ประสบการณ์รถบรรทุกชนท้ายรถเก๋ง ไร้ความรับผิดชอบ

แก้ไขชื่อกระทู้เป็น *ประสบการณ์ ถูกรถบรรทุกหลับใน บริษัทแห่งหนึ่ง ชนท้าย คู่กรณีไร้การเยี่ยวยา อ้างให้บริษัทประภัยรับผิดอย่างเดียว

ยับเลยครับ !!! นึกว่าโดนรถไฟชน 🙄 ใครจะรู้ครับอุบัติเหตุเกิดขึ้นบ่อย ผมก็ใช้เส้นทางตรงจุดนี้เป็นประจำ เจออุบัติเหตุรถบรรทุกชนท้ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลบ่อยครั้ง และทุกครั้งก็ทำได้แค่มองว่ามีใครเป็นอะไรไหม แล้วก็ขับผ่านไป แต่วันนี้ กลับเป็นผมเองครับ ที่เจอคน ตำตม นรกส่งมาเกิด  มารดำในสังคมจริงๆ โครมใหญ่ ตอนโดนชนนึกว่านั่งรถไฟเหาะ เชื่อไหมว่า ชนแรงชนิดที่แว่น Ray-ban ที่ใส่อยู่กระเด็นร่วงไปที่คอนโซลหน้ารถ พร้อมโทรศัพท์ที่หนีบอย่างแน่นๆ เพี้ยนลอย

เหตุการณ์มีเนื้อหาดังนี้

เช้าวันที่ 20/02/63 ผมได้เดินทางไปพักผ่อนที่ศรีราชา การขับขี่ระหว่างทางใช้ถนน บางนาตราด วิ่งด้านล่าง ขับด้วยความเร็ว 60 ถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งรถบรรทุกเยอะมาก ก็ขับด้วยความระวังมาตลอด เนื่องจากว่ามีการชะลอตัวบ่อยผมมักจะเปิดไฟกระพริบท้ายและมองกระจกหลังรถตลอดเวลาที่รถมีการชะลอตัวลักษณะนี้ เมื่อขับไปเรื่อยๆก็ได้เดินทางมาถึงทางคู่ขนานมุ่งหน้า พัทยา ชลบุรี เลยปั้มบางจากตรงแยกข้าวหลาม พบว่าการจราจรค่อนข้างติดขัดและชะลอตัวรถยนต์ไม่สามารถวิ่งได้ด้วยความเร็ว ผมก็ได้ขับมาด้วยความเร็วประมาณ 20 ถึง 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง การจราจรชะลอตัวอีกครั้ง ผมได้สังเกตเห็นรถคันหลังเป็นรถบรรทุกขับมาด้วยความเร็วลักษณะไม่ได้เบรคเลย ทั้งๆที่รถติดทำไม่ถึงขับเร็ว 😒 ลักษณะอาการหลับใน หรือวูบ ผมพยายามเบี่ยงออกแต่ไม่ทัน รถคันดังกล่าวชนท้ายรถผมอย่างจัง จนรถผมมุดไถลไปโดนรถยนต์คันหน้า ซึ่งเป็นกระบะ และกระบะได้ไหลไปโดนรถเก๋งอีกคันนึงจนได้รับความเสียหาย เมื่อตรวจสภาพรถผมไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากหม้อน้ำแตก ท่ออากาศไอดีแตก กล่องไฟชำรุด ไฟหน้าแตกละเอียด ฝากระโปรงหน้าผับ ด้านท้ายฝากระโปรงท้ายยุบเข้ามาจะถึงห้องโดยสารด้านหลัง ไฟท้ายแตกละเอียด ประตูฝั่งคนขับเปิดไม่ออก  ของจากรถกระบะลงมากองที่หน้ารถผม คือชนแรงมาก ตอนชนเหมือนรถจะตีลังกา อาการเหมือนว่าขับมาด้วยความเร็วและไม่ได้เบรคเลยชนและยังดันต่ออีก  🧐
เมื่อจับใจความได้แล้วว่าคู่กรณีเป็นใครผู้เสียหายมีกี่คัน สรุปได้ดังนี้  เพี้ยนรู้สึกเงียบ
1.คนขับชน ขับรถบรรทุก 6 ล้อใหญ่ ยี่ห้อ ฮีโน่ ทะเบียน 77-0940 กรุงเทพมหานคร คนขับใส่เสื้อสีม่วง *ชื่อนาย เอกลักษณ์ เปร่งคอนสาร * ขับรถให้บริษัทขนส่งบริษัทหนึ่งย่านคลองตัน  ลักษณะคล้ายอาการง่วงซึม  หน้าแดงๆ แจ้งว่าขับไปเรื่อยๆจึงขับตามปกติ เห็นถนนโล่ง ถามรอบ 2 บอกว่าพยายามเบรคแล้ว แต่เบรคไม่อยู่ (ไม่มีรอยเบรค) ไม่มีการแสดงความรับผิดชอบใดๆเลย อยู่เฉยๆเดินไปเดินมานั่งหลบร่ม 🛌ที่เหมือนว่าเป็นเรื่องเล็กๆ เห็นพูดอย่างเดี๋ยวว่าลูกพี่เอาตายแน่ (แต่ที่ผมเห็นพี่พยายามแซงรถบรรทุกมานะครับ รถติดขนาดนั้นทำไมพี่ถึงขับเร็วครับ ) ตอนตำรวจมาพี่แกหน้าซีดเลยครับ หงายการ์ด 
2.คันที่ 2  (ผมเอง) ผมได้รับแรงกระแทกเต็มที่แต่ดีที่รถไม่พับ / ford fiesta มีผู้โดยสาร 2 คน นั่งเบาะคู่หน้า ได้รับบาดเจ็บเข่าแตก คอเคล็ด จุกหน้าอก จุกหลัง หัวโนทั้งสองคน 
3.คันที่ 3 เป็น toyota vigo กระบะ 4 ประตู  สภาพ กันชนหลังยุบฝากระโปรงท้ายเปิดได้แค่ครึ่งเดียว กระจกหลังแตกเนื่องจาก บรรทุกลังใส่อาหารสดกระแทกที่กระจก  กันชนหน้าแตกเนื่องจากชนท้ายกับรถเก๋ง  (ประกันขาด 2 เดือน พี่เค้ากลัวคนขับหนีมาก เดินไปเฝ้าเลย และค่อนโมโหด้วย เพราะท้ายรถมีเนื้อสัตว์ซึ่งต้องนำไปจำหน่าย เนื้อไก่ 1 ถูกกระเด็นมากองที่หน้ารถผม อีกถุงร่วงที่พื้นถนน รถเหยียบแบนติดล้อ เกลี้ยงถนนจริงๆครับ ตอนชนผมก็เดินไปเกลี่ยเศษกระจก พลาสติก เข้าข้างที่น่ะครับ เพราะเดี๋ยวรถที่ขับผ่านมาจะเหยียบ ยางจะรั่วได้ครับ ) 
4.คันที่ 4 suzuki ciaz เสียหายเฉพาะด้านหลังฝาท้ายเปิดไม่ออกกันชนหลังยุบ / ประกันชั้น 1 วิริยะประกันภัย พี่แกบอกว่า รถออกมาได้ 2 เดือน เพิ่งเปลี่ยนป้ายขาวได้ 2 อาทิตย์เอง โดนเจิมซะแล้ว 

ระหว่างที่ประกันทางการตรวจสอบทรัพย์สินและประเมินความเสียหาย มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสภ. ศรีราชา นำรถยกลากรถผมไปเก็บไว้ที่คลังของกลาง เพื่อรอเจรจาตกลงค่าเสียหายกัน ได้ข้อสรุปดังนี้ 
1.ทำการปรับ ตอนนี้ขับรถโดยประมาททําให้เสียทรัพย์ เป็นจำนวน 400 บาท / และหลังจากนั้น ให้ผู้เสียหายเรียกร้องกันเอง 
2.ในกรณีรถผมถูกลากไปไว้ที่คลังของกลางเสียค่าใช้จ่ายในการลาก 3,500 บาทและค่าจอด 500 บาท ซึ่งทางบริษัทประกันภัยรับผิดชอบให้จำนวน 3500 บาท ส่วนค่าจอด 500 บาททางบริษัทไม่สามารถออกให้ได้ เจ้าของรถต้องออก อ้าว !!!!  ผมจึงเดินไปเจรจากับผู้ขับขี่ที่ชนผม ให้เขาเป็นคนออกค่าจอด 500 บาท รถค่าเดินทางกลับบ้าน 500 บาท (ที่ผมต้องจ้างเพื่อนมารับ )ค่าโรงแรม  1000 บาท cancel ไม่ได้ซะอีก (บริษัทประกันภัยไม่ครอบคลุมค่าใช้จ่ายในส่วนนี้) / ค่ารถที่ผมจะต้องเดินทางไปโรงพยาบาล  ค่ารถที่ผมจะต้องเดินทางไปรับรถ ในวันที่ซ่อมเสร็จ (ถ้าบริษัทประกันไม่รับผิดชอบนะผมถึงจะเรียก คือผมไม่อยากเอาอะไรกับพี่น่ะ แต่ช่วยสนใจผมหน่อย พี่ชนผมน่ะ) เพี้ยนเบลอ
ดังนั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ผมรู้เลยว่า
1.การที่มีรถชนคุณ ถ้าผู้ขับขี่ไม่ได้สนใจคุณ  ถ้าผู้ขับขี่ไม่ได้คิดที่จะรับผิดชอบคุณเองแต่เรียกประกันแล้วให้ประกันมาเคลียร์แล้วจบ  ผมมองว่าเหมือนผมถูกละเมิดและผมเจ็บตัวฟรี เช่น ความเสียหายที่เกิดกับรถยนต์หากผมขายรถต่อทางเต็นท์ก็จะตรวจพบ รอยเชื่อม รอยดึงตัวถัง รอยซ่อม ซึ่งเจ้าของรถก็ต้องแบกรับภาระไว้คนเดียว ในความไม่สบายใจในการใช้รถ และความไม่เหมือนเดิม 😭
2.ผมต้องเสียเวลาในวันนั้นทั้งวัน และคุณก็ไม่มีรถยนต์ใช้ ซึ่งก็ต้องมานั่งเรียกร้องกับทางบริษัทประกันภัย คนชนไม่ได้สนใจเลย พูดอย่างเดียวให้ประกันจ่ายให้ประกันเคลียร์ 🙄
3.ผมต้องเสียค่ารถ ในการไปรับรถพร้อมทั้งยอมรับความไม่เหมือนเดิมของรถคนเดียว ผู้ก่อเหตุไม่ได้สนใจใดๆเลย ขอโทษสักคำก็ไม่มี จะกลับบ้านอย่างเดียว😒
ทั้งนี้ เรื่องราวเหล่านี้ผมไม่อยากให้เกิดเลย พอเกิดขึ้นแล้วมันเสียหายดีที่ผมไม่ได้เป็นอะไรมาก ยังรอดชีวิตมาได้ตั้งกระทู้ จึงอยากขอฝากบริษัท ซึ่งเป็นบริษัทที่ ผู้ก่อเหตุทำงานได้ทำประกันกับบริษัทสินมั่นคงประกันภัยซึ่งมาถึงสถานที่เกิดเหตุเป็นรายแรกทำงานได้ไว สถานการณ์ได้ไว  / บริษัททิพยประกันภัย (ซึ่งมาช้าที่สุดในสามบริษัท 1.สินมั่นคงประกันภัยมาเร็วสุด 2.วิริยะประกันภัยมาเป็นอันดับ 2 3.ทิพยประกันภัยมาช้ากว่าเพื่อนเกือบ 1 ชั่วโมง) ซึ่งเป็นบริษัทที่ผมทำประกัน  ให้ช่วยดูแลผม อุบัติเหตุ ไม่ใช่แค่ ชนและรอประกัน แล้วก็กลับบ้านน่ะพี่ ใส่ใจผมหน่อยไหม 🤨 รถผมรับแรงกระแทกสูงสุดนะครับ ถ้าผมขับ nissan march น่ะ ไม่อยากคิดเลย 
🚩ผมค่อนข้างสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมากๆเลยครับ ตอนแรกคิดว่าไม่รอดแล้ว และกลัวว่ารถจะไฟไหม้ด้วยครับ ยังดีที่รอดมาได้ อยากให้คู่กรณีแสดงความรับผิดชอบ ในสิ่งที่ตัวเองทำพลาดไปครับ จะเป็นการขอโทษ การยกกระเช้ามาขอโทษ การออกรับค่าใช้จ่ายในการทำผมต้องสำรองจ่าย ไปส่งผมที่บ้าน หรือมาเยี่ยมผม โทรมาถามผมว่าเป็นอะไรไหม ให้ช่วยพาไปโรงพยาบาลไหม ซึ่งมันไม่มีเลยครับ ผมต้องรับผิดชอบทุกอย่าง ตั้งแต่ที่โดนชน เข็นรถเข้าข้างทาง กวาดเศษกระจก เฝ้ารถเผื่อรอรถลาก ไปเอารถออกจากโรงพัก ทั้งเสียค่ายก ค่าจอด ต้องจ้างเพื่อนให้ลางานเพื่อมารับไปโรงพัก และกลับบ้าน ต้องไปตรวจร่างกาย เพื่อเป็นอะไรมาก ถ้าเป็นอะไรมากกว่านี้ ผู้ก่อเหตุก็ไม่ได้สนใจผมมากขึ้นหรอกครับ พอมีรถกับเค้า ก็ต้องมาถูกเค้าชน แล้วก็แยกย้าย มันเจ็บหลายอย่างน่ะครับ แต่มันพูดไม่ออก รถผมรักมาก ตอนชนผมน้ำตาเล็ดเลยครับ เหมือนคนทำลายกล่องดวงใจเอามีดเสียบ คาไว้ เป็นแผลในใจตลอดไป ผมไม่จอดตากแดด ขึ้นเนินเบรคตลอด ไม่ขับเร็ว มันเหมือนเป็นคนในครอบครัวซึ่งอยู่ในความดูแลของเราครับ ไม่คิดว่าจะต้องมารับกรรมจาก ผมไม่หวงตัวเองเลยตอนชน เป็นห่วงรถมากๆ ไม่อยากให้เป็นอะไร แค่เปิดประตูไปโดนกำแพงแล้วเปิดรอยยังรู้สึกไม่สบายใจเลยครับ แล้วโดนชนแบบนี้ ใจมันชา หน้ามันซี้ด จุกจนพูดไม่ออก ทั้งเสียใจและสะเทือนใจ ถึงแม้จะไม่ใช้รถที่ดีเหมือนยี่ห้ออื่นๆเค้า  แต่อย่างน้อยก็ไม่เคยทำให้ผมต้องไปนอนข้างทาง หรือไม่ถึงบ้านสักครั้งเดียว  เม่าสงสัย

🐏คำถามในใจผม อยากถามคนชนว่า 
1.รถคุณก็สูง มองเห็นได้ไกล ทำไมไม่เห็นรถคันข้างหน้า ซึ่งคุณมีเวลาเบรค หรือ อย่างน้อย มันก็ไม่ร้ายแรงแบบนี้ แต่คุณไม่ทำ 
2.คุณขับรถใหญ่ คุณต้องระวังให้มากกว่าคนอื่น ถ้าเป็นมอเตอร์ไซค์ ผมคงไม่ได้มีโอกาส มาพิมพ์ในกระทู้ หรือ จากไปโดยที่ไม่ได้ร่ำลาใครเลย คนที่ทำงาน คงคิดว่าผมหนีงาน คนบ้านคงคิดว่าผมไม่ติดต่อไป เพื่อนคงคิดว่าไม่ได้เล่นเฟสบุ๊ค หรือไลน์ เห็นเงียบไป
3.คุณรอดมาได้ยังไง ถ้าคุณขับรถชนรถที่ขนาดเท่ากับรถคุณ คุณก็คงตายไปแล้ว ด้วยแรงปะทะมหาศาล อีกไม่กี่กิโลผมก็จะถึงที่พักแล้ว ถ้าคุณใส่ใจในการขับรถบนถนนให้มากกว่านี้เรื่องแบบนี้ก็จะไม่เกิด
4.ผมยังรอวันที่คุณจะแสดงความรับผิดชอบ กล่าวคำขอโทษ หรือโทรมาถามผมบอกว่า เป็นอะไรไหม ซึ่งผมคิดว่าคุณคงไม่สนใจหรอก หลังจากแยกย้ายผมว่าคุณคงอาบน้ำนอนดูทีวีสบายใจเฉิบ แต่ผมต้อง เคลียร์เรื่องรถตัวเองที่คุณชนพังยับ ต้องไปหาหมอ ต้องจ่ายค่าน้ำมันให้เพื่อน ต้องนั่งรถเมล์ไปทำงาน ต้องนั่งรถเมล์กลับบ้าน ส่วนคุณใช้ชีวิตตามปกติ เสมือนว่าคุณขับรถชนแมลงวัน รถคุณแค่ถลอก คุณก็แค่เอามือปัดๆลูบๆ ทุกอย่างก็เป็นเหมือนเดิม  วีไอกับเทคนิค
อุทาหรณ์เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า เราไม่ชนเขาเขามาชนเรา เราระวังแต่เขาไม่ระวัง สุดท้ายภาระมาตกที่ คนถูกชน เสียทั้งเวลา เสียทั้งรถ เสียทั้งเงิน เสียทั้งงาน เสียทุกอย่าง โดยที่คุณไม่ได้อะไรตอบแทนเลย คุณมีแต่จะขาดทุนเท่านั้น 

ข้อแนะนำกับเหตุการครั้งนี้

ทำประกันภัยไว้ดีกว่าครับ ในกรณีที่เกิดขึ้นนี้มีรถ 1 คันนะครับเป็น toyota vigo ที่ไม่ได้ทำประกันภัยไว้ ซึ่งหากคู่กรณีหนี เรื่องราวก็จะไม่จบแค่นี้ครับต้องไปฟ้องร้องกันอีก แต่ในกรณีที่เราทำประกันภัยไว้นั้น อย่างน้อยเวลาเกิดเหตุถ้าค่าซ่อมไม่เกินทุนตามกรมธรรม์ประกันภัยของเรา (แต่ในกรณีของผมทำประกันภัยชั้น 3+ มีคู่กรณี ทุนตามกรมธรรม์ 100,000 บาท ค่าซ่อมที่อู่เสนอ 333,327 บาท กำหนดระยะเวลาซ่อมไม่เกิน 45 วัน ซึ่งเกินทุนตามกรมธรรม์ ที่ผมทำไว้ จึงต้องแสดงความประสงค์สละสิทธิ์ในการใช้กรมธรรม์ของตัวเอง เพื่อไปใช้สิทธิ์กรมธรรม์ของคู่กรณี ทุนตามกรรมธรรม์ จำนวน 400,000 บาท แทน ในกรณีที่เป็นฝ่ายถูกน่ะครับถึงจะทำได้ และ สามารถใช้สิทธิ์รถลากจูงได้ 1 ครั้ง ค่าใช้จ่ายบริษัทประกันภัยออกให้ 20 % ซึ่งส่วนใหญ่ลูกค้าจะไม่ได้เสียค่าส่วนต่างนี้ครับ เราก็สามารถยกรถไปซ่อมที่อู่ได้เลยครับ รอแค่เจ้าหน้าที่จากทางบริษัทฯเข้ามาประเมินราคาตามที่อู่เสนอและรออนุมัติรายการซ่อม ก็เรียบร้อยครับ ซ่อมได้เลยมีกำหนดระยะเวลาซ่อมให้ + เรียกค่าขาดประโยชน์จากการใช้รถระหว่างรอซ่อม คุณอาจจะเช่ารถให้ระหว่างนี้ก็ได้ครับ ก็ยังพอรับได้

ประกันภัย เหมือนเป็นกันชนให้เรา รับแรงกระแทกน้อยลงครับ ทำให้รู้สึกว่าจากหนัก กลายเป็นเบา เสมือนมีหมอนใบนึงมารองรับคุณไว้ อย่าเสียดายเงินที่จะทำประกันภัยครับเมื่อถึงเวลาแบบนี้แล้ว มันคุ้มค่าจริงๆครับ ไม่เสียดายเงินที่ทำประกันภัยเลยครับ

*มีแล้วไม่ได้ใช้ ดีกว่าจะใช้แล้วไม่มีครับ*  เม่าผิงไฟ

[img]https://f.ptcdn.inf
แก้ไขข้อความเมื่อ

แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่