[CR] Wish us Travel ~ นั่งรถไฟไปปีนัง ลุยเดี่ยว 4วัน3คืน ดูสตรีทอาร์ต ชมธรรมชาติ และกินยับ!

ทริปปีนังนี้เราตัดสินใจไปคนเดียวด้วยเหตุผลหลายๆอย่าง ทำให้ได้ประสบการณ์ใหม่ๆมากมาย ต่างจากการไปกับเพื่อนกับแฟนหรือครอบครัว แถมยังได้เจอวัฒนธรรมใหม่ๆ เรื่องแปลกๆ ทำเอาคัลเจอร์ช็อคกันสมควรตั้งแต่ต้นทริปเลย การเดินทางก็จะใช้เวลาหน่อยด้วยการ นั่งรถไฟไปปีนัง เหนื่อยหน่อยแต่สนุกมากๆ มันส์พะยะค่ะ มาเดี๋ยวเราจะเล่าให้ฟัง

ฝากเพจไว้ในอ้อมใจด้วยนา


Day 1 นั่งรถไฟไปปีนัง
หลังจากลงเครื่องตอนเวลาประมาณเที่ยง ด้วยความที่อยากเดินทางด้วยรถไฟก็หาข้อมูลจาก Pantip ว่ามันมีรถไฟออกจากหาดใหญ่ไปปาดังเบซาร์ตอนบ่ายโมง ถ้าจะนั่งรถสองแถวหรือรถตู้ไปสถานีรถไฟชุมทางหาดใหญ่ตอนนี้ไม่น่าทัน เลยจำเป็นต้องนั่งแท็กซี่ไปแทน ค่าเสียหาย 250 จ้าาา เอาตั้งแต่หัวทริปเลยวุ้ย แต่ก็เอาน่ะไม่อยากตกรถไฟ


พอมาถึงสถานีรถไฟก็รีบเดินไปซื้อตั๋วรถไฟเลยปรากฎว่าาาาาาา รถไฟมีรอบบ่ายสองโมงงง หน่านิ้!!!! ฮาาาาาาาาา นั่งแท็กซี่มาทำไมวะตั้ง 250 บาท ไหนใครรีวิวไว้นะมันน่านัก แต่จริงๆแล้วต้องโทษตัวเองนะครับแทนที่จะไปเช็คกับเว็บการรถไฟแทน ไหนก็ทิ้งลิงค์ไว้ให้เลยเผื่อใครจะใช้เช็คกัน > เช็คเวลารถไฟ < เลือก ชุมทางหาดใหญ่ นะ

   
ได้ตั๋วแล้วก็รอสิครับมาก่อนตั้งชั่วโมงนึงเผลอนานกว่าด้วยกิตติศัพท์รถไฟไทย ระหว่างรอก็ไปหาไรกินแล้วก็กลับมานั่งรอบนรถไฟตามที่นั่งของตัวเองด้วยความเห่อ ซึ่งโคตรร้อน คนก็เริ่มทยอยขึ้นมากันแล้วซึ่งส่วนใหญ่จะไม่ใช่คนไทย แล้วก็ไม่ใช้ภาษาอังกฤษด้วย เริ่มรู้สึกอยู่ต่างประเทศตั้งแต่บนรถไฟเลย แล้วก็มีสิ่งหนึ่งเกิดขึ้นเว้ยย เราหยิบโทรศัพท์ออกมาดูเวลา พอเวลา 14.00น. ปุ้บรถไฟก็เคลื่อนตัวทันที เราถึงกับต้องอุทานในใจว่าเชี่ยยยยยย ตรงเวลาสึด (ย้ำว่าในใจ) อยากจะก้มลงกราบแบบเบญจางคประดิษฐ์ขอโทษการรถไฟไทยที่สบประมาท พร้อมยกนิ้วโป้งให้ สุดยอดมากครับบบบ

นั่งรถไฟมาประมาณ 1ชั่วโมงก็มาถึงด่านปาดังเบซาร์ รถไฟจะจอดที่ฝั่งไทยก่อนให้เรารอไปลงที่ด่านฝั่งปาดังเบซาร์นะครับ
ตรงนี้เราขอแนะนำให้ทุกคนเตรียมตัวลงให้พร้อมเลยถ้าไม่อยากต่อคิวยาวเหยียดพอรถไฟหยุดแล้วให้รีบเดินเข้าประตู ตม.เลย
เพื่อความรวดเร็ว เรามัวแต่เอ้อระเหยต้องต่อคิวอยู่นานเลย


ในการ นั่งรถไฟไปปีนัง พอผ่านด่าน ตม. มาก็เดินขึ้นชั้นสองไปซื้อตัวรถไฟไปบัตเตอร์เวิร์ท 11.4 ริงกิต (1 ริงกิต = ประมาณ 7 บาทนิดๆ ณ ตอนที่เราไป)
แล้วก็ลงไปที่ชานชลาซึ่งก็เดินงงอยู่พอสมควรก่อน กลัวตกรถไฟ 5555 ไม่แน่ใจแนะนำให้ถามร้านขายน้ำดูนะ

รถไฟมีทุกชั่วโมงไม่ต้องกลัวตก นั่งรอได้พักนึงคนก็เริ่มออกมาจาก ตม. คนค่อนข้างเยอะเลยน่าจะเป็นเพราะว่าตรงกับรถไฟที่มาจากหาดใหญ่ด้วยแหละ
พอรถไฟมาถึงสิ่งที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น!!! 

พอประตูรถไฟเปิดทุกคนก็วิ่งกันอย่างบ้าคลั่งใครเข้าไปถึงที่นั่งก่อนก็เริ่มจองที่ด้วยการกางแขนขาพร้อมกับเรียกเพื่อน ญาติ พ่อแม่พี่น้องให้รีบมานั่ง ให้นึกถึงหนัง Train to Busan ความรู้สึกนั้นเลย ในระหว่างที่เราเข้ามาในตัวรถไปและพยายามหาที่นั่งเพราะกว่าจะถึงบัตเตอร์เวิร์ทใช้เวลา 2ชม. พอสั่งสติได้เท่านั้นแหละ เต็มหมดทุกที่!! แม่แต่พระสงฆ์ยังต้องยืน ได้แต่คิดในใจ อะไรวะเนี่ย เข้ามาเลเซียก็เจอคัลเจอร์ช็อคไปแล้วหนึ่ง

ภาพตอนนั้นก็จะไม่มีนะครับ ช็อคอยู่ ฮาาาาาาาาา

 
ระหว่างที่เรายืนอยู่นั้น ข้างๆที่เป็นกลุ่มพระสงฆ์ก็เริ่มสนทนากันเป็นภาษาไทย เราก็เลยเข้าร่วมสนทนาด้วยเพราะว่าต้องยืนอีกนาน เดี๋ยวเบื่อ พระก็เล่าให้ฟังว่าคนที่นี่ค่อนข้างมีความเท่าเทียมกันนะ เป็นพระก็ไม่ใช่ว่าจะมีสิทธิพิเศษถึงจะดูไม่เป็นระเบียบไปบ้างก็เถอะ คุยไปคุยมาก็ เอ้าคนบ้านเดียวกันอีกยาวเลยทีนี้ ถามไถ่สัพเพเหระ พระองค์อื่นก็เข้ามาคุย ได้ความรู้เพิ่มอีกว่ามีชาวสยามที่ยังอยู่ในมาเลเซียหลังจากยกดินแดนไปให้กับอังกฤษและยังอยู่กันถึงปัจจุบัน แถมยังมีเทศนาธรรมกันบนรถไฟอีกด้วย สาธุ 

พอพระท่านลงไปเราก็ถึงจะได้นั่งแต่ก็ปาไปชั่วโมงกว่าแล้ว
พอถึงบัตเตอร์เวิร์ทแล้ว (ยังไม่ถึงอีกหรอฟะ) ก็ต้องเดินไปต่อเรือเฟอรี่เพื่อข้ามไปยังเกาะปีนังต่อ ใกล้ถึงล้าววว
เดินไปตามทาง ตามป้ายเรือเฟอรี่ไปแล้วขึ้นชั้นสองแล้วเดินต่ออีกนิดก็จะถึงท่าเรือเฟอรี่แล้ว

ถึงแล้วก็ซื้อตั๋วเรือเฟอรี่เพียง 1.2 ริงกิตเท่านั้นและขากลับก็ขึ้นกลับได้ฟรีเลยไม่ต้องจ่ายอีก มีทุกครึ่งชม.


ตั๋วเรือเฟอรี่ใช้คิวอาร์โค้ดสแกนเพื่อผ่านประตู

พอข้ามมาถึงฝั่งเกาะปีนังแล้ว เราก็เอากระเป๋าเก็บเข้าที่พักก่อน ซึ่งที่พักเราอยู่ใกล้กับท่าเรือเลยค่อนข้างเดินทางสะดวกอยู่ใกล้ ที่พักชื่อ Container Hotel Penang ไปไหนมาไหนง่ายมากหน้าที่พักก็คือป้ายรถเมล์ มีสตรีทอาร์ตอยู่ตรงข้ามอีก สบายยย
เข้าไปจองได้ที่นี่เลย >> คลิก

อันนี้ถ่ายตอนเช้าของอีกวันนะ ตอนมาถึงเหนื่อยมากไม่สนจะถ่ายล้าว


เก็บข้าวเก็บของเข้าล็อคเกอร์เสร็จก็ออกเลย หาไรกิน หิววว การเดินทางก็จะนั่งรถเมล์ก็ได้ ดีกว่าบ้านเรามาก หรือจะใช้ Grab Taxi ก็ได้แต่เราเน้นสะดวกเลยไป Grab ง่ายมากๆ ต่อไปที่ที่เราไปกินคือ Gurney Drive Hawker Centre แหล่งสตรีทฟู้ดที่ทุกคนต้องมากัน มีอาหารหลากหลายให้กินจนจุกๆไปเลย

ROJAK PASEMBUR เป็นของทอดหลายๆอย่าง เอามาสับๆใส่แตงกวางแล้วท็อปด้วยซอสหวานบวกเผ็ดนิดๆ อันนี้สำหรับเราหวานไปหน่อย

พี่คนขายคนนี้ลีลาสับแกไม่ธรรมดาบอกเลย เปิดเพลงไปสับไป พร้อมกับร้อง โล้จักๆ บันเทิงดี

LOK LOK สตรีทฟู้ดขึ้นชื่ออีกอย่างของมาเลเซียเป็นของเสียบไม้ วีธีกินคือเอามาลวกในหม้อข้างๆ แล้วราดซอสกินได้เลย คิดราคาเป็นไม้ๆไป


หลังจากกินเสร็จก็แวะเดินห้างข้างคือ Gurney Plaza แปปนึงแล้วกลับที่พักนอนด้วย Grab Taxi เหมือนเดิม วันแรกเหนื่อยมากเดินทางทั้งวันเลย ใครอยากเที่ยวสบายๆแนะนำนั่งเครื่องเลยนะ แต่ถ้าใครอยากเจอประสบการณ์ซอมบี้ 5555 ประสบการณ์ใหม่ๆ ผายมือมาตามฉันเลย
ชื่อสินค้า:   ปีนัง
คะแนน:     

CR - Consumer Review : กระทู้รีวิวนี้เป็นกระทู้ CR โดยที่เจ้าของกระทู้

  • - จ่ายเงินซื้อเอง หรือได้รับจากคนรู้จักที่ไม่ใช่เจ้าของสินค้า เช่น เพื่อนซื้อให้
  • - ไม่ได้รับค่าจ้างและผลประโยชน์ใดๆ
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่