จอมยุทธไร้เงา
..
..อรุโณทัยผ่องอำไพ แสงอาทิตย์เรืองรอง ฟ้าแจ่มสวย ทะเลคราม แมกไม้เขียวขจี ลำธารรวยระริน สายลมเฉื่อยฉิว ฝูงวิหคไล่เฉียงเรียงราย สตรีงดงาม กรีดกรายฉายโฉมโลมใจ สุราไผ่เขียวและนารีแดงหอมหวนชวนลิ้มลอง อาหารรสเลิศกลิ่นจรุงซาบซ่าน ดนตรีพลิ้วแผ่วแว่วไหว บันดาลจิตใจเคลิบเคลิ้มเลื่อนลอย
...
ที่กล่าวมาทั้งหมด มิมีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องแม้แต่น้อย
เพราะความจริงคือ มีเพียงเพิงสุนัขแหงนริมทางข้างทุ่งนาเวิ้งว้าง บุรุษหนุ่มชุดคลุมยาวขาวครึ่งแดงครึ่งผู้หนึ่ง ถ้วยตราไก่ใบหนึ่ง แมวน้อยไร้สังกัดตัวหนึ่ง ต่างพากันนั่งจ้องมองถ้วยตราไก่อย่างซึมเซา
อีกชั่วราตรีนี้แล้ว.. การประลองยุทธเพื่อสํานักจักเริ่ม เจ้าของถ้วยตราไก่เพ่งมองถ้วยนิ่ง ภาพไก่อูขนงามกระชากจิตใจลอยเลื่อน
‘สํานักไก่เงี่ยงทอง’
คราเมื่อพวกมันสรรหาเจ้าสํานักใหม่ได้ ส่งผลให้เหล่าจอมยุทธสิบแปดอรหันต์ฮึกเหิมยิ่ง พลังลมปราณทั้งสิบแปดอรหันต์ต่างอัดอั้นท่วมร่าง เร่าร้อน รอเวลาหํ้าหั่นสํานักคู่แข่งด้วยจิตใจเด็ดเดี่ยว
เจ้าสํานักใหม่
‘มู่หลินโหย่ว’ พลังวิญญาณท่วมร่าง ส่งต่อสานุศิษย์ท่วมกาย สมกับตระกูลของ‘มู่หลาน’จริงๆ
หากแต่ ณ เวลานี้แล้ว จอมกระบี่ด่านหน้าพวกมันกลับบาดเจ็บจากการประลองยุทธยี่สิบสํานัก ไม่ว่า
‘แฮ่หลี่ เควน’ ‘ซ่วน ฮว่าง หมิน’ จอมยุทธ
‘อี้หลีกเซน’ก็เดินทางแสวงหาเคล็ดวิชากับสํานักใหม่แล้ว กระทั่ง
‘เดหลี่ อ้านลี่’ผู้ยังฟื้นคืนพลังมิเต็มร้อย เยี่ยงนี้แล้ว อีกยี่สิบเอ็ดราตรีเบื้องหน้า สํานักนี้ย่อมพอฝ่าด่านได้มิยากเย็นนัก
เพ่งนํ้าซุปในถ้วยตราไก่อีกครา มันอดให้ฉุกใจถึง
‘สํานักสําปั้นสะท้านฟ้า’ มิได้
ตําแหน่ง
‘สํานักกระบี่จู่โจมอันดับหนึ่ง’ เมื่อขวบปีก่อนคือคําตอบชัดเจน หากต้องช่วงชิงอันดับเยี่ยงนั้น สํานักเราย่อมต้องออกพลังเกินร้อย ลมปราณเกินพัน คิดเยี่ยงนั้นแล้วบุรุษชุดครึ่งขาวครึ่งแดงได้แต่ส่ายหน้าเนือยกับถ้วยตราไก่
..หวิวไหว
..ล่องลอย
การประลองฝีมือสํานักต่อสํานัก เมื่อคราเปิดลานยุทธภพ
‘ปี่เมี่ยเลี๊ยก’ นั้น ถึงสํานักตัวเองจะสยบ
‘สํานักหอยสมุทร’ กระทั่งยํ้าชัยเมื่อล่วงราตรีอีกคราก็ใช่ หากแต่บัดนี้ สํานักยุทธภพที่เหลือ ก็ใช่จะเคี้ยวง่ายดั่งใบหนานเฉาเหว่ย
และแล้ว
..
ก็ฉุกให้หวนคํานึงถึงสํานักนี้ ขึ้นมาจนได้
‘สํานักจิ้งจอกสีนํ้าเงิน’
ล่วงวสันต์
.. เหมันต์
.. คิมหันต์
.. ไม่กี่สงกรานต์เอง มันช่างให้กังขายิ่งนักว่า สํานักหมาจิ้งจอกมันทําเยี่ยงไรถึงได้แข็งแกร่งขึ้นมาได้
‘จอมยุทธแมกไม้ไกว’ อําลาสํานักไปด้วยทองแท่งแปดสิบชั่ง ทว่า
.. ไยค่ายกลแดนหลังสํานักหมาจิ้งจอก มันกลับแข็งแกร่งขึ้นเยี่ยงนั้น กระบี่มือหนึ่งคางแหลม
‘แจหมี่ หว่าดิ่’ ก็ดันสําเร็จวิชา
‘เท้าดอกท้อ’ พลิ้วไหว
.. เฉียบคม
.. งามงด
.. กลับมากู้ชื่อสํานักด้วยอัศจรรย์ใจยิ่งนัก
..มันคือเป็นจั่งซั่น โอ๊ยน่อ
..
เพ่งถ้วยตราไก่ในมือเลื่อนลอย บุรุษหนุ่มชุดแดงขาวทอดถอนลมหายใจพรั่งพรู
..
แล้วก็
..
มิอาจมินึกถึง
‘สํานักหงส์โลหิต’ สหายรักหักเหลี่ยมฝัน
..นิรันดร
สํานักนี้มันช่างเสมือนหยินกับหยางกับสํานักเราเหลือเกิน เราจะกินข้าวหอมดอกเหมยกับเป็ดย่างราดนํ้าเอ็มเค มันกลับจะกินข้าวเหนียวกับก้อยเนื้อโลหิต เราจะซดข้าวต้มแกล้มผักบุ้งเหินฟ้า มันดันจะกินข้าวตอกแตกดาวกระจายราดนํ้าตาลอ้อย เราหมายมั่นจะดื่มนารีแดงสี่พันปี มันกลับสะเอือกจะซดเหล้าขาวสี่สิบดีกรี
..ดูมันแล้วกัน
ค่ายกล
4-2-3-1 เคล็ดวิชาโดดเด่นของเรา มันดันสะเออะใช้ค่ายกล
4-3-3 มาแก้ แล้วมันยังดันต้านกลยุทธ์ของเราจนเสมอกันไปได้เมื่อคราปะฝีมือที่
‘โอว่ แตบ ฟ่อด’ หากมิกล่าวเกินไปแล้ว การประลองยุทธ์เมื่อครั้งกระนั้น ทั้งๆ ที่หมู่บ้านเราแท้ๆ ยังไงเสียสํานักเราก็มิอาจเพลี่ยงพลํ้าอยู่แล้ว เนื่องเพราะเป็นการประลองซึ่งได้ท่านใต้เท้า
‘แอตกวิ่นซ่าน’มาบัญชาการในสนามอีกต่างหาก หากแต่ท้ายที่สุด ไยมันสะเอือกยันเสมอกับสํานักเราไปได้ มันน่าา
.... ซะจริงๆ
ฝากไว้ก่อน สหายรัก
ราตรีนี้สิ
.. การชําระแค้นกับสํานักนี้จักเริ่มอีกครา
‘สํานักกระบี่อสรพิษแตกรัง’
คราปะฝีมือครั้งกระโน้น น้อมรับในพิษปลิดวิญญาณของมัน เหล่าจอมยุทธของมันบินว่อนช่างกระหายชัยยิ่งนัก เหล็กในแหลมคม
.. ซ่อนพิษมิดชิด
.. ตรงเป้าอย่างมิคาดคิด
.. ราตรีนี้ ถึงคราแล้วที่จอมยุทธ
‘อี้ซาเหมยลาซา’ ‘ถ้อยดีหนี่’ จะได้รับรู้ว่า
.. ‘เหล็กในมิเคยพลาดเป้า’ของพวกมันจะน่านับถือเยี่ยงไร
บุรุษหนุ่มนิรนามสบตาแมวไร้สังกัด ยกถ้วยซุปตราไก่อูขึ้นจรดปาก
คืนนี้ล่ะเอ็ง.. เตรียมตัวไว้เลย
ซ๊วบบบ .. !!
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้(มีต่อ)
ปล. เรื่องสั้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเพื่อนในถนนนักเขียนครับผม เป็นเพื่อนนักเขียนที่เคารพ.. นับถือ.. (ล็อกอิน อ.GTW) และข้อความเริ่มเรื่องก่อนเข้าโหมดเรื่องฟุตบอล ก็เป็นสํานวนของ อ.GTW นั่นเอง
เรื่องที่ผมเขียนเข้ารกเข้าพงมานี่ ไม่ตั้งใจทําให้ใครเสียหายทั้งสิ้น หากท่านใดเสียหาย ‘เปลวอัคคี’ขอรับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียวครับผม
ขออภัยท่าน อ.GTW ด้วยนะครับ ที่ละลาบละล้วงคัดลอกข้อความนําเรื่องมาใช้
จอมยุทธไร้เงา..
..อรุโณทัยผ่องอำไพ แสงอาทิตย์เรืองรอง ฟ้าแจ่มสวย ทะเลคราม แมกไม้เขียวขจี ลำธารรวยระริน สายลมเฉื่อยฉิว ฝูงวิหคไล่เฉียงเรียงราย สตรีงดงาม กรีดกรายฉายโฉมโลมใจ สุราไผ่เขียวและนารีแดงหอมหวนชวนลิ้มลอง อาหารรสเลิศกลิ่นจรุงซาบซ่าน ดนตรีพลิ้วแผ่วแว่วไหว บันดาลจิตใจเคลิบเคลิ้มเลื่อนลอย...
ที่กล่าวมาทั้งหมด มิมีสิ่งใดเกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่องแม้แต่น้อย
เพราะความจริงคือ มีเพียงเพิงสุนัขแหงนริมทางข้างทุ่งนาเวิ้งว้าง บุรุษหนุ่มชุดคลุมยาวขาวครึ่งแดงครึ่งผู้หนึ่ง ถ้วยตราไก่ใบหนึ่ง แมวน้อยไร้สังกัดตัวหนึ่ง ต่างพากันนั่งจ้องมองถ้วยตราไก่อย่างซึมเซา
อีกชั่วราตรีนี้แล้ว.. การประลองยุทธเพื่อสํานักจักเริ่ม เจ้าของถ้วยตราไก่เพ่งมองถ้วยนิ่ง ภาพไก่อูขนงามกระชากจิตใจลอยเลื่อน
‘สํานักไก่เงี่ยงทอง’
คราเมื่อพวกมันสรรหาเจ้าสํานักใหม่ได้ ส่งผลให้เหล่าจอมยุทธสิบแปดอรหันต์ฮึกเหิมยิ่ง พลังลมปราณทั้งสิบแปดอรหันต์ต่างอัดอั้นท่วมร่าง เร่าร้อน รอเวลาหํ้าหั่นสํานักคู่แข่งด้วยจิตใจเด็ดเดี่ยว
เจ้าสํานักใหม่‘มู่หลินโหย่ว’ พลังวิญญาณท่วมร่าง ส่งต่อสานุศิษย์ท่วมกาย สมกับตระกูลของ‘มู่หลาน’จริงๆ
หากแต่ ณ เวลานี้แล้ว จอมกระบี่ด่านหน้าพวกมันกลับบาดเจ็บจากการประลองยุทธยี่สิบสํานัก ไม่ว่า‘แฮ่หลี่ เควน’ ‘ซ่วน ฮว่าง หมิน’ จอมยุทธ‘อี้หลีกเซน’ก็เดินทางแสวงหาเคล็ดวิชากับสํานักใหม่แล้ว กระทั่ง‘เดหลี่ อ้านลี่’ผู้ยังฟื้นคืนพลังมิเต็มร้อย เยี่ยงนี้แล้ว อีกยี่สิบเอ็ดราตรีเบื้องหน้า สํานักนี้ย่อมพอฝ่าด่านได้มิยากเย็นนัก
เพ่งนํ้าซุปในถ้วยตราไก่อีกครา มันอดให้ฉุกใจถึง ‘สํานักสําปั้นสะท้านฟ้า’ มิได้
ตําแหน่ง‘สํานักกระบี่จู่โจมอันดับหนึ่ง’ เมื่อขวบปีก่อนคือคําตอบชัดเจน หากต้องช่วงชิงอันดับเยี่ยงนั้น สํานักเราย่อมต้องออกพลังเกินร้อย ลมปราณเกินพัน คิดเยี่ยงนั้นแล้วบุรุษชุดครึ่งขาวครึ่งแดงได้แต่ส่ายหน้าเนือยกับถ้วยตราไก่ ..หวิวไหว ..ล่องลอย
การประลองฝีมือสํานักต่อสํานัก เมื่อคราเปิดลานยุทธภพ‘ปี่เมี่ยเลี๊ยก’ นั้น ถึงสํานักตัวเองจะสยบ‘สํานักหอยสมุทร’ กระทั่งยํ้าชัยเมื่อล่วงราตรีอีกคราก็ใช่ หากแต่บัดนี้ สํานักยุทธภพที่เหลือ ก็ใช่จะเคี้ยวง่ายดั่งใบหนานเฉาเหว่ย
และแล้ว..
ก็ฉุกให้หวนคํานึงถึงสํานักนี้ ขึ้นมาจนได้ ‘สํานักจิ้งจอกสีนํ้าเงิน’
ล่วงวสันต์.. เหมันต์.. คิมหันต์.. ไม่กี่สงกรานต์เอง มันช่างให้กังขายิ่งนักว่า สํานักหมาจิ้งจอกมันทําเยี่ยงไรถึงได้แข็งแกร่งขึ้นมาได้ ‘จอมยุทธแมกไม้ไกว’ อําลาสํานักไปด้วยทองแท่งแปดสิบชั่ง ทว่า.. ไยค่ายกลแดนหลังสํานักหมาจิ้งจอก มันกลับแข็งแกร่งขึ้นเยี่ยงนั้น กระบี่มือหนึ่งคางแหลม‘แจหมี่ หว่าดิ่’ ก็ดันสําเร็จวิชา‘เท้าดอกท้อ’ พลิ้วไหว.. เฉียบคม.. งามงด.. กลับมากู้ชื่อสํานักด้วยอัศจรรย์ใจยิ่งนัก ..มันคือเป็นจั่งซั่น โอ๊ยน่อ..
เพ่งถ้วยตราไก่ในมือเลื่อนลอย บุรุษหนุ่มชุดแดงขาวทอดถอนลมหายใจพรั่งพรู..
แล้วก็..
มิอาจมินึกถึง‘สํานักหงส์โลหิต’ สหายรักหักเหลี่ยมฝัน ..นิรันดร
สํานักนี้มันช่างเสมือนหยินกับหยางกับสํานักเราเหลือเกิน เราจะกินข้าวหอมดอกเหมยกับเป็ดย่างราดนํ้าเอ็มเค มันกลับจะกินข้าวเหนียวกับก้อยเนื้อโลหิต เราจะซดข้าวต้มแกล้มผักบุ้งเหินฟ้า มันดันจะกินข้าวตอกแตกดาวกระจายราดนํ้าตาลอ้อย เราหมายมั่นจะดื่มนารีแดงสี่พันปี มันกลับสะเอือกจะซดเหล้าขาวสี่สิบดีกรี ..ดูมันแล้วกัน
ค่ายกล 4-2-3-1 เคล็ดวิชาโดดเด่นของเรา มันดันสะเออะใช้ค่ายกล 4-3-3 มาแก้ แล้วมันยังดันต้านกลยุทธ์ของเราจนเสมอกันไปได้เมื่อคราปะฝีมือที่‘โอว่ แตบ ฟ่อด’ หากมิกล่าวเกินไปแล้ว การประลองยุทธ์เมื่อครั้งกระนั้น ทั้งๆ ที่หมู่บ้านเราแท้ๆ ยังไงเสียสํานักเราก็มิอาจเพลี่ยงพลํ้าอยู่แล้ว เนื่องเพราะเป็นการประลองซึ่งได้ท่านใต้เท้า‘แอตกวิ่นซ่าน’มาบัญชาการในสนามอีกต่างหาก หากแต่ท้ายที่สุด ไยมันสะเอือกยันเสมอกับสํานักเราไปได้ มันน่าา.... ซะจริงๆ
ฝากไว้ก่อน สหายรัก
ราตรีนี้สิ.. การชําระแค้นกับสํานักนี้จักเริ่มอีกครา
‘สํานักกระบี่อสรพิษแตกรัง’
คราปะฝีมือครั้งกระโน้น น้อมรับในพิษปลิดวิญญาณของมัน เหล่าจอมยุทธของมันบินว่อนช่างกระหายชัยยิ่งนัก เหล็กในแหลมคม.. ซ่อนพิษมิดชิด.. ตรงเป้าอย่างมิคาดคิด.. ราตรีนี้ ถึงคราแล้วที่จอมยุทธ‘อี้ซาเหมยลาซา’ ‘ถ้อยดีหนี่’ จะได้รับรู้ว่า.. ‘เหล็กในมิเคยพลาดเป้า’ของพวกมันจะน่านับถือเยี่ยงไร
บุรุษหนุ่มนิรนามสบตาแมวไร้สังกัด ยกถ้วยซุปตราไก่อูขึ้นจรดปาก
คืนนี้ล่ะเอ็ง.. เตรียมตัวไว้เลย
ซ๊วบบบ .. !!
[Spoil] คลิกเพื่อดูข้อความที่ซ่อนไว้