'ภูมิธรรม' ปักธง 24 ก.พ. ตีแผ่ความจริง 'ประยุทธ์' กับสิ่งที่ซุกไว้ 6 ปี
https://voicetv.co.th/read/RgIlAlXd6
"ภูมิธรรม เวชยชัย" ชี้ 24 ก.พ. นี้ ถึงเวลาตีแผ่ความจริงทั้งหมดของ "พล.อ.ประยุทธ์" กับพวกที่ถูกซุกเก็บไว้มาตลอด 6 ปี
นาย
ภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า
ในวันที่ 24 ก.พ. 2563 นี้ เป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการทำหน้าที่ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในการทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างจริงจัง ด้วยการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีร่วมคณะอีก 6 ปี
การอภิปรายในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ประชาชนเฝ้ารอและให้ความสนใจ เพราะตลอด 6 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่เคยถูกตรวจสอบผ่านระบบรัฐสภาอย่างจริงจังแม้แต่ครั้งเดียว อีกทั้งการเข้ามาบริหารประเทศของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่แม้จะมีกลไกอำนาจหลายด้านเป็นเกราะคุ้มภัย แต่ผลงานนั้นกลับเป็นที่ประจักษ์ชัดต่อสายตาประชาชนว่าไม่ได้ทำให้ประเทศก้าวหน้า หรือทำให้ประชาชนมีความสุขตามเพลงโฆษณาชวนเชื่อที่แต่งขึ้น ในทางตรงกันข้าม รัฐบาลภายใต้ผู้นำคนนี้กลับยิ่งฉุดรั้งความเจริญเกือบทุกด้านจนทำให้ประเทศถอยไปสู่ความล้าหลังไกลมาก
ประเด็นที่แสดงผลชัดเจนคือการดำเนินนโยบายผิดพลาดหลายอย่าง โดยเฉพาะนโยบายด้านเศรษฐกิจที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนอย่างถ้วนหน้า ประชาชนประสบความยากจนฝืดเคือง ทำมาหากินด้วยความยากลำบากกันอย่างถ้วนทั่ว
การดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด ความไม่ชอบมาพากลในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น รวมทั้งการทำลายหลักการ กติกา กฎหมาย ตามหลักสากลที่สังคมโลกยอมรับในยุคที่ผู้นำครองอำนาจเบ็ดเสร็จ ล้วนแล้วแต่กระทำขึ้นด้วยความย่ามใจโดยไม่สนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์ หรือ การตรวจสอบใด ๆ เพราะท่านสามารถบันดาล "ข้อยกเว้น" ความผิดทั้งหลายให้ท่านผู้นำและพวกพ้องได้แบบปาฏิหาริย์ทางก.ม. แม้แต่องค์กรอิสระที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบก็พลอยตกหลุมอำนาจจนด่างพร้อยขาดความน่าเชื่อถือไปด้วย
ดังนั้น วันที่ 24 ก.พ.นี้ ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จะได้ทำหน้าที่นำความจริงทั้งหลายที่เคยถูกสงสัย ถูกตั้งคำถาม จากสังคม และพี่น้องประชาชน รวมทั้งข้อมูลต่าง ๆ ที่ซุกไว้ใต้พรมเพื่อกลบเกลื่อนความจริงมาตลอด 6 ปี เปิดเผยให้สังคมไทยได้รับทราบ การอภิปรายไม่ไว้วางใจจัดเป็นมาตรการสูงสุดในทางการเมืองที่ฝ่ายค้านจะกระทำ โดยได้กล่าวโทษ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐมนตรีร่วมคณะอีก 5 คน ว่าเราไม่สามารถและไม่อาจปล่อยให้บุคคลเหล่านี้บริหารประเทศชาติสืบต่อไปอีกได้ เพราะรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และพวกได้ทำร้ายผลประโยชน์ของประเทศชาติ ทำลายระบอบประชาธิปไตยและ หลักนิติธรรม อีกทั้งยังละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ใช้มาตรการคุกคามในการจัดการกับคนที่มีความคิดเห็นต่าง ปล่อยปละ ละเลย ให้เกิดการทุจริตคอรัปชั่นเต็มบ้านเต็มเมือง
โปรดเปิดหูและเปิดใจฟังเสียงกล่าวโทษจากตัวแทนของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศให้ดีนะครับ และควรจัดเวลาเข้าฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ด้วยใจที่หนักแน่น และมีวุฒิภาวะด้วยครับ ประชาชนจะรอดูว่าผู้นำที่อ้างตัวว่าเป็น "คนดี" เช่นพวกท่านจะตอบข้อสงสัยได้กระจ่างชัดสักแค่ใหน และต้องหยุดทำตัวเป็นผู้นำที่แตะต้องไม่ได้ มีองครักษ์ทั้งในและนอกสภาที่จะทำลายบรรยากาศของการตรวจสอบเต็มไปหมด
https://www.facebook.com/pwechayachai/posts/2881612505239908
อดีตกรรมการ กกต. โพสต์ เงินกู้พรรคอนาคตใหม่ ไม่ใช่ เงินบริจาค
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1982885
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ นาย
สมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า
ความเห็น กรณี เงินกู้ พรรคอนาคตใหม่ (ตอนที่ 1)เงินกู้เป็น “เงินบริจาค” หรือไม่
สืบเนื่องจากคำร้องของ นายศรีสุวรรณ จรรยา และ นาย สุวัชร สังขฤกษ์ เมื่อวันที่ 21 และ 23 พฤษภาคม 2562 ว่ากรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ให้ พรรคอนาคตใหม่ กู้เงิน น่าจะเป็นความผิด ตามมาตรา 66 บริจาคเงิน เกิน 10 ล้านไม่ได้ ซึ่งมีโทษ ทั้งต่อผู้บริจาค และพรรคที่รับบริจาค ตามมาตรา 124 และ 125 ของ พรป.พรรคการเมือง
ผลการดำเนินการในชั้น กกต. คือ วันที่ 23 สิงหาคม 2562 คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนคณะที่ 13 ยกคำร้อง (ไม่ผิด) ประมาณปลายเดือนกันยายน 2562 สำนักสืบสวนและวินิจฉัยที่ 1 ยกคำร้อง (ไม่ผิด) และวันที่ 17 ตุลาคม 2562 คณะอนุกรรมการวินิจฉัยและชี้ขาดข้อโต้แย้ง คณะที่ 6 มีมติเสียงข้างมาก 3:2 ให้ดำเนินคดี ความผิดตามาตรา 66
กกต. มีมติ วันที่ 11 ธันวาคม 2562 ให้ดำเนินคดี ตามมาตรา 66 โดยพ่วงความผิดในมาตรา 62 และ 72 รับเงินหรือประโยชน์อื่น โดยรู้หรือสมควรรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ในความเห็นของผม การจะบอกว่าเงินกู้เป็น “เงินบริจาค” หรือไม่ ต้องดูคำนิยาม “บริจาค” ในมาตรา 4 ของ พรป.พรรคการเมือง 2560 ที่ให้ความหมายว่า “การให้เงินหรือทรัพย์สินแก่พรรคการเมืองนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรคการเมือง และให้หมายความรวมถึงการให้ประโยชน์อื่นใดแก่พรรคการเมือง บรรดาที่สามารถคำนวณเป็นเงินได้ตามที่คณะกรรมการกำหนด”
คำถามแบบปกติชน คือ “เงินกู้” เมื่อให้กู้แล้ว ถือเป็น “การให้” โดยไม่ต้องใช้คืนใช่หรือไม่ ซึ่งคำตอบคือ “ไม่ใช่” เพราะผู้กู้ยังมีภาระหนี้สิน ต้องใช้คืนตามระยะเวลา พร้อมดอกเบี้ย
ดังนั้น เงินกู้ จึงไม่ใช่ “เงินบริจาค”(โปรดติดตามตอนที่ 2 เงินกู้ เป็น เงินรายได้ หรือไม่)
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=10221682153467829&id=1374514777
JJNY : ภูมิธรรมปักธง24ก.พ.ตีแผ่ความจริง/อดีตกกต.โพสต์เงินกู้ไม่ใช่เงินบริจาค/จีเอ็ม2ปีขาดทุนหมื่นล./กลุ่มชิ้นส่วนรถกระทบ
https://voicetv.co.th/read/RgIlAlXd6
นายภูมิธรรม เวชยชัย ที่ปรึกษาผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า
ในวันที่ 24 ก.พ. 2563 นี้ เป็นช่วงเวลาสำคัญที่สุดของการทำหน้าที่ของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในการทำหน้าที่ตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างจริงจัง ด้วยการเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีร่วมคณะอีก 6 ปี
การอภิปรายในครั้งนี้เป็นสิ่งที่ประชาชนเฝ้ารอและให้ความสนใจ เพราะตลอด 6 ปีที่ผ่านมา รัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ยังไม่เคยถูกตรวจสอบผ่านระบบรัฐสภาอย่างจริงจังแม้แต่ครั้งเดียว อีกทั้งการเข้ามาบริหารประเทศของรัฐบาลภายใต้การนำของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่แม้จะมีกลไกอำนาจหลายด้านเป็นเกราะคุ้มภัย แต่ผลงานนั้นกลับเป็นที่ประจักษ์ชัดต่อสายตาประชาชนว่าไม่ได้ทำให้ประเทศก้าวหน้า หรือทำให้ประชาชนมีความสุขตามเพลงโฆษณาชวนเชื่อที่แต่งขึ้น ในทางตรงกันข้าม รัฐบาลภายใต้ผู้นำคนนี้กลับยิ่งฉุดรั้งความเจริญเกือบทุกด้านจนทำให้ประเทศถอยไปสู่ความล้าหลังไกลมาก
ประเด็นที่แสดงผลชัดเจนคือการดำเนินนโยบายผิดพลาดหลายอย่าง โดยเฉพาะนโยบายด้านเศรษฐกิจที่สร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนอย่างถ้วนหน้า ประชาชนประสบความยากจนฝืดเคือง ทำมาหากินด้วยความยากลำบากกันอย่างถ้วนทั่ว
การดำเนินนโยบายที่ผิดพลาด ความไม่ชอบมาพากลในเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น รวมทั้งการทำลายหลักการ กติกา กฎหมาย ตามหลักสากลที่สังคมโลกยอมรับในยุคที่ผู้นำครองอำนาจเบ็ดเสร็จ ล้วนแล้วแต่กระทำขึ้นด้วยความย่ามใจโดยไม่สนใจเสียงวิพากษ์วิจารณ์ หรือ การตรวจสอบใด ๆ เพราะท่านสามารถบันดาล "ข้อยกเว้น" ความผิดทั้งหลายให้ท่านผู้นำและพวกพ้องได้แบบปาฏิหาริย์ทางก.ม. แม้แต่องค์กรอิสระที่ถูกตั้งขึ้นมาเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบก็พลอยตกหลุมอำนาจจนด่างพร้อยขาดความน่าเชื่อถือไปด้วย
ดังนั้น วันที่ 24 ก.พ.นี้ ฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร จะได้ทำหน้าที่นำความจริงทั้งหลายที่เคยถูกสงสัย ถูกตั้งคำถาม จากสังคม และพี่น้องประชาชน รวมทั้งข้อมูลต่าง ๆ ที่ซุกไว้ใต้พรมเพื่อกลบเกลื่อนความจริงมาตลอด 6 ปี เปิดเผยให้สังคมไทยได้รับทราบ การอภิปรายไม่ไว้วางใจจัดเป็นมาตรการสูงสุดในทางการเมืองที่ฝ่ายค้านจะกระทำ โดยได้กล่าวโทษ พล.อ.ประยุทธ์ และรัฐมนตรีร่วมคณะอีก 5 คน ว่าเราไม่สามารถและไม่อาจปล่อยให้บุคคลเหล่านี้บริหารประเทศชาติสืบต่อไปอีกได้ เพราะรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และพวกได้ทำร้ายผลประโยชน์ของประเทศชาติ ทำลายระบอบประชาธิปไตยและ หลักนิติธรรม อีกทั้งยังละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ใช้มาตรการคุกคามในการจัดการกับคนที่มีความคิดเห็นต่าง ปล่อยปละ ละเลย ให้เกิดการทุจริตคอรัปชั่นเต็มบ้านเต็มเมือง
โปรดเปิดหูและเปิดใจฟังเสียงกล่าวโทษจากตัวแทนของประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศให้ดีนะครับ และควรจัดเวลาเข้าฟังการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งนี้ด้วยใจที่หนักแน่น และมีวุฒิภาวะด้วยครับ ประชาชนจะรอดูว่าผู้นำที่อ้างตัวว่าเป็น "คนดี" เช่นพวกท่านจะตอบข้อสงสัยได้กระจ่างชัดสักแค่ใหน และต้องหยุดทำตัวเป็นผู้นำที่แตะต้องไม่ได้ มีองครักษ์ทั้งในและนอกสภาที่จะทำลายบรรยากาศของการตรวจสอบเต็มไปหมด
https://www.facebook.com/pwechayachai/posts/2881612505239908
อดีตกรรมการ กกต. โพสต์ เงินกู้พรรคอนาคตใหม่ ไม่ใช่ เงินบริจาค
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1982885
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง โพสต์แสดงความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวระบุว่า
ความเห็น กรณี เงินกู้ พรรคอนาคตใหม่ (ตอนที่ 1)เงินกู้เป็น “เงินบริจาค” หรือไม่
สืบเนื่องจากคำร้องของ นายศรีสุวรรณ จรรยา และ นาย สุวัชร สังขฤกษ์ เมื่อวันที่ 21 และ 23 พฤษภาคม 2562 ว่ากรณีที่ นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค ให้ พรรคอนาคตใหม่ กู้เงิน น่าจะเป็นความผิด ตามมาตรา 66 บริจาคเงิน เกิน 10 ล้านไม่ได้ ซึ่งมีโทษ ทั้งต่อผู้บริจาค และพรรคที่รับบริจาค ตามมาตรา 124 และ 125 ของ พรป.พรรคการเมือง
ผลการดำเนินการในชั้น กกต. คือ วันที่ 23 สิงหาคม 2562 คณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนคณะที่ 13 ยกคำร้อง (ไม่ผิด) ประมาณปลายเดือนกันยายน 2562 สำนักสืบสวนและวินิจฉัยที่ 1 ยกคำร้อง (ไม่ผิด) และวันที่ 17 ตุลาคม 2562 คณะอนุกรรมการวินิจฉัยและชี้ขาดข้อโต้แย้ง คณะที่ 6 มีมติเสียงข้างมาก 3:2 ให้ดำเนินคดี ความผิดตามาตรา 66
กกต. มีมติ วันที่ 11 ธันวาคม 2562 ให้ดำเนินคดี ตามมาตรา 66 โดยพ่วงความผิดในมาตรา 62 และ 72 รับเงินหรือประโยชน์อื่น โดยรู้หรือสมควรรู้ว่าได้มาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ในความเห็นของผม การจะบอกว่าเงินกู้เป็น “เงินบริจาค” หรือไม่ ต้องดูคำนิยาม “บริจาค” ในมาตรา 4 ของ พรป.พรรคการเมือง 2560 ที่ให้ความหมายว่า “การให้เงินหรือทรัพย์สินแก่พรรคการเมืองนอกเหนือจากค่าธรรมเนียมและค่าบำรุงพรรคการเมือง และให้หมายความรวมถึงการให้ประโยชน์อื่นใดแก่พรรคการเมือง บรรดาที่สามารถคำนวณเป็นเงินได้ตามที่คณะกรรมการกำหนด”
คำถามแบบปกติชน คือ “เงินกู้” เมื่อให้กู้แล้ว ถือเป็น “การให้” โดยไม่ต้องใช้คืนใช่หรือไม่ ซึ่งคำตอบคือ “ไม่ใช่” เพราะผู้กู้ยังมีภาระหนี้สิน ต้องใช้คืนตามระยะเวลา พร้อมดอกเบี้ย
ดังนั้น เงินกู้ จึงไม่ใช่ “เงินบริจาค”(โปรดติดตามตอนที่ 2 เงินกู้ เป็น เงินรายได้ หรือไม่)
https://www.facebook.com/permalink.php?story_fbid=10221682153467829&id=1374514777