เพราะอนาคตมันไม่แน่นอน มีเรื่องราวได้ตลอด
การวางแผนต้องยืดหยุ่น ไม่ยึดติด
ล่าสุดตอนนี้ผบห.เริ่มพูดว่า เอาแค่ 3 เดือนยังบอกยากเลย
ส่วนตัวตอนนี้เหมือนกับจะบอกว่า มันไม่ใช่ยืดหยุ่นละ
มันกลายเป็นว่า ทำๆไปลุยไปก่อน
ถ้ามีปัญหาอะไร ค่อยว่ากัน
เมื่องั้นถ้ามัวแต่คิด ก็ไม่ได้ทำอะไรเลย
ความเสี่ยงบนโลกตอนนี้มันมากเกินไป
มากในระดับที่เมื่อเรามองไปที่ตลาดหุ้นทั่วโลกแล้ว เราจะเห็นว่า มันแทบไม่ได้สะท้อนเลยว่า มีความเสี่ยงสะสมเอาไว้อยูา
สิ่งที่น่าสนใจตอนนี้ คือ ปู่บัฟเฟตบอกว่า berkshire มีเงินสดมากที่สุดที่เคยมีมา
เท่าที่อ่านดู เพราะไม่รู้จะไปลงทุนอะไร หายาก แพง
แต่แปลกในตลาดสหรัฐยังมีหุ้นบางตัวที่ขึ้นเว่อร์ๆไม่มีเหตุผลมารองรับ
ในสภาพแบบนี้ ผมว่า ตลาดหุ้นมันอยู่ในจุด buying climax
เราอาจจะโชคดีก็ได้ที่ลงมาก่อนในฐานะ underperformed ตลาดอื่น
เวลาคนอื่นลง ถัดจากนี้ เราอาจจะไม่เจ็บเท่าที่อื่น(ในหุ้นที่ลงมาแล้วอะนะ)
ส่วนหุ้นที่อยู่บน ให้เค้าหาทางลงกันเอาเองไม่ต้องช่วยเค้าลง)
2-3 ปีก่อน ผบห.บอก วางแผนล่วงหน้าปีนึงได้ก็เก่งแล้ว
การวางแผนต้องยืดหยุ่น ไม่ยึดติด
ล่าสุดตอนนี้ผบห.เริ่มพูดว่า เอาแค่ 3 เดือนยังบอกยากเลย
ส่วนตัวตอนนี้เหมือนกับจะบอกว่า มันไม่ใช่ยืดหยุ่นละ
มันกลายเป็นว่า ทำๆไปลุยไปก่อน
ถ้ามีปัญหาอะไร ค่อยว่ากัน
เมื่องั้นถ้ามัวแต่คิด ก็ไม่ได้ทำอะไรเลย
ความเสี่ยงบนโลกตอนนี้มันมากเกินไป
มากในระดับที่เมื่อเรามองไปที่ตลาดหุ้นทั่วโลกแล้ว เราจะเห็นว่า มันแทบไม่ได้สะท้อนเลยว่า มีความเสี่ยงสะสมเอาไว้อยูา
สิ่งที่น่าสนใจตอนนี้ คือ ปู่บัฟเฟตบอกว่า berkshire มีเงินสดมากที่สุดที่เคยมีมา
เท่าที่อ่านดู เพราะไม่รู้จะไปลงทุนอะไร หายาก แพง
แต่แปลกในตลาดสหรัฐยังมีหุ้นบางตัวที่ขึ้นเว่อร์ๆไม่มีเหตุผลมารองรับ
ในสภาพแบบนี้ ผมว่า ตลาดหุ้นมันอยู่ในจุด buying climax
เราอาจจะโชคดีก็ได้ที่ลงมาก่อนในฐานะ underperformed ตลาดอื่น
เวลาคนอื่นลง ถัดจากนี้ เราอาจจะไม่เจ็บเท่าที่อื่น(ในหุ้นที่ลงมาแล้วอะนะ)
ส่วนหุ้นที่อยู่บน ให้เค้าหาทางลงกันเอาเองไม่ต้องช่วยเค้าลง)