JJNY : พิชัยหวั่น ศก.ไทยทรุดยาว จี้แก้ 12เรื่อง/จวก 3ป.อ้างอยู่บ้านหลวง/ชาวนาไม่เห็นด้วยใบขับขี่รถเกษตร/หวั่นจีดีพีติดลบ

กระทู้ข่าว
'พิชัย' หวั่น ศก.ไทยทรุดยาว จี้ รบ.เร่งแก้ 12 เรื่อง 'ตัดงบทหาร-ปรับภาษี'
https://voicetv.co.th/read/eKR4kEwX4 
  


 
อดีต รมว.พลังงาน หวั่นเศรษฐกิจไทยทรุดยาวฟื้นยาก แนะรัฐบาลคิดให้เป็น เปลี่ยนวิกฤตเป็นโอกาส เสนอ 12 เรื่องรัฐบาลเร่งแก้ไข เช่น ตัดงบทหาร ลดช่องว่างดอกเบี้ย ปรับโครงสร้างภาษี รักษาบาทอ่อนและลดราคาพลังงาน ฯลฯ
 
นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวในงานเสวนาเรื่อง การอภิปรายไม่ไว้วางใจ จัดโดยสภาที่ 3 และ คณะกรรมการญาติวีรชนพฤษภา 35 ที่สมาคมนักข่าวฯ ว่า เศรษฐกิจไทยในไตรมาสสุดท้ายปีที่แล้วขยายตัวได้เพียง 1.6 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าต่ำมาก ตำ่ที่สุดใน 21 ไตรมาส ทำให้ทั้งปี 2562 เศรษฐกิจไทยขยายได้เพียง 2.4 เปอร์เซ็นต์ ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี ทั้งที่ต้นปีรัฐบาลบอกเองว่าจะโตได้ 4 เปอร์เซ็นต์ แต่กลับลดต่ำลงมาอย่างหนัก 
 
ทั้งนี้ เศรษฐกิจไทยที่ย่ำแย่ในปี 2562 โดยเฉพาะในไตรมาสสุดท้าย ไทยยังไม่ได้รับผลกระทบจากไวรัสโคโรน่า (โควิท-19) เลย แสดงถึงความเสื่อมถอยของเศรษฐกิจไทยอย่างรุนแรง และยังเป็นความล้มเหลวในการบริหารเศรษฐกิจ และปีนี้เศรษฐกิจไทยจะยิ่งทรุดจากผลกระทบของไวรัสโควิท-19 และจะขยายตัวต่ำลงจากปีที่แล้ว
 
นายพิชัย ระบุว่า คำถามที่คาใจประชาชนคือ หากหลังจาก วิกฤตการณ์ไวรัสโควิท-19 ผ่านพ้นไปแล้ว เศรษฐกิจไทยจะกลับมาขยายตัวได้อย่างไร ในเมื่อเสาหลักเศรษฐกิจได้เสื่อมถอยหมดแล้ว และที่ผ่านมารัฐบาลยังไม่ได้แก้ไขปรับปรุงปัญหาต่างๆเลย ดังนั้นในภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่นี้ รัฐบาลควรคิดให้เป็นโดยพลิกวิกฤตเป็นโอกาส ดำเนินการแก้ไขปรับปรุงแก้ปัญหา 12 ข้อ ดังนี้ 
 
1. ปรับลดส่วนต่างดอกเบี้ยเงิบฝากและดอกเบี้ยเงินกู้ ของระบบธนาคารพาณิชย์ ทั้งนี้เพราะธนาคารกำไรเกินควร ในขณะที่เศรษฐกิจไทยขยายตัวต่ำเพียง 2.4 เปอร์เซ็นต์ แต่ ธนาคารพาณิชย์กลับมีผลกำไรเพิ่มขึ้นถึง 30.8 เปอร์เซ็นต์ เป็นเช่นนี้แล้วรัฐบาลจะไม่ถูกครหาว่าเอื้อประโยชน์แก่นายทุนได้อย่างไร 
 
2. ปรับลดราคาพลังงานโดยปรับทั้งโครงสร้าง ทั้งราคาหน้าโรงกลั่น ราคาเอทานอล รวมถึงราคาไฟฟ้า ทั้งนี้เพราะในภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่ แต่บริษัทพลังงานยังมีกำไรที่สูงมาก และโครงสร้างราคาพลังงานยังมีการบิดเบือน
 
3. ปรับปรุงโครงสร้างภาษีเพื่อให้เกิดความยุติธรรม และ ลดความเหลื่อมล้ำผู้มีรายได้สูง มีทรัพย์สินมาก นายทุนและเจ้าสัว ควรต้องจ่ายภาษีให้รัฐมากขึ้น เพื่อจะได้นำเงินมาช่วยพัฒนาประเทศและช่วยเหลือสนับสนุนประชาชนผู้ด้อยโอกาส อย่างเช่น การปรับปรุงภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ปัจจุบันยังมีโครงสร้างการเก็บภาษีที่บิดเบี้ยว 
 
4. ตัดงบทางการทหาร เพื่อมาช่วยประชาชนที่กำลังยามลำบาก งบทางการทหารเพิ่มขึ้นอย่างมากตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ดังนั้นในภาวะที่เศรษฐกิจย่ำแย่ และยังไม่มีภัยคุกคามเด่นชัด งบทางการทหารควรต้องปรับลดเพื่อนำมาใช้พัฒนาประเทศทางด้านเศรษฐกิจ
  
5. ตั้งหน่วยงานพิเศษเพื่อรับมือกับการยิงกราด และ การฆ่าตัวตาย หรือ การฆ่าตัวตายพร้อมครอบครัว ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเกิดเพิ่มขึ้น จากภาวะความเครียดของประชาชน ทั้งนี้หลังจากโศกนาฏกรรมทหารกราดยิงที่โคราช ก็ปรากฏการลอกเลียนแบบแล้วอย่างน้อย 2 หน แต่โชคดีที่ยังไม่มีผู้เสียชีวิต โดยส่วนใหญ่ความเครียดเกิดจากปัญหาทางเศรษฐกิจ
 
6. ผู้นำประเทศจะต้องนำการเจรจาหาข้อเสนอไม่ให้โรงงานย้ายหนีออกจากไทย โดยล่าสุด จีเอ็มได้ขายโรงงานให้จีนและถอนตัวจากไทย ก่อนหน้านี้ มาสด้า โยกย้ายฐานการผลิตบางรุ่นกลับญี่ปุ่น เป็นต้น โดยอยากให้ดูตัวอย่าง ผู้นำสหรัฐที่เจรจาและมีข้อเสนอไม่ให้โรงงานย้ายออก 
 
7. ต้องเร่งแก้ไขเรื่องฝุ่นละออง PM 2.5 จากโรงงานอุตสาหกรรม ดังเห็นได้จากคลิปถ่ายหมอกควันดำจำนวนมากจากโรงงานอุตสาหกรรมในเขตอุตสาหกรรมฝั่งตะวันออก อีกทั้ง วางแผนการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าในอนาคตเพื่อลดปัญหาฝุ่น PM 2.5 
 
8. รักษาค่าเงินบาทให้อ่อนค่าลง และ คงความอ่อนค่าไว้ ค่าเงินบาทได้อ่อนลงจากปัญหาเศรษฐกิจที่ไทยกำลังประสบ ดังนั้นรัฐบาลและแบงก์ชาติต้องถือโอกาสนี้คงความอ่อนค่าของบาทไว้อย่าปล่อยให้แข็งค่าอีก 
 
9. เร่งหารายได้ จากการเจรจาแหล่งพลังงานใน พื้นที่ทับซ้อน ไทย กัมพูชา โดยไม่ต้องพูดถึงการแบ่งเขตแดนที่ถกเถียงกันไม่จบ เพื่อขุดก๊าซธรรมชาติ สร้างรายได้ให้ประเทศ และ พัฒนาธุรกิจต่อเนื่อง อีกทั้งนำมาลดราคาค่าพลังงานให้กับประชาชน โดยจะทำให้ประเทศไทยได้รายได้เพิ่มขึ้นปีละหลายแสนล้านบาท ก่อนที่ในอนาคตโลกอาจจะไม่ใช้ก๊าซแล้วก็เป็นได้ ซึ่งถึงตอนนั้นอาจจะไม่มีค่าเลย อีกทั้ง รัฐบาลต้องคิดหาทางเพิ่มรายได้ให้ประเทศทางด้านอื่นๆ เช่น โครงการคลองไทย หรือ โครงการแลนด์บริดจ์ในพื้นที่ภาคใต้
 
10. สนับสนุน และ ปรับปรุงสิทธิประโยชน์การส่งเสริมการลงทุนเพื่อให้บริษัทเทคโนโลยีสตาร์ทอัพของไทยแข่งกับบริษัทต่างชาติได้ โดยไม่ปล่อยให้บริษัทต่างประเทศครอบงำธุรกิจเทคโนโลยีของประเทศไทยทั้งหมด อีกทั้งเร่งส่งเสริมธุรกิจเทคโนโลยีไทยให้เกิดขึ้นเร็วที่สุด เพื่อสร้างเอสเคิร์ฟอย่างแท้จริง
 
11. แก้ไขปัญหาการใช้อำนาจรัฐ และ ที่ดินของรัฐโดยผิดกฎหมาย โดยยกตัวอย่างการคืนที่ให้กับกรมธนารักษ์ ของ กองทัพบก ซึ่งเป็นตัวอย่างที่ดี และ ให้รัฐเร่งพัฒนาพื้นที่เพื่อประโยชน์ของประเทศโดยรวม 
 
12. รัฐต้องเร่งกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่แนวทางการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป จะต้องทำเพื่อให้เกิดการสร้างงาน ไม่ใช่แจกเงินสะเปะสะปะอย่างที่ผ่านมา 
 
"นี่เป็นเพียงบางตัวอย่างเท่านั้น ยังมีอีกหลายแนวทางที่รัฐบาลควรคิดได้เองและต้องเร่งทำ โดยอยากให้รัฐบาลนำไปพิจารณาปรับปรุงแก้ไขเพื่อพัฒนาประเทศ อีกทั้งต้องทำให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า หลังจากวิกฤตการณ์ไวรัสโควิด-19 ผ่านไปแล้ว เศรษฐกิจไทยจะฟื้นกลับมาได้ ไม่ใช่ทรุดแล้วทรุดเลยอย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ และหากทำไม่ได้ หรือ ทำไม่เป็น ก็ควรจะต้องออกไป เพื่อให้คนที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาบริหารประเทศแทน" นายพิชัย กล่าว
 

 
เพื่อไทย จวก "3 ป." ข้ออ้างอยู่บ้านหลวง คนละทิศคนละทาง นายกฯคนอื่นไม่เห็นมีปัญหา
https://www.matichon.co.th/politics/news_1986197
 
“เพื่อไทย” ติง นายกฯ แจงปมอยู่บ้านหลวง ระหว่างข้ออ้างกับคำแก้ตัว แค่เส้นแบ่งบางๆ
 
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด โฆษกพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ระบุ เหตุที่ไม่ย้ายออกจากบ้านพักหลวง ทั้งที่เกษียณอายุราชการนานแล้ว เนื่องจากมีความจำเป็นด้านการรักษาความปลอดภัย ว่า 
 
พี่น้อง 3 ป.ให้เหตุผลในการไม่ย้ายออกจากบ้านพักหลวงหลังเกษียณอายุราชการ ไปคนละทิศคนละทาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ ในฐานะพี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์ บอกว่า มูลนิธิป่ารอยต่อ เช่าที่จากกระทรวงการคลัง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย บอกว่าบ้านไกลไม่สะดวกเดินทาง เลยต้องอยู่บ้านพักหลวงต่อไป พี่น้อง 3 ป.จะให้เหตุผลเช่นใด ก็เป็นสิทธิ ที่จะสามารถพูดได้ แต่ประชาชนจะเชื่อและเห็นด้วยตามนั้นหรือไม่ก็เป็นสิทธิของประชาชนเช่นกัน ข้ออ้างกับคำแก้ตัว แค่เส้นแบ่งบางๆ
 
อย่าให้ประชาชนต้องตั้งคำถามว่า พล.อ.ประยุทธ์ และเครือข่าย เป็นเจ้าของทฤษฎีข้อยกเว้น สิ่งใดที่คนอื่นทำไม่ได้ พล.อ.ประยุทธ์ และเครือข่าย สามารถทำได้ นายกรัฐมนตรีในอดีตที่ผ่านมา ต่างพักอาศัยนอกค่ายทหารทั้งนั้น อาทิ นายชวน หลีกภัย พักอาศัยในซอยหมอเหล็ง พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ พักอาศัยที่ซอยปิ่นประภาคม นายบรรหาร ศิลปอาชา พักอาศัยที่บ้านย่านจรัญสนิทวงศ์ ถ้าบนตรรกะพื้นฐานนี้เพื่อความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรีต้องพักอาศัยในค่ายทหารเท่านั้นถึงจะปลอดภัยหรือไม่ หรือให้เหตุผลในช่วงนี้ไปก่อน สุดท้ายจะด้วยเหตุผลใดก็จะอยู่ต่อและไม่ยอมย้ายออกไป
 
ถ้าบุคคลระดับนายกรัฐมนตรีของประเทศ บอกว่าจำเป็นต้องอาศัยบ้านหลวงต่อ ทั้งที่เกษียณอายุราชการแล้ว ด้วยเหตุผลเรื่องความปลอดภัย ประชาชนจะรู้สึกอุ่นใจ และเชื่อมั่นในมาตรการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินให้กับประชาชนได้อย่างไร” นายอนุสรณ์ กล่าว
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่