เรื่องนี้เป็นเรื่องที่รู้สึกว่าไม่น่าเล่า และไม่เคยพูดกับใครเลยตลอด 8 ปี
เพราะมองว่าคู่รักควรให้เกียรติกัน ปัญหาภายในคือภายใน คามในอย่านำออกความนอกอย่านำเข้า
แต่ทุกเรื่องภายในของเรา อีกฝ่ายกับเอาไปเล่าให้คนภายนอกฟัง ซึ่งเล่าในมุมของตัวเอง
ก็อย่างที่สุภาษิตหลายๆที่บอกละ ไม่มีใครเล่าความชั่วของตัวเองหรอก เพราะฉะนั้นอย่าฟังความข้างเดียว
ไหนก็มีปัญหาคาใจมานานละ ขอเล่าในมุมของตัวเราบ้าง ซึ่งก็กลับไปอ่านบรรทัดก่อนหน้า เราก็อาจจะไม่เล่าความชั่วของเราก็ได้
ประเด็นของปัญหา คือ คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องเงิน ฉะนั้นจะขอเล่าเน้นไปที่เรื่องเงินนะคะ
ขอใช้ตัวย่อ ผญ.คือเรา ผช.คือแฟนค่ะ
ผญ.กับผช. คบกันมา 8 ปี ผช. เลี้ยงข้าวแค่ 6 เดือนแรก สายเปย์ พากินแต่ของดี พาเข้าบ้าน ออกค่าแท็กซี่ไปทำงานให้
หลังจาก 6 เดือน ผช.เงินหมด ผช.ไม่ค่อยมีงาน จึงไม่มีเงิน และเป็นหนี้บัตรเครดิตประมาณ 50K ทุกวันนี้ยังโทษว่าที่เป็นหนี้เพราะกดเงินสดมาพา ผญ. ไปเที่ยว ไปกิน
ผช.มีอาชีพ เป็นพ่อค้าคนกลางรับของมาขายต่อ ช่วงหลังสินค้าตัวนั้นไปต่อไม่ได้ เลยงานค่อยๆลด เพราะไม่มีใครต้องการของแล้ว
ผญ.เลยต้องเป็นคนจ่ายทุกอย่าง ค่ากิน ค่าแท็กซี่ไปทำงานเพราะย้ายมาอยู่บ้าน ผช. วันละ 300+ เมื่อค่าใช้จ่ายรายวันที่ต้องจ่ายเริ่มเยอะ เริ่มไม่ไหว ผญ.เลยขอกับไปอยู่หอที่เคยอยู่มาก่อน ก่อนย้ายมาอยู่บ้านผช.เพื่อลดค่าใช้จ่าย
คืนนึงมีปัญหาทะเลาะกันเพราะดึกแล้ว ผญ.ง่วงจะวางสาย ผช.ไม่ยอมไม่ให้วาง ผช.ตามไปโวยวายถึงหอตอนตี 1 โดยเพื่อนผญ. ก็อยู่ในห้องนั้นด้วยโดยไม่มีความเกรงใจใดๆ #คือควรจะคิดได้แต่ตอนนี้แล้ว แต่ ผญ.อยู่มาได้จนทุกวันนี้
ผญ.เกรงใจเพื่อนไม่อยากทะเลาะกันให้เพื่อนเห็น เลยกลับมาอยู่บ้านผช. โดยจ่ายทุกอย่างเองทั้งหมดเหมือนเดิม ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายของ ผช.ด้วย พาพ่อแม่ผู้ชายไปกินข้าว ไปโน้นนี่ ผญ.รับก็ผิดชอบทุกอย่างมาตลอด
คบกันได้ประมาณ 1 ปี ผช.อยากได้รถมือ 2 จากการนำเสนอขายของเพื่อนเขา โดยตกลงกันตอนจะซื้อคือจะช่วยผ่อนคนละครึ่ง แต่ ผช.ผ่อนแค่ประมาณ 3 เดือน ก็ไม่เคยผ่อนอีกเลยเพราะไม่มีรายได้ ผญ.ก็รับผิดชอบทั้งหมด
ทะเลาะกันหลายร้อยครั้งด้วย เรื่องใหญ่ๆที่ทะเลาะมีอยู่ 3 เรื่อง
1. เรื่องปัญหาการเงินบ้างเพราะผญ.ต้องหาเงินคนเดียว รับผิดชอบค่าใช้จ่ายคนเดียว
2. ผญ.เหนื่อยไม่ยอมมี sex ผช. โวยวาย ฉีกเสื้อผ้า ผญ.ขาด ทะเลาะกันลั่นบ้าน จนพ่อแม่ผช.ตกใจ ไม่ต่ำกว่า 20 ครั้ง
3. เรื่อง ผช. ขับรถ อารมณ์ร้อน ด่า ปราด แซง เบรค กับรถทุกคันที่คิดว่าผิด ตัวเขาเป็นฝ่ายถูก ทุกคนที่นั่งรถกับเขาจะได้รับรู้ถึงความเสี่ยงของชีวิต อย่างแม่ผช.ทุกครั้งที่ขึ้นรถเขาต้องสวดมนต์
ตั้งแต่นั้นมา ผญ.ไม่เคยอยากอยู่กับ ผช.อีกเลย อยากออกไปจากจุดนี้ อยากเลิก อยากหายไป
แต่ก็มีเหตุการณ์ทำให้ ผญ.ต้องอยู่ต่อ
คือแม่ของ ผญ.ไม่สบายแล้ว ผช ไปเฝ้าที่ รพ.ด้วย ดูแลแม่ ผญ.อย่างดี ไม่ได้ทิ้ง ผญ.ไปในช่วงที่ ผญ.กำลังลำบาก ประกอบกับ ผญ.มีโรคประจำตัวแต่ผช.ก็ดูแลอย่างดีไม่เคยทิ้งให้ไปหมอคนเดียว
ผญ.ก็อยู่กับ ผช.มาตลอด โดยยังทะเลาะกันอยู่เหมือนเดิม แต่เริ่มน้อยลง เพราะผญ.รู้สึกว่าผช.มีบุญคุณกับเขาที่ดูแลแม่ตอนป่วย เลยเริ่มไม่บ่นเรื่องการเงิน พยายามไม่บ่นเรื่องขับรถ อยากขับเลวก็ขับไป ทนไม่ไหวจริงๆก็จะพูดบ้าง มีปัญหาอะไรก็เก็บไว้คนเดียวพูดคุยเท่าที่จำเป็น
เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ผญ.ลาออกจากงานเพื่อมาทำธุระกิจส่วนตัวในช่วงแรก ต้องไปพบลูกค้า พยามจะลดค่าใช้จ่าย เลยอยากให้ ผช.อยู่บ้านไม่ต้องตามไปด้วย ผญ.จะขับรถเอง แต่ผช.ไม่ยอม ทะเลาะกันอีก เพราะผช.ไปด้วยก็ไม่ได้ทำอะไร ขับรถไปให้ กินกาแฟ กินข้าว ไปตกปลารอ ตอนเย็นรับกลับบ้าน ค่าใช้จ่ายวันละ 300+ แล้ว แต่ ผช. ก็ไม่ยอม
ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน ผญ.พยายามทุกทางเพื่อช่วยให้ ผช.มีรายได้ เช่น ให้ลองสมัครงาน ขายของทางอินเตอร์เน็ตไหม หาความรู้ในเรื่องโน้นนี่เพิ่มไหม โดยพ่อแม่ ผช.ก็ช่วยพูด พอพูดบ่อยๆ กลายเป็นทะเลาะกัน กลายเป็นกดดันเขา เสียใจ ร้องไห้ ทุกคนก็เลยเลิกพูด
พอผญ.เริ่มมีลูกค้า จึงคุยกับผช.ให้เลิกตกปลา แล้วเข้าพบลูกค้ากับ ผญ.แทน เพื่อเรียนรู้งาน ตามไปบ่อยๆ อนาคตจะได้ช่วยงานได้ ช่วงแรกๆ ก็มีปัญหา โวยวาย บ่นเบื่อ มานั่งเฉยๆไม่มีอะไรทำ คือให้มาเรียนรู้ แต่คุณนั่งเฉยๆ ไม่สนใจเรียนรู้ จะให้ทำยังไง ผญ.พยายามอย่างสูงเพื่อดึง ผช.ขึ้นมาแต่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
ช่วงหลังเริ่มมีลูกค้าที่ต้องการสินค้าที่ ผช.ถนัด ผช.เริ่มสนใจต้องการเสนอขายเอง โดยใช้ชื่อ บ.ผญ.ขาย แล้วกำไรจ่ายเขาทั้งหมด ผญ.ก็พยายามอธิบายหลายต่อหลายครั้งว่า กำไรจ่ายทั้งหมดไม่ได้เพราะ บ.ต้องเสียภาษีขอหัก ภาษีไว้แล้วที่เหลือก็จ่ายเขาไป เช่น ขาย 107 กำไร 20 จ่ายเขา 13 บาท กว่าจะยอมเล่นเอาเหนื่อย
โดยถึง ผช.จะมีรายได้ แต่ผญ.ยังรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างเหมือนเดิม เมื่อขอให้ ผช.ช่วยจ่ายบ้างจะบอกว่าตัวเขาเองมีรายได้น้อย ผญ.มีเงินเก็บเยอะก็ต้องเป็นคนจ่าย
เมื่อ ผช. เริ่มมองเห็นลู่ทาง ก็เริ่มอยากไปทำงานด้วย ขอไปช่วยงาน ผญ.ก็เริ่มรู้สึกดี ที่ ผช.เริ่มพัฒนาตัวเอง แต่ลูกค้าทุกรายก็ไม่ได้ต้องการสินค้าผช.ทุกเจ้า ฉะนั้น ผช.จึงไม่ได้มีรายได้ทุกเดือน
ปัญหาเกิดอีกครั้งเมื่อ จำเป็นต้องซื้อรถใหม่ เนื่องจากต้องไปพบลูกค้าต่างจังหวัดบ่อย และรถคันเก่าเริ่มไม่ไหวแล้วกลัวจะเสียกลางทาง เลยตัดสินใจซื้อ โชคดีที่ช่วงนั่นมีลูกค้ารายใหญ่เข้ามา และ ผช.ขายสินค้าของเขาพ่วงกับผญ.ได้ด้วย
ผญ.จึงขอเงินกำไรก้อนนั้น 30K มาช่วยดาวน์รถ เนื่องจากดาวน์ทั้งหมด 250 K เงินผญ.ไม่พอ ประจวบกับช่วงนั้นแม่ผญ.ไม่สบายนอนโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายเยอะต้องจ้างคนเฝ้าด้วย
การทะเลาะครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้ง ผช.ไม่ยอมเด็ดขาด ผญ.พยายามอธิบายเหตุผลสาระพัด แต่สุดท้าย ผญ.ก็พยายามเข้าใจ ผช. ว่าคนไม่เคยมีรายได้เยอะขนาดนี้มานานแล้ว พอมีเขาอยากได้เงินไปใช้ส่วนตัว เลยโอนเงินก้อนนั้นคืนให้ ผช. แต่ผช.เปลี่ยนใจแล้วไม่เอา ไว้มีเงินค่อยคืนเขา สรุปผญ.เป็นหนี้ผช. 30 K โดยรถใช้ด้วยกัน และต้องจ่ายค่ากินอยู่รับผิดชอบแม้กระทั่งค่าไม้จิ้มฟันให้ผช.เหมือนเดิม
ช่วงหลัง ผช.เริ่มรู้ว่า ผญ.มีรายได้เท่าไร มีเงินเก็บเท่าไร ก็เริ่มอยากให้ ผญ.จ่ายเงินเดือน เพราะอยากมีรายได้มาใช้ส่วนตัวบ้าง
อ้างว่าช่วยงาน ซึ่งงานที่ให้ช่วย ผช.อยากมาช่วยเอง บอกผญ.ว่าให้แบ่งงานมาจะทำคนเดียวทั้งหมดทำไม เขาก็ว่างๆอยู่ จะได้เรียนรู้ด้วย แต่สุดท้ายมาเรียกร้องขอเงินเดือน
โดย ผช.ก็ปรึกษาเพื่อนๆเขา เพื่อนๆเขาก็ไม่รู้ว่ารู้รายละเอียดภายในแค่ไหน ก็แนะนำให้เขามาขอแบ่งรายได้จาก ผญ. เพื่อนรักเพื่อนก็ไม่แปลกนะ แต่ควรจะแนะนำเพื่อนในทางที่ดีกว่านี้
ที่ผ่านมา เราคิดว่า ผญ.ก็ไม่ได้ใจร้ายนะ เมื่อมีงานที่กำไรดีๆมา ผญ.จะแบ่งให้ ผช.ไว้ใช้ส่วนตัวตลอด ครั้งละ 10,000 บ้าง 5,000 บ้าง โทรศัพท์พังก็ซื้อให้ใหม่เป็นค่าตอบแทนช่วยงาน ซื้อโน๊ตบุคตัวละ 35K ให้ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องแพงขนาดนั้น แต่ ผช.อยากได้สเปคเจ๋งๆ ผญ.ก็ยอมจ่าย
ช่วยค่าใช้จ่ายในบ้าน ผช.พาพ่อแม่ไปกินข้าว ผญ.ก็จ่าย เงินเดือน พ่อแม่ผช. ผญ.ก็จ่ายให้ เทศกาลตรุษจีน ผญ.ก็จ่าย งานแต่ง งานศพ ใส่ซองญาตผช. ผญ.ก็เป็นคนจ่าย
แต่ ผช.ยังเรียกร้องจะให้แบ่งเงินเดือนให้ เคยถามตัวเองไหมว่าทำอะไรบ้าง ถ้าต้องการค่าแรงวันละ 500 ทำงานอะไรที่มูลค่าสมควรกับ 500/วันหรือยัง ผช.บอกว่าก็ขับรถให้ทุกวัน ช่วยเท่าที่ช่วยได้ไง
ผญ.เลยยื่นข้อเสนอจะจ่ายเงินให้เดือนให้ก็ได้ เดือนละ 15,000 (ถ้าจ้างคนขับรถน่าจะถูกกว่านี้และเลือกคนขับรถใจเย็นๆได้ด้วย)
โดยต้องรับผิดชอบตัวเองนะ จ่ายเงินเดือนพ่อแม่เอง จ่ายค่ากิน ค่าของใช้ส่วนตัวเองทุกอย่างนะ เงียบไปสักพักน่าจะคิดได้ว่าที่ ผญ.จ่าย เยอะกว่าเงินเดือนที่เรียกร้อง สรุปก็ไม่เอา แต่ก็ยังไปบ่นกับเพื่อนๆสนิทของเขาอยู่
จริงๆยังมีอีกหลายเรื่องเกี่ยวกับตัวผช. ที่สรุปในมุมของ ผญ.
เรื่องดีๆ
1. ดูแลครอบครัว ผญ.ดี ดูแล ผญ.ดี
2. ไปไหนไปด้วยไม่เคยทิ้ง ผญ.ไปคนเดียว (ขับรถให้ตลอดไงเลยไปไหนคนเดียวไม่ได้)
3. รัก ผญ.หรือเปล่าไม่รู้ เพราะบ่นกับเพื่อนอยากเลิกทุกวัน แต่ไม่ยอมเลิกสักที ไม่เคยมีเรื่องนอกใจ
สิ่งที่ ผญ.ไม่ชอบ พยายามคุยปรับทัศนคติ หาหนังสือ เปิดยูทูปความคิดบวกให้ฟังแต่ไม่เป็นผล
1. อารมณ์ร้อน เตะหมา ด่าผญ. ยังไม่เคยตบเด็ก แต่มีเรื่องจะไปต่อยกับรถบนถนนหลายร้อยครั้ง
2. ปากหมา ปากจัดยิ่งกว่าผญ. สาระพัดสัตว์อยู่ในปาก
3. ทะเลาะกับทุกคนเพราะปากหมานี่แหละ
4. ทัศนคติลบ ทุกเรื่องจริงๆ
ถ้าคุณเป็น ผญ.จะทำยังไงต่อกับชีวิตดี ? แนะนำ ซ้ำเติมได้นะคะ
ตอนนี้สุขภาพจิตแย่มาก
ตั้งกระทู้ครั้งแรกผิดพลาดขออภัยด้วยนะคะ
ทำยังไงดีแฟนมาขอให้จ่ายเงินเดือน
เพราะมองว่าคู่รักควรให้เกียรติกัน ปัญหาภายในคือภายใน คามในอย่านำออกความนอกอย่านำเข้า
แต่ทุกเรื่องภายในของเรา อีกฝ่ายกับเอาไปเล่าให้คนภายนอกฟัง ซึ่งเล่าในมุมของตัวเอง
ก็อย่างที่สุภาษิตหลายๆที่บอกละ ไม่มีใครเล่าความชั่วของตัวเองหรอก เพราะฉะนั้นอย่าฟังความข้างเดียว
ไหนก็มีปัญหาคาใจมานานละ ขอเล่าในมุมของตัวเราบ้าง ซึ่งก็กลับไปอ่านบรรทัดก่อนหน้า เราก็อาจจะไม่เล่าความชั่วของเราก็ได้
ประเด็นของปัญหา คือ คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องเงิน ฉะนั้นจะขอเล่าเน้นไปที่เรื่องเงินนะคะ
ขอใช้ตัวย่อ ผญ.คือเรา ผช.คือแฟนค่ะ
ผญ.กับผช. คบกันมา 8 ปี ผช. เลี้ยงข้าวแค่ 6 เดือนแรก สายเปย์ พากินแต่ของดี พาเข้าบ้าน ออกค่าแท็กซี่ไปทำงานให้
หลังจาก 6 เดือน ผช.เงินหมด ผช.ไม่ค่อยมีงาน จึงไม่มีเงิน และเป็นหนี้บัตรเครดิตประมาณ 50K ทุกวันนี้ยังโทษว่าที่เป็นหนี้เพราะกดเงินสดมาพา ผญ. ไปเที่ยว ไปกิน
ผช.มีอาชีพ เป็นพ่อค้าคนกลางรับของมาขายต่อ ช่วงหลังสินค้าตัวนั้นไปต่อไม่ได้ เลยงานค่อยๆลด เพราะไม่มีใครต้องการของแล้ว
ผญ.เลยต้องเป็นคนจ่ายทุกอย่าง ค่ากิน ค่าแท็กซี่ไปทำงานเพราะย้ายมาอยู่บ้าน ผช. วันละ 300+ เมื่อค่าใช้จ่ายรายวันที่ต้องจ่ายเริ่มเยอะ เริ่มไม่ไหว ผญ.เลยขอกับไปอยู่หอที่เคยอยู่มาก่อน ก่อนย้ายมาอยู่บ้านผช.เพื่อลดค่าใช้จ่าย
คืนนึงมีปัญหาทะเลาะกันเพราะดึกแล้ว ผญ.ง่วงจะวางสาย ผช.ไม่ยอมไม่ให้วาง ผช.ตามไปโวยวายถึงหอตอนตี 1 โดยเพื่อนผญ. ก็อยู่ในห้องนั้นด้วยโดยไม่มีความเกรงใจใดๆ #คือควรจะคิดได้แต่ตอนนี้แล้ว แต่ ผญ.อยู่มาได้จนทุกวันนี้
ผญ.เกรงใจเพื่อนไม่อยากทะเลาะกันให้เพื่อนเห็น เลยกลับมาอยู่บ้านผช. โดยจ่ายทุกอย่างเองทั้งหมดเหมือนเดิม ซึ่งรวมค่าใช้จ่ายของ ผช.ด้วย พาพ่อแม่ผู้ชายไปกินข้าว ไปโน้นนี่ ผญ.รับก็ผิดชอบทุกอย่างมาตลอด
คบกันได้ประมาณ 1 ปี ผช.อยากได้รถมือ 2 จากการนำเสนอขายของเพื่อนเขา โดยตกลงกันตอนจะซื้อคือจะช่วยผ่อนคนละครึ่ง แต่ ผช.ผ่อนแค่ประมาณ 3 เดือน ก็ไม่เคยผ่อนอีกเลยเพราะไม่มีรายได้ ผญ.ก็รับผิดชอบทั้งหมด
ทะเลาะกันหลายร้อยครั้งด้วย เรื่องใหญ่ๆที่ทะเลาะมีอยู่ 3 เรื่อง
1. เรื่องปัญหาการเงินบ้างเพราะผญ.ต้องหาเงินคนเดียว รับผิดชอบค่าใช้จ่ายคนเดียว
2. ผญ.เหนื่อยไม่ยอมมี sex ผช. โวยวาย ฉีกเสื้อผ้า ผญ.ขาด ทะเลาะกันลั่นบ้าน จนพ่อแม่ผช.ตกใจ ไม่ต่ำกว่า 20 ครั้ง
3. เรื่อง ผช. ขับรถ อารมณ์ร้อน ด่า ปราด แซง เบรค กับรถทุกคันที่คิดว่าผิด ตัวเขาเป็นฝ่ายถูก ทุกคนที่นั่งรถกับเขาจะได้รับรู้ถึงความเสี่ยงของชีวิต อย่างแม่ผช.ทุกครั้งที่ขึ้นรถเขาต้องสวดมนต์
ตั้งแต่นั้นมา ผญ.ไม่เคยอยากอยู่กับ ผช.อีกเลย อยากออกไปจากจุดนี้ อยากเลิก อยากหายไป
แต่ก็มีเหตุการณ์ทำให้ ผญ.ต้องอยู่ต่อ
คือแม่ของ ผญ.ไม่สบายแล้ว ผช ไปเฝ้าที่ รพ.ด้วย ดูแลแม่ ผญ.อย่างดี ไม่ได้ทิ้ง ผญ.ไปในช่วงที่ ผญ.กำลังลำบาก ประกอบกับ ผญ.มีโรคประจำตัวแต่ผช.ก็ดูแลอย่างดีไม่เคยทิ้งให้ไปหมอคนเดียว
ผญ.ก็อยู่กับ ผช.มาตลอด โดยยังทะเลาะกันอยู่เหมือนเดิม แต่เริ่มน้อยลง เพราะผญ.รู้สึกว่าผช.มีบุญคุณกับเขาที่ดูแลแม่ตอนป่วย เลยเริ่มไม่บ่นเรื่องการเงิน พยายามไม่บ่นเรื่องขับรถ อยากขับเลวก็ขับไป ทนไม่ไหวจริงๆก็จะพูดบ้าง มีปัญหาอะไรก็เก็บไว้คนเดียวพูดคุยเท่าที่จำเป็น
เมื่อ 3 ปีที่ผ่านมา ผญ.ลาออกจากงานเพื่อมาทำธุระกิจส่วนตัวในช่วงแรก ต้องไปพบลูกค้า พยามจะลดค่าใช้จ่าย เลยอยากให้ ผช.อยู่บ้านไม่ต้องตามไปด้วย ผญ.จะขับรถเอง แต่ผช.ไม่ยอม ทะเลาะกันอีก เพราะผช.ไปด้วยก็ไม่ได้ทำอะไร ขับรถไปให้ กินกาแฟ กินข้าว ไปตกปลารอ ตอนเย็นรับกลับบ้าน ค่าใช้จ่ายวันละ 300+ แล้ว แต่ ผช. ก็ไม่ยอม
ตลอดเวลาที่อยู่ด้วยกัน ผญ.พยายามทุกทางเพื่อช่วยให้ ผช.มีรายได้ เช่น ให้ลองสมัครงาน ขายของทางอินเตอร์เน็ตไหม หาความรู้ในเรื่องโน้นนี่เพิ่มไหม โดยพ่อแม่ ผช.ก็ช่วยพูด พอพูดบ่อยๆ กลายเป็นทะเลาะกัน กลายเป็นกดดันเขา เสียใจ ร้องไห้ ทุกคนก็เลยเลิกพูด
พอผญ.เริ่มมีลูกค้า จึงคุยกับผช.ให้เลิกตกปลา แล้วเข้าพบลูกค้ากับ ผญ.แทน เพื่อเรียนรู้งาน ตามไปบ่อยๆ อนาคตจะได้ช่วยงานได้ ช่วงแรกๆ ก็มีปัญหา โวยวาย บ่นเบื่อ มานั่งเฉยๆไม่มีอะไรทำ คือให้มาเรียนรู้ แต่คุณนั่งเฉยๆ ไม่สนใจเรียนรู้ จะให้ทำยังไง ผญ.พยายามอย่างสูงเพื่อดึง ผช.ขึ้นมาแต่ไม่มีประโยชน์อะไรเลย
ช่วงหลังเริ่มมีลูกค้าที่ต้องการสินค้าที่ ผช.ถนัด ผช.เริ่มสนใจต้องการเสนอขายเอง โดยใช้ชื่อ บ.ผญ.ขาย แล้วกำไรจ่ายเขาทั้งหมด ผญ.ก็พยายามอธิบายหลายต่อหลายครั้งว่า กำไรจ่ายทั้งหมดไม่ได้เพราะ บ.ต้องเสียภาษีขอหัก ภาษีไว้แล้วที่เหลือก็จ่ายเขาไป เช่น ขาย 107 กำไร 20 จ่ายเขา 13 บาท กว่าจะยอมเล่นเอาเหนื่อย
โดยถึง ผช.จะมีรายได้ แต่ผญ.ยังรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทุกอย่างเหมือนเดิม เมื่อขอให้ ผช.ช่วยจ่ายบ้างจะบอกว่าตัวเขาเองมีรายได้น้อย ผญ.มีเงินเก็บเยอะก็ต้องเป็นคนจ่าย
เมื่อ ผช. เริ่มมองเห็นลู่ทาง ก็เริ่มอยากไปทำงานด้วย ขอไปช่วยงาน ผญ.ก็เริ่มรู้สึกดี ที่ ผช.เริ่มพัฒนาตัวเอง แต่ลูกค้าทุกรายก็ไม่ได้ต้องการสินค้าผช.ทุกเจ้า ฉะนั้น ผช.จึงไม่ได้มีรายได้ทุกเดือน
ปัญหาเกิดอีกครั้งเมื่อ จำเป็นต้องซื้อรถใหม่ เนื่องจากต้องไปพบลูกค้าต่างจังหวัดบ่อย และรถคันเก่าเริ่มไม่ไหวแล้วกลัวจะเสียกลางทาง เลยตัดสินใจซื้อ โชคดีที่ช่วงนั่นมีลูกค้ารายใหญ่เข้ามา และ ผช.ขายสินค้าของเขาพ่วงกับผญ.ได้ด้วย
ผญ.จึงขอเงินกำไรก้อนนั้น 30K มาช่วยดาวน์รถ เนื่องจากดาวน์ทั้งหมด 250 K เงินผญ.ไม่พอ ประจวบกับช่วงนั้นแม่ผญ.ไม่สบายนอนโรงพยาบาล ค่าใช้จ่ายเยอะต้องจ้างคนเฝ้าด้วย
การทะเลาะครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้ง ผช.ไม่ยอมเด็ดขาด ผญ.พยายามอธิบายเหตุผลสาระพัด แต่สุดท้าย ผญ.ก็พยายามเข้าใจ ผช. ว่าคนไม่เคยมีรายได้เยอะขนาดนี้มานานแล้ว พอมีเขาอยากได้เงินไปใช้ส่วนตัว เลยโอนเงินก้อนนั้นคืนให้ ผช. แต่ผช.เปลี่ยนใจแล้วไม่เอา ไว้มีเงินค่อยคืนเขา สรุปผญ.เป็นหนี้ผช. 30 K โดยรถใช้ด้วยกัน และต้องจ่ายค่ากินอยู่รับผิดชอบแม้กระทั่งค่าไม้จิ้มฟันให้ผช.เหมือนเดิม
ช่วงหลัง ผช.เริ่มรู้ว่า ผญ.มีรายได้เท่าไร มีเงินเก็บเท่าไร ก็เริ่มอยากให้ ผญ.จ่ายเงินเดือน เพราะอยากมีรายได้มาใช้ส่วนตัวบ้าง
อ้างว่าช่วยงาน ซึ่งงานที่ให้ช่วย ผช.อยากมาช่วยเอง บอกผญ.ว่าให้แบ่งงานมาจะทำคนเดียวทั้งหมดทำไม เขาก็ว่างๆอยู่ จะได้เรียนรู้ด้วย แต่สุดท้ายมาเรียกร้องขอเงินเดือน
โดย ผช.ก็ปรึกษาเพื่อนๆเขา เพื่อนๆเขาก็ไม่รู้ว่ารู้รายละเอียดภายในแค่ไหน ก็แนะนำให้เขามาขอแบ่งรายได้จาก ผญ. เพื่อนรักเพื่อนก็ไม่แปลกนะ แต่ควรจะแนะนำเพื่อนในทางที่ดีกว่านี้
ที่ผ่านมา เราคิดว่า ผญ.ก็ไม่ได้ใจร้ายนะ เมื่อมีงานที่กำไรดีๆมา ผญ.จะแบ่งให้ ผช.ไว้ใช้ส่วนตัวตลอด ครั้งละ 10,000 บ้าง 5,000 บ้าง โทรศัพท์พังก็ซื้อให้ใหม่เป็นค่าตอบแทนช่วยงาน ซื้อโน๊ตบุคตัวละ 35K ให้ทั้งที่ไม่จำเป็นต้องแพงขนาดนั้น แต่ ผช.อยากได้สเปคเจ๋งๆ ผญ.ก็ยอมจ่าย
ช่วยค่าใช้จ่ายในบ้าน ผช.พาพ่อแม่ไปกินข้าว ผญ.ก็จ่าย เงินเดือน พ่อแม่ผช. ผญ.ก็จ่ายให้ เทศกาลตรุษจีน ผญ.ก็จ่าย งานแต่ง งานศพ ใส่ซองญาตผช. ผญ.ก็เป็นคนจ่าย
แต่ ผช.ยังเรียกร้องจะให้แบ่งเงินเดือนให้ เคยถามตัวเองไหมว่าทำอะไรบ้าง ถ้าต้องการค่าแรงวันละ 500 ทำงานอะไรที่มูลค่าสมควรกับ 500/วันหรือยัง ผช.บอกว่าก็ขับรถให้ทุกวัน ช่วยเท่าที่ช่วยได้ไง
ผญ.เลยยื่นข้อเสนอจะจ่ายเงินให้เดือนให้ก็ได้ เดือนละ 15,000 (ถ้าจ้างคนขับรถน่าจะถูกกว่านี้และเลือกคนขับรถใจเย็นๆได้ด้วย)
โดยต้องรับผิดชอบตัวเองนะ จ่ายเงินเดือนพ่อแม่เอง จ่ายค่ากิน ค่าของใช้ส่วนตัวเองทุกอย่างนะ เงียบไปสักพักน่าจะคิดได้ว่าที่ ผญ.จ่าย เยอะกว่าเงินเดือนที่เรียกร้อง สรุปก็ไม่เอา แต่ก็ยังไปบ่นกับเพื่อนๆสนิทของเขาอยู่
จริงๆยังมีอีกหลายเรื่องเกี่ยวกับตัวผช. ที่สรุปในมุมของ ผญ.
เรื่องดีๆ
1. ดูแลครอบครัว ผญ.ดี ดูแล ผญ.ดี
2. ไปไหนไปด้วยไม่เคยทิ้ง ผญ.ไปคนเดียว (ขับรถให้ตลอดไงเลยไปไหนคนเดียวไม่ได้)
3. รัก ผญ.หรือเปล่าไม่รู้ เพราะบ่นกับเพื่อนอยากเลิกทุกวัน แต่ไม่ยอมเลิกสักที ไม่เคยมีเรื่องนอกใจ
สิ่งที่ ผญ.ไม่ชอบ พยายามคุยปรับทัศนคติ หาหนังสือ เปิดยูทูปความคิดบวกให้ฟังแต่ไม่เป็นผล
1. อารมณ์ร้อน เตะหมา ด่าผญ. ยังไม่เคยตบเด็ก แต่มีเรื่องจะไปต่อยกับรถบนถนนหลายร้อยครั้ง
2. ปากหมา ปากจัดยิ่งกว่าผญ. สาระพัดสัตว์อยู่ในปาก
3. ทะเลาะกับทุกคนเพราะปากหมานี่แหละ
4. ทัศนคติลบ ทุกเรื่องจริงๆ
ถ้าคุณเป็น ผญ.จะทำยังไงต่อกับชีวิตดี ? แนะนำ ซ้ำเติมได้นะคะ
ตอนนี้สุขภาพจิตแย่มาก
ตั้งกระทู้ครั้งแรกผิดพลาดขออภัยด้วยนะคะ