การขึ้นขั้นของสติสัมปชัญญะ "จิตตอบโต้จิต"
ตอบว่า ไม่ควรกลัว สิ่งที่เป็นอย่างนี้มีอยู่ ๓ อย่าง
อย่างที่ ๑ "นิมิต" คือ นิมิตวิญญาณ นิมิตออกมาให้เห็นเป็นรูปร่าง นิมิตอะไรต่างๆ ให้เรากระจ่าง จะใช้คำว่า "ถอดร่าง" อย่างนี้มันเกินไป มันเป็นความคิด นิมิตออกมาให้เห็นเป็นรูปร่าง ถ้าเราศึกษาทางจิต ปรากฏอย่างนี้จะเป็นเรื่องปกติมาก จิตเราจะแบ่งออกเป็น ๒ ส่วนให้เรารับรู้
อย่างที่ ๒ จิตแยกให้เราเห็นเป็น ๒ ส่วน อะไร? ทำไม?
คือ แยกออกเป็น ๒ ส่วนให้เราทำไม ก็จะเป็นคำถามให้เราแล้ว เพื่อให้เราเกิดสนทนา เขาเรียกว่า ถาม-ตอบ ในตัวเราเอง
เหมือนกับการเปิดโทรทัศน์ จิตเราตอบจิตตัวเราเอง
บางคนก็จะบอกว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์มาถามเรา? อย่างนี้จะเป็นการก้าวกระโดด เราจะต้องตอบคำถามจิตของเราก่อน
เขาเรียกว่า "จิตเริ่มทำงาน" คือ ตัวจิตสติสัมปชัญญะทำงาน ไม่ใช่อยู่ดีๆ แล้วโดดไปหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่เรื่อยๆ
จิตได้ทำงาน จิตก็จะทำงานของเขา ตัวจิตทำงานก็คือสัมปชัญญะ
การทำงานของจิตก็จะมีการตั้งปุจฉา(ถาม) แล้วก็จะมีการโต้ตอบกันเห็นได้ชัดเจน พอโต้ตอบกันแล้วก็จะมีข้อที่ ๓
อย่างที่ ๓ ก็จะไปหาผู้รู้ สิ่งที่เราคิดอย่างนี้ ตอบอย่างนี้ มันถูกไหม? ผิดยังไง?
สิ่งที่เป็นอย่างนี้ ไม่มีอะไร เป็นจุดเริ่มต้น ขึ้นขั้นของสติสัมปชัญญะ ฉะนั้น เวลาเจอสิ่งที่ถูกต้อง ต้องพยายามให้มีคำถามตอบกัน สนทนาต่อกัน จิตตอบโต้กับจิต
อย่างนี้แหละ เรียกว่า สติสัมปชัญญะขึ้นขั้น
ถ้าไม่อย่างนั้น ก็จะไม่มีสติสัมปชัญญะเป็นตัวตนให้เห็น สิ่งที่ปรากฏเช่นนี้ เป็นการจับให้เป็นรูปธรรมออกมาให้ดู
อย่างนี้ดวงไม่ตก เพราะเป็นสิ่งดี จะเรียกว่าดวงตกได้อย่างไร? แต่ถ้าเราไม่ทำซิ ดวงจะตก
สรุป
๑. ให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ต้องไปตกใจ
๒. ใช้ประโยชน์ยังไง
๓. นำสิ่งที่เป็นนี้ไปตรวจสอบกับผู้รู้ว่าเราคิดถูกต้องไหม? ถ้าถูกต้องก็จะเก่งขึ้นเรื่อยๆ เขาเรียกว่า กำลังจะขึ้นภูมิ
ขอยินดีด้วยนะ คุณจะขึ้นภูมิ แต่ถ้าคุณไม่ทำก็หมดโอกาส ใช้ประโยชน์ซะ
^_^ ..._/\_... ^_^
ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกกล่าวมา
อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต
การขึ้นขั้นของสติสัมปชัญญะ "จิตตอบโต้จิต"
ตอบว่า ไม่ควรกลัว สิ่งที่เป็นอย่างนี้มีอยู่ ๓ อย่าง
อย่างที่ ๑ "นิมิต" คือ นิมิตวิญญาณ นิมิตออกมาให้เห็นเป็นรูปร่าง นิมิตอะไรต่างๆ ให้เรากระจ่าง จะใช้คำว่า "ถอดร่าง" อย่างนี้มันเกินไป มันเป็นความคิด นิมิตออกมาให้เห็นเป็นรูปร่าง ถ้าเราศึกษาทางจิต ปรากฏอย่างนี้จะเป็นเรื่องปกติมาก จิตเราจะแบ่งออกเป็น ๒ ส่วนให้เรารับรู้
อย่างที่ ๒ จิตแยกให้เราเห็นเป็น ๒ ส่วน อะไร? ทำไม?
คือ แยกออกเป็น ๒ ส่วนให้เราทำไม ก็จะเป็นคำถามให้เราแล้ว เพื่อให้เราเกิดสนทนา เขาเรียกว่า ถาม-ตอบ ในตัวเราเอง
เหมือนกับการเปิดโทรทัศน์ จิตเราตอบจิตตัวเราเอง
บางคนก็จะบอกว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์มาถามเรา? อย่างนี้จะเป็นการก้าวกระโดด เราจะต้องตอบคำถามจิตของเราก่อน
เขาเรียกว่า "จิตเริ่มทำงาน" คือ ตัวจิตสติสัมปชัญญะทำงาน ไม่ใช่อยู่ดีๆ แล้วโดดไปหาสิ่งศักดิ์สิทธิ์อยู่เรื่อยๆ
จิตได้ทำงาน จิตก็จะทำงานของเขา ตัวจิตทำงานก็คือสัมปชัญญะ
การทำงานของจิตก็จะมีการตั้งปุจฉา(ถาม) แล้วก็จะมีการโต้ตอบกันเห็นได้ชัดเจน พอโต้ตอบกันแล้วก็จะมีข้อที่ ๓
อย่างที่ ๓ ก็จะไปหาผู้รู้ สิ่งที่เราคิดอย่างนี้ ตอบอย่างนี้ มันถูกไหม? ผิดยังไง?
สิ่งที่เป็นอย่างนี้ ไม่มีอะไร เป็นจุดเริ่มต้น ขึ้นขั้นของสติสัมปชัญญะ ฉะนั้น เวลาเจอสิ่งที่ถูกต้อง ต้องพยายามให้มีคำถามตอบกัน สนทนาต่อกัน จิตตอบโต้กับจิต
อย่างนี้แหละ เรียกว่า สติสัมปชัญญะขึ้นขั้น
ถ้าไม่อย่างนั้น ก็จะไม่มีสติสัมปชัญญะเป็นตัวตนให้เห็น สิ่งที่ปรากฏเช่นนี้ เป็นการจับให้เป็นรูปธรรมออกมาให้ดู
อย่างนี้ดวงไม่ตก เพราะเป็นสิ่งดี จะเรียกว่าดวงตกได้อย่างไร? แต่ถ้าเราไม่ทำซิ ดวงจะตก
สรุป
๑. ให้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ไม่ต้องไปตกใจ
๒. ใช้ประโยชน์ยังไง
๓. นำสิ่งที่เป็นนี้ไปตรวจสอบกับผู้รู้ว่าเราคิดถูกต้องไหม? ถ้าถูกต้องก็จะเก่งขึ้นเรื่อยๆ เขาเรียกว่า กำลังจะขึ้นภูมิ
ขอยินดีด้วยนะ คุณจะขึ้นภูมิ แต่ถ้าคุณไม่ทำก็หมดโอกาส ใช้ประโยชน์ซะ
^_^ ..._/\_... ^_^
ขอความเคารพ หากผู้รู้มีสิ่งชี้แนะ น้อมรับฟังเสมอ และขอความกรุณาแย้ง ชี้แจง ชี้แนะ แม้แต่ต้องการให้เพิ่มเติมสิ่งใด ก็ขอได้บอกกล่าวมา
อ.พรหมสิทธิ์ ทิพย์ธาดาวงศ์
เอื้อ-เกื้อ-กัน เป็นกัลยาณมิตรทุกขณะจิต