Trend พ่อแม่ยุคใหม่ "เด็กกลางห้อง" ก็พอแล้ว????!!!"

กระทู้สนทนา


Trend พ่อแม่ยุคใหม่ "เด็กกลางห้อง" ก็พอแล้ว????!!!"
บทความจากเพจ "น้ำใจไปไหน" https://www.facebook.com/namjaipainai
.
เมื่อ Jack Ma (คนที่มักถูกแซวแซวว่า รวยแล้วพูดอะไรก็ได้)
บอกลูกตัวเองว่า
.
"ไม่จำเป็นต้องเป็นเด็กหน้าห้อง Top 3 ของห้อง แค่ขอให้เกรดอย่าแย่เกินไป เป็นแค่ "เด็กลางห้อง" ก็พอ เพราะคนแบบนั้นแหละที่จะมีเวลามากพอที่จะสามารถเรียนรู้ Skill ต่างๆ นอกห้องเรียนได้"
.
ส่วนตัว จขกท เห็นด้วยว่าความรู้นอกห้องเรียนก็สำคัญมากๆ เพราะในโลกยุค Internet นั้น การเรียนรู้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในโรงเรียนหรือห้องสมุดเท่านั้น ทุกอย่างสามารถเรียนรู้ได้เองนอกเวลาเรียน เพียงแค่เปิดคอมหรือมือถือ
.
สิ่งที่สำคัญต้องสอนลูกเราให้หัดหาข้อมูลความรู้ และฝึกวิธีคิดแก้ปัญหาด้วยตัวเอง (Problem Solving) ให้ได้ และพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงเสมอ ในบางครั้งที่โรงเรียนเองก็เปลี่ยนตามโลกแทบไม่ทันแล้ว
.
แต่การเรียนรู้นอกห้องเรียนมันดูว่าใครเก่งกว่ากันที่ "ผลงาน" ในขณะผู้ปกครองเมืองไทยส่วนใหญ่ยังติดกันอยู่ที่คะแนนสอบจนมากเกินไป หรือเป็นเพียงค่านิยม
.
ส่วนตัว จขกท อยากเห็นลูกเก่งฟุตบอล มากกว่าสอบได้ A แต่ก็ไม่อยากให้ถึงขึ้นได้ D ได้ F
.
อยากเห็นลูกอ่านหนังสือความรู้รอบตัวที่เค้าชอบ มากกว่าอ่านหนังสือสังคมจนจำได้ขึ้นใจ
.
เอาง่ายๆ อะไรที่เป็นความสุขและความชอบให้มาก่อน แต่การเรียนก็อย่าให้มันตกต่ำจนเป็นปัญหา เพราะยังไงก็ยังต้องใช้ผลการเรียนในการใช้ชีวิตต่อไปอีกนาน
.
Jack Ma
“I told my son: you don’t need to be in the top three in your class, being in the middle is fine, so long as your grades aren’t too bad. Only this kind of person [ has enough free time to learn other skills.”
.
#เลี้ยงลูก #Jackma #เด็กหลังห้อง #เด็กกลางห้อง
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่