ได้ไหมครับ
3.แม่ครับผมโดนเพื่อนล้อเรื่องติด 0 ติด ร ที่โรงเรียนเดิมครับ(น้องเรียนโรงเรียนเอกชนทั้ง2ที่ค่ะทั้งที่แรกและที่2ที่แม่ย้ายมาค่ะซึ่งเป็นไปไม่ได้ว่าเด็ก10ขวบจะติ 0 ติด ร ได้
4.แม่ครับผมไม่อยากไปโรงเรียนครับ....
#สิ่งสำคัญที่แม่จะช่วยเยียวยาจิตใจลูกชายตัวเล็กได้ก็คือต้องเร่งหาคำตอบและคำอธิบายทีละข้องเพื่อให้ลูกไม่เครียด และใช้เหตุผลกับลูกอย่างระมัดระวังที่สุดค่ะโดยแม่ได้เรียบเรียงคำตอบดังนี้
#ลูกคะการที่ครูดุหนูนอนเขียนหนังสือบนโต๊ะเป็นสิ่งที่ถูกค่ะลูกไม่สมควรทำอีกนะคะ.
1.เพราะคุณแม่ยังไม่ชี้แจงกับคุณครูค่ะคุณครูเลยยังไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมลูถึงต้องย้ายโรงเรียนอันนี้ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิดนะคะลูกซึ่งกรณีนี้คุณครูไม่ผิดครับผม
2.ok ครับคุณแม่จะชี้แจงกับคุณครูเองว่าทำไมแม่ย้ายลูกมาเรียนที่นี่นะครับ ทำใจให้สบายนะลูก
3.เรื่องติด 0 ติด ร คุณครูคงสับสนค่ะเพราะว่าโรงเรียนลูกเพิ่งเปิดการเรียนการสอนระดับมัธยมตอนต้นพี่ ม.1 มาเพิ่ม คุณครูคงสับสนไปหน่อยลูก เรื่องเพื่อนๆๆล้อหนูเรื้องนี้ เดี๋ยวนางฟ้าจัดการให้นะครับ



4.(อันนี้แม่ต้องใช้สมาธิมากที่สุดค่ะ)เรื่องไม่อยากไปโรงเรียนของหนูเพราะเรื่องคุณครูดุหรือโดนเพื่อนล้อคะถ้าทั้ง2เรื่องหนูต้องแยกเรื่องทั้ง2ออกจากกันให้ได้ก่อนค่ะ ครูดุหนูเพราะหนูทำไม่ถูกที่นอนเขียนหนังสือนะคะ เพื่อนล้อเพราะเพื่อนยังไม่รุ้ว่าเรื่องจริงคืออะไร เพื่อนๆๆรักหนูมากนะคะเพียงแค่หนูอธิบายให้เพื่อนฟังเพื่อนๆๆก็เข้าใจค่ะ....
#สุดท้ายสิ่งที่คุณแม่อยากเตือนก็คือไม่ว่าจะยังไงเด็กก็คือผ้าขาวค่ะโรงเรียนคือบ้านหลังที่2คุณครูคือพ่อแม่คนที่2ของเด็กๆๆฉะนั้นเวลาจะพูดอะไรต้องมีเหตุและผล ชี้แจง ให้เด็กฟังให้ได้ค่ะถ้าคุณ
เมื่อลูกมีปัญหาที่โรงเรียนแล้วมาตั้งคำถามกับคุณแม่
1.แม่ครับทำไมคุณครูถึงพูดเรื่องการย้ายโรงเรียนของผมถึง2ครั้งทั้งที่ไม่ใช่เรืองจริง
2.แม่ครับช่วยอธิบายให้คุณครูเข้าใจเหตุผลที่แม่ย้ายผมมาเรียนที่โรงเรียนนี้ได้ไหมครับ
3.แม่ครับผมโดนเพื่อนล้อเรื่องติด 0 ติด ร ที่โรงเรียนเดิมครับ(น้องเรียนโรงเรียนเอกชนทั้ง2ที่ค่ะทั้งที่แรกและที่2ที่แม่ย้ายมาค่ะซึ่งเป็นไปไม่ได้ว่าเด็ก10ขวบจะติ 0 ติด ร ได้
4.แม่ครับผมไม่อยากไปโรงเรียนครับ....
#สิ่งสำคัญที่แม่จะช่วยเยียวยาจิตใจลูกชายตัวเล็กได้ก็คือต้องเร่งหาคำตอบและคำอธิบายทีละข้องเพื่อให้ลูกไม่เครียด และใช้เหตุผลกับลูกอย่างระมัดระวังที่สุดค่ะโดยแม่ได้เรียบเรียงคำตอบดังนี้
#ลูกคะการที่ครูดุหนูนอนเขียนหนังสือบนโต๊ะเป็นสิ่งที่ถูกค่ะลูกไม่สมควรทำอีกนะคะ.
1.เพราะคุณแม่ยังไม่ชี้แจงกับคุณครูค่ะคุณครูเลยยังไม่ทราบเหตุผลว่าทำไมลูถึงต้องย้ายโรงเรียนอันนี้ผู้ไม่รู้ย่อมไม่ผิดนะคะลูกซึ่งกรณีนี้คุณครูไม่ผิดครับผม
2.ok ครับคุณแม่จะชี้แจงกับคุณครูเองว่าทำไมแม่ย้ายลูกมาเรียนที่นี่นะครับ ทำใจให้สบายนะลูก
3.เรื่องติด 0 ติด ร คุณครูคงสับสนค่ะเพราะว่าโรงเรียนลูกเพิ่งเปิดการเรียนการสอนระดับมัธยมตอนต้นพี่ ม.1 มาเพิ่ม คุณครูคงสับสนไปหน่อยลูก เรื่องเพื่อนๆๆล้อหนูเรื้องนี้ เดี๋ยวนางฟ้าจัดการให้นะครับ
4.(อันนี้แม่ต้องใช้สมาธิมากที่สุดค่ะ)เรื่องไม่อยากไปโรงเรียนของหนูเพราะเรื่องคุณครูดุหรือโดนเพื่อนล้อคะถ้าทั้ง2เรื่องหนูต้องแยกเรื่องทั้ง2ออกจากกันให้ได้ก่อนค่ะ ครูดุหนูเพราะหนูทำไม่ถูกที่นอนเขียนหนังสือนะคะ เพื่อนล้อเพราะเพื่อนยังไม่รุ้ว่าเรื่องจริงคืออะไร เพื่อนๆๆรักหนูมากนะคะเพียงแค่หนูอธิบายให้เพื่อนฟังเพื่อนๆๆก็เข้าใจค่ะ....
#สุดท้ายสิ่งที่คุณแม่อยากเตือนก็คือไม่ว่าจะยังไงเด็กก็คือผ้าขาวค่ะโรงเรียนคือบ้านหลังที่2คุณครูคือพ่อแม่คนที่2ของเด็กๆๆฉะนั้นเวลาจะพูดอะไรต้องมีเหตุและผล ชี้แจง ให้เด็กฟังให้ได้ค่ะถ้าคุณ