ฉันจะผ่านเรื่องเหล่านี้ไปได้อย่างไร ขอคำปรึกษาหน่อยคะ

กระทู้คำถาม
สวัสดีคะเพื่อนๆชาวพันทิพย์ ฉันมีเรื่องอยากจะเล่าให้ฟังและขอคำปรึกษา เพราะฉันไม่สามารถปรึกษาใครได้เลย 
 ** ฉันอายุ 29 ปี พื้นเพเป็นคนจังหวัดสงขลา ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่ กทม. เรียนจบมีงานทำแล้ว หน้าที่การทำงานค่อนข้างเป็นไปในทางที่ดี ฉันเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่ได้สมบูรณ์แบบ พ่อแม่แยกทางกันตั้งแต่ฉันอายุ 2 ขวบ จำความได้ก็อยู่กับยายมาโดยตลอด ยายเลี้ยงดูฉันมาด้วยความขัดสน ฉันทำงานช่วยยายมาตั้งแต่เด็ก ปากกัดตีนถีบเลยก็ว่าได้ ลำบากมากใช้ชีวิตกับยายมา 2 คน โดยไม่เคยได้รับการติดต่อจาก พ่อ แม่เลย ฉันพยายามดิ้นรนทุกอย่างเพื่อที่จะได้เรียนหนังสือ จนจบ ปวช.3 ยายฉันก็เสียชีวิตลงด้วยโรคประจำตัว ฉันเหมือนสิ้นไร้ไม้ต่อ แทบไม่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อ แต่ก่อนยายจะเสียยายสั่งให้ฉันสู้ เพราะเราสู้กันมาเยอะแล้ว ถึงแม้ไม่มีใครฉันก็ต้องอยู่ต่อให้ได้ จนฉันสอบเข้ามหาลัย ฉันเป็นคนเก็บตัว เงียบๆ ไม่มีความร่าเริง มีเพื่อนน้อย แต่ฉันก็มีเพื่อนคนนึงที่นับว่าเป็นเพื่อนสนิทได้เลย คอยช่วยเหลือฉันทุกอย่าง ในขณะที่ฉันเรียนมหาลัยปี 1 ฉันอาศัยอยู่ที่หอพัก ข้างๆมหาลัย หลังเลิกเรียนฉันก็มาทำงานอยู่ที่ร้านของญาติเพื่อนสนิท ซึ่งเป็นร้านอาหาร ฉันทำหน้าที่เสริฟอาหาร และช่วยงานอย่างอื่นอีกหลายอย่าง เพื่อหาเงินมาเลี้ยงดูตัวเอง จนฉันได้เจอกับคนๆนึง เค้าดูเป็น ผช. ที่น่าตาดี สะอาด สุขุม ซึ่งจะมานั่งที่ร้านทุกวันและสั่งแต่เมนูเดิมๆ ทานที่ร้านบ้าง ห่อกลับบ้าง ฉันเห็นเขาทานแบบนี้ทุกวันเป็นเวลาประมาณ 2 เดือนน่าจะได้ ฉันเลยถามเขาว่า ไม่เบื่อหรอคะที่ทานแต่อาหารเดิมๆ เค้าเลยตอบกลับมาว่า ถึงอาหารจะเหมือนเดิมแต่ความสุขในการทานไม่เคยเหมือนเดิมเลยสักวันแล้วเขาก็ยิ้มๆ ฉันก็ยิ้ม ซึ่งนับได้ว่าฉันไม่เคยยิ้มแบบนี้มาก่อน เค้าว่าฉันยิ้มได้เศร้าที่สุดเท่าที่เค้าเคยเจอมา หลังจากนั้นฉันก็ทักทายพูดคุยกันที่ร้านทุกวัน จนเค้าขอเบอร์โทรของฉัน ฉันก็ไม่ลังเลที่จะให้ เหมือนทุกอย่างพัฒนาไปในทางที่ดี เค้าดีกับฉันมากจะเรียกตัวเองว่าพี่ทุกคำ เรียกฉันว่าหนูตลอด เค้าอายุห่างจากฉัน 11 ปี จนเค้าขอฉันเป็นแฟน นี่คือแฟนคนแรกของฉัน เค้าดีกับฉันทุกอย่าง ส่งเสริมด้านการเรียน คอยให้คำปรึกษาแนะนำ ฉันไม่เคยถามประวัติส่วนตัวเขาเลย เพราะฉันไม่กล้าที่จะถาม ทราบแค่ว่าเค้าทำงานกับที่บ้าน ที่บ้านเค้ามีธุระกิจเป็นของตัวเอง น่าจะฐานะดี เพราะในระหว่างที่ฉันเรียนเค้าสนับสนุนฉันทุกอย่าง ชีวิตฉันดูมีชีวิตชีวาขึ้นมากจากเดิม ฉันยิ้มได้ หัวเราะได้ จนฉันเรียนจบป.ตรี และสอบเข้าทำงานที่บริษัทชื่อดังแห่งหนึ่งใน กทม. ได้ จึงย้ายมาอยู่ กทม. โดยได้รับการสนับสนุนจากพี่เค้าเช่นเดียวกัน ระยะเวลาผ่านไป 4 ปีที่รู้จักกัน ฉันยังไม่เคยได้รู้จักประวัติส่วนเค้าเลย ไม่เคยค้นหา ไม่เคยถาม เพราะฉันเกรงใจความดีของเขา ไม่อยากจะเซ้าซี้หรืออะไรดลใจหรือยังไงก็ตอบตัวเองไม่ได้ที่ไม่เคยค้นหาตัวตนของเขาเลย ฉันไม่รู้จักใครในชีวิตเขาเลยสักคน ผิดกับเขาที่รู้จักเพื่อนฉัน ในขณะที่ฉันย้ายมาทำงานที่กรุงเทพเงินเดือนของฉันก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างโอเคกับเด็กจบใหม่ พี่เค้าจะมาหาฉันทุกเดือน หลังจากที่ทำงานได้ประมาณ 2 ปี พี่เค้าก็ซื้อบ้านให้อยู่ ซื้อรถให้ขับไปทำงาน บ้านฉันไม่ได้เป็นคนผ่อน แต่รถฉันผ่อนเอง ชีวิตแฮปปี้มาก เค้าก็ยังมาหาฉันทุกเดือนเหมือนเดิมไม่เคยขาด บางเดือนก็มาสองรอบ หรือทุกครั้งที่ฉันเจ็บป่วยก็จะมีเค้าอยู่กับฉันตลอด เค้าโอนเงินให้ฉันใช้ทุกเดือน แต่ฉันไม่ได้เอาเงินที่เค้าให้มาใช้เลย เพราะฉันก็มีเงินเดือนอยู่แล้ว เลยเก็บส่วนนั้นเอาไว้ รวมๆกันก็เยอะอยู่ แต่ฉันก็ยังเหมือนเดิมคือไม่เคยรู้จักใครในชีวิตเค้าเลย แม่กระทั่งพ่อแม่เขา หรือญาติ พี่น้อง เพื่อนฝูง ฉันยังไม่กล้าถามเหมือนเดิม ชีวิตฉันมีพร้อมทุกอย่างแล้ว ฉันเลยเริ่มรู้สึกว่าฉันอยากแต่งงาน อยากมีลูก 
**** และนี่คือที่มาของปัญหา : ฉันคบกันมาราวๆ 10 ปี แบบไม่เคยรู้จักประวัติส่วนตัวของเขา และเมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว ฉันก็แกล้งถามพี่เขาเล่นๆว่า พี่อยากมีลูกมั้ย เค้าตอบว่าอยากมีสิ อยากมีมากๆ แต่  แล้วเค้าก็เงียบไปแบบไม่พูดอะไรออกมาเลย ฉันก็ถามว่าแต่อะไรพี่ แต่อะไร ถามๆย้ำๆหลายรอบเค้าก็ไม่พูด เงียบ แล้วเดินไปเข้าห้องน้ำนานมาก ฉันก็ยังไม่ได้คิดอะไร  รอเค้าออกมาจากห้องน้ำรอนานมากจนต้องเดินไปเคาะประตูถาม เค้าเดินออกมาด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยสู้ดีสักเท่าไหร่ ฉันก็ถามว่าพี่โอเคหรือเปล่าเค้าตอบโอเค อยู่ดีๆเค้าก็พูดขึ้นมาว่าหนูรักพี่ไหม รักพี่มากพอที่จะผ่านเรื่องราวต่างๆไปกับพี่ได้ไหม พี่อาจจะไม่ใช่คนที่ดี แต่ความรักของพี่ที่มีให้หนูมันคือที่สุดของชีวิตพี่แล้ว และพี่เค้าก็พูดอะไรต่างๆนานามากมาย ฉันงง ไปหมดเลย ชักเริ่มหวั่นใจ ฉันเลยบอกให้พี่เค้าพูดออกมา แต่เค้าก็ไม่พูด จนเค้ากลับไปสงขลา ฉันเริ่มหาข้อมูลต่างๆเกี่ยวกับเขา และฝันร้ายนั้นก็กลับมาหาฉันอีกครั้ง สรุปคือ พี่เขาแต่งงานแล้วกับคนที่ครอบครัวเขาจัดไว้ให้ เมื่อทุกอย่างมันชัดเจน ฉันรอจนกว่าพี่เขากลับมาอีกครั้งซึ่งเป็นเดือนธันวาคม ฉันเลยถาม และพี่เขาก็เล่าทุกอย่างให้ฉันฟัง พลางร้องไห้อย่างคนที่สิ้นหวัง ฉันจับใจความได้ว่า เขาแต่งงานกับคนที่พ่อ แม่ จัดหาให้ซึ่งการแต่งงานในครั้งนั้น เป็นการแต่งงานเพื่อประคับประคองธุระกิจทางการเกษตรของเขา ซึ่งต้องพึ่งพาอาศัยกันกับครอบครัวของเมียเขาเช่นกัน หลังจากแต่งงานกันแล้วทั้งคู่เข้ากันไม่ได้ เพราะมีอะไรที่แตกต่างกันเยอะ เขาทั้งสองเลยใช้ชีวิตแบบใครทำอะไรก็ได้ ไม่ได้สนใจกัน แต่ก็ยังคงสถานะการเป็นผัวเมียกันอยู่ ด้วยเหตุผลอะไรก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่เขาไม่ได้มีลูกด้วยกันเลย เพราะเมียเขาไม่ชอบเด็ก แต่อย่างว่า ณ เวลานี้เค้าจะพูดอะไรก็ได้ ฉันรู้สึกจุกไปหมดเลย เสียใจหนักมาก เหมือนเขาทำร้ายฉัน ความรู้สึกท้อแท้สิ้นหวังในชีวิตมันเริ่มเข้ามาเยือนฉันอีกแล้ว ฉันไม่รู้เลยว่าฉันจะผ่านปัญหานี้ไปได้อย่างไร ถ้าฉันทำเหมือนทุกอย่างไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น ทำเป็นไม่รับรู้เรื่องของเขาแล้วใช้ชีวิตกันแบบนี้ต่อไป ไม่ต้องแต่งงาน มีลูกแบบไม่มี ปู่ ย่า ตายาย เป็นเมียน้อยแบบที่รู้อยู่เต็มอก ฉันยังรับเรื่องนี้ไม่ได้ ฉันเลยขอเวลากับเขาเพื่อทบทวนชีวิตตัวเอง 3 เดือนแล้วฉันจะให้คำตอบกับเขา ฉันไม่ได้เจอกับเขามาเกือบสองเดือน เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ฉันมีอาการแปลกๆ เลยซื้อที่ตรวจมาตรวจดู สรุปฉันท้องได้ เกือบ 3 เดือนแล้ว ฉันยังไม่ได้บอกเขา ตอนนี้เครียดมากไม่รู้จะทำยังไงต่อดี จะบอกเขาเรื่องท้อง หรือจะบอกเลิกกับเขาแล้วเลี้ยงลูกเอง ตัดสินใจไม่ถูกเลือกอะไรไม่ได้สักอย่าง ชีวิตก็ดันไม่มีใคร  เคยมีใครที่เคยเจอสถานการณ์ใกล้เคียงแบบฉันบ้าง ช่วยฉันคิดหน่อยคะ ฉันมืดแปดด้านไปหมด เครียดมากไปก็จะส่งผลกับลูกอีก เครียดจนความคิดอยากตายวิ่งเข้ามาในหัวเลย พอนึกถึงยาย นึกถึงลูกที่กำลังจะออกมาลืมตาดูโลก ฉันก็ทำไม่ได้

++++
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่