ผมแค่อยากขอให้คุณอวยพรให้ผมหน่อยว่าผมจะทำ มันสำเสร็จ.

กระทู้สนทนา
สวัสดีครับ
นี่เป็นการเขียน กระทู้ แรกของผมในชีวิตเลย ผมจะเล่าช่วงชีวิตใน 1-2 ปีที่มาให้ฟังแบบสั้นๆ นะครับ
ปัจจุบันผม อายุ 23 ปี และ ผมมีความฝัน.

นิสัยส่วนตัว
ผมเป็น พวกบ้าที่จะคุยธุรกิจ บ้าอ่านบทความ มุมมองชีวิต และ เป็นคนในหัวจะคิดตลอดเวลา เรียกได้ว่าทุก ชั่วโมง
ต่อจากนี้ ผมจะทำอะไร เป็นพวก บ้าวางแผน เลยก็ว่าได้ และ สิ่งที่ผมเกลียดที่สุดคือ การอยู่นิ่งๆ นั้นแหล่ะครับ.

ครอบครัว
ผมเป็น ลูกคน เดี่ยว การที่เป็นลูกคนเดียวอย่างน้อย เราก็ต้องดูแล ธุรกิจ ที่บ้านก่อน เพราะ ถ้าเราไม่ทำแล้วใครจะทำ
ผมพูดในทางที่ธุรกิจ สามารถ หรือ มีโอกาส ดำเนินต่อไปได้นะครับ และ อีก อย่างสำหรับผม ถ้าไม่ได้นับปริญญาโท หรือ เรียนต่อนอก
การเรียนรู้จาก พ่อแม่ ในด้านธุรกิจเป็น ทางลัด ที่จะพัฒนา ตัวเองอย่างก้าวกระโดดเลยที่เดียว

2561 ผม จบมหาวิทยาลัยคณะบริหารการจัดการมา  ผมมีโอกาสได้เป็น (ประธานสาขาด้วยนะครับ) สำหรับผมเป็นช่วง ชีวิตที่วิเศษมาก
มันได้อะไรที่แตกต่าง และ หาไม่ได้ในห้องเรียน มหาวิทยาลัยจริงๆ นะครับ เรียกว่า พลิก ชีวิต ผมเลยก็ว่าได้

2562 ผม เริ่มทำงาน เป็น sale อยู่ บริษัทแห่งนั้นได้เกือบ 1 ปี  ผมทำเต็มทีทุกวันทุกนาที ผมมีไฟในการทำงานมาก ชนิดที่เดินผ่านโต็ะใครก็ไฟลุกได้
แหล่ะครับการเป็น sale ไม่ใช่อาชีพที่น่าดูถูกนะครับ หลายคนอาจจะมองว่าแบบนั้นสำหรับผม เป็นอาชีพที่ ทำให้ผม พัฒนา แบบก้าวกระโดดเลย
และ อีกอย่าง เกือบทุก ธุรกิจ อยู่ได้ด้วยการขาย พนักงานขายที่ดีและเก่ง  ไม่ว่าคุณจะให้เค้าขายอะไรเค้าก็ขายได้และขายดีอย่างเท่น้ำเทท่าอีกด้วย
ทักษะนี้เป็นทักษะที่ขาดไม่ได้หากคุณต้องการมี ธุรกิจ เป็นของตัวเอง เจ้านายที่ขายเก่ง ยังสามารถ แชร์ทักษะ เหล่านี้ให้ลูกน้องที่ทำงานด้านงานขาย
ได้เสมือนคุณไปขายเอง  ผมเอาไว้แค่นี้ก่อนเดียวยาว 5555

2563 ช่วงนี้อาจจะ ยาวหน่อยนะครับ 555 ผมลาออกจากที่ทำงาน แต่อันที่จริง ผมคิดไว้หมดแล้วเรื่อง time line ของ ชีวิตผม ผมเลยรู้ว่าผม เข้าไปที่ บ. เพื่ออะไรแล้วเมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วผมจะออกเมื่อไรแต่ผมรัก บ.ที่ผมอยู่มากนะ ผมไม่ลาออกอย่างพวกที่ วันรุ่งขึ้นก็ไม่มาเลย มันเป็นการกระทำที่ไม่สมควรนะผมว่า การไปมาลาไหว้ผู้ใหญ่สำหรับชาวไทยเราถือเป็นเรื่องสำคัญ จากไปด้วยคำอวยพรดีกว่าไปด้วยคำนินทาว่าร้ายนะครับ  ผมลาออกได้ วันรุ่งขึ้นผมก็มาช่วยงานที่บ้านเลย คือ งานขายของและของนั้นคือ รองเท้า นั้นเองครับ. ถึงผมจะบอกว่าผม วางแผนช่วงเวลาชีวิตผมไว้แล้ว แต่ก็ยังไม่รัดกุม และ มีช่องว่างเต็มไปหมดอาจจะเพระาผมยังเด็กอยู่ ผมเริ่มช่วยงานที่บ้าน ตอนปี 2562 ต้นเดือน มิถุนายน  ถึงผมจะเคยเป็นพนักงานขายในบ.แห่งหนึ่ง จน สามารถหา ฐาน ลูกค้าให้ใหม่ บ. ได้โดนอายุยังแค่ 22-23 ปี แต่ก็ได้คำแนะนำจากเจ้านายผมเลยทำได้ พอมาขายของที่บ้าน คน ละอย่างเลยครับ บ้านผมขายของหน้าร้าน ซึ่ง ต่างจากการใส่ชุดทำงาน เท่ๆ ถือ กระเป๋าหนังหล่อๆ ไปคุยกับ ลูกค้า 5555 มันไม่ง่ายเลยครับ คิดว่าเราเป็น sale นายจะทำไรพวกนี้สบาย
แต่ไม่เลยครับ ช่วงแรกๆ ผมไม่กล้าขาย ขายไม่ได้สักคู่ แต่อย่างว่าครับ ลักษณะการขายมันไม่เหมือนกับตอน เป็น sale ที่ บ. เน้อะ 55555 

เอาหล่ะ ผมทำงานที่บ้านได้ 1-2 เดือนผม เริ่มจะลงตัวผมเริมจับจุดได้ จริงๆ มันมีความลับซ่อนอยู่ในการ ขาย หรือ การทำการตลาดนะ เท่าที่ผมเจอมา
แต่ถ้าให้ผมเล่าคงยาว 5555 พอผมเริ่มลงตัวผมคิดว่า การที่เรามานั่งขายของแบบนี้เราจะไม่มีเวลาทำอะไรเลย ผมเลยขอคุณพ่อคุณแม่จ้างคนโดยที่แบ่งงานเดือนผมให้ สำหรับผม พ่อแม่เราเก่งที่สุดแล้วครับ แต่ ความคิดเค้าไม่ได้ถูกเสมอไป ผมเลยเอาเวลาที่ผมยอมเอาเงินเดือนผมแลกไปเนี้ยะ ผมมีเวลาวันหนึ่งเยอะขึ้นมาก ผมอย่างนั้นได้ จนเข้า 3-4 เดือนผม คงอยู่ราวๆ ปี 2562 เดือน 10 เห็นจะได้นะครับ ผมค้นพบสิ่งหนึ่งที่เปลี่ยน Vision ของผมที่มีมาทั้งแต่มหาลัยเลยก็ว่าได้สั่งนั้นคือ   

คนที่ประสบความสำเร็จไม่ว่าจะมีมากหรือมีน้อย ส่วนใหญ่ล้วนรู้จักสิ่งสำคัญที่สุดในการทำงาน 
งานที่ทำแล้วได้เงิน + งานที่ทำแล้วมีความสุข
ผมเชื่อว่า balance สองอย่างนี้จะทำให้คุณเป็นคนที่ประสบความเร็จและมีความสุขได้ คุณลองคิดดูสิว่ามันวิเศษขนาดไหน ถ้าคุณได้ทำส่งที่ชอบ และ ได้เงิน จริงอยู่ที่บางคนประสบความสำเร็จมีเงินมากมายแต่เค้ากลับไม่มีความสุข หรือ ทำงานที่มีความสุขแต่ไม่มีเงิน แน่นอน ยุคนี้ต้องอยู่กินด้วยเงินทอง
ไม่มีเงินทองก็ลำบาก ก็นับได้ว่าไม่มีความสุขจริงไหม.

พอผมลองมาวิเคราะห์และแปรผลทั้งหมด และ มองย้อนมาที่ตัวเราแต่ตัวเรากลับ ยังไม่รู้เลยตัวเองชอบอะไร นั้นแหล่ะครับ คือ จุดเริ่มต้น
ผมเริ่มออกค้นหาว่าตัวเองชอบอะไรและมีโอกาสที่จะทำมันสำเร็จแค่ไหน ผมใช้เวลาประมาน 2 เดือนที่ค้นหา ตัวเองอย่างจริงจังแต่หาเท่าไรก็หาไม่เจอแถมปวดกระบาลอีก วันหนึ่งผมมองย้อนกลับไปอดีตหาสิ่งที่เราชอบและเราผูกผันมาตั้งแต่เด็ก แต่ผมดูแลธุรกิจที่บ้านไปด้วย เพระาพ่อแม่ผมเค้าจะไม่ค่อยทำแล้วตั้งแต่ผมมาดูแลแทนเราต้องรู้นะว่าอะไร สำคัญมาเป็นอันดับ 1 จัดลำดับให้ถูก ผมไม่ทำให้ยอดขายที่บ้านตก รวมถึง ค้นหาตัวเองไปด้วย จนในที่สุด ปี 2563 เดือน ที่ 1 ผมเจอสิ่งที่ตัวเอง อาจจะ ชอบมันจริงๆ ก็ได้คือ sneaker (่ รับมันไม่บังเอิญเป็นสายงานเดียวกับงานที่บ้านหรอก ผม เพราะผมคิดไว้ในบรรทัดฐานของที่บ้านด้วย ผมลูกคนเดียวผมต้องดูแลธุรกิจที่บ้านต่ออยู่แล้วอย่างน้อยก็เป็นธุรกิจที่ทำให้เรามีถึงทุกวันนี้ ) พอผมเริ่มรู้ผม ลอง หลับตาแล้ว จิตนาการวันที่ผม ทำมันสำเร็จ ผมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกในใจผมมันบอกว่าผมชอบมัน ผมอยากที่จะทำมัน ผมเริ่มพิสูจน์ว่าตัวเองชอบจริงๆ หรือ แค่ความรู้สึก ช่วงวู้บ จนผ่านมา ปี 2563 ปลายเดือน มกราคม ผมพิสูจน์มาจนในใจผมบอกว่า ไม่ต้องพิสูจน์ไม่ต้องอะไรแล้ว เริ่มทำแม้งเลย นั้นแหล่ะครับ
ผม เริ่ม ทำมันขึ้นมาคอยๆ เป็นคอย ๆ ไปเพราะผม ยังไม่มีประสบการณ์ทางด้านนี้เลย แต่อยากทำเพราะความชอบล้วนๆ ผมทำมาได้ จนถึง ปัจจุบัน ผมก็เจอปัญหา อาจจะไม่ใช่ปัญหา แต่เป็น กำแพง ที่ขว้างกันผมมากกว่า นั้นคือ ผม ไม่ได้เรียนชอบด้านแฟชั่นมา ผมจะทำไรแบบนี้ได้หรอวะ สิ่งที่ทำให้ผมคิดแบบนี้คือ ไม่ว่าผมจะออกแบบ หาข้อมูล ทำอะไรต่างๆ นาๆ ไปปให้บรรดาเพื่อนที่เรียนแฟชั่นทั้ง หลาย มีแต่คนหัวเราะ มีแต่คนเหมือนดูถูก ดูแคลนผม บางครั้งผมก็รู้สึกแย่เหมือกกันนะ 5555555555555 

สุดท้ายนี้ผม แค่อยากขอให้คนที่เข้ามาอ่านอวยพรให้ผม ประสบความสำเร็จ
ขอบพระคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนะครับ ผมขอให้ทุกคนที่เข้ามาอ่าน ประสบความสำเร็จในชีวิต และ สมหวังทุกๆอย่างเช่นกัน
อมยิ้ม36
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่