"ทนายขอแรง"ในประเทศไทยพึ่งพาไม่ได้อย่างที่พูดกันมานานแล้วจริงไหม?

ผมเห็นหลายคนยังเชื่อมั่นกระบวนการยุติธรรมอยู่ ไม่เห็นด้วยกับศาลเตี้ย ไม่สนับสนุนการแก้แค้นที่ถึงจะฆ่าคู่กรณีได้แต่คนฆ่าก็ต้องติดคุกอยู่ดี ( ถ้าหนีก็หนีให้ได้ครบอายุความ 20 ปีก็แล้วกัน ) ทำให้ผมนึกถึงที่สังคมไทยสอนกันมานานว่าการขึ้นโรงขึ้นศาลคือเรื่องโชคร้าย ถึงขั้นมีสำนวนหยาบๆ ว่าขึ้นโรงขึ้นศาลอมอุจจาระยังดีกว่า 

ทีนี้พอโตขึ้นมาก็ได้เข้าใจว่าทำไมสังคมไทยถึงสอนกันมารุ่นแล้วรุ่นเล่าแบบนี้ ( บอกอายุนิดหนึ่ง อีกไม่ถึง 1 เดือนผมก็จะ 35 ละ ) เพราะศาลไทยใช้ระบบกล่าวหา ดังนั้น "ทนายความ" จึงเป็นตัวแปรที่สำคัญมาก ปัญหาคือตรงนี้ละครับ แม้รัฐธรรมนูญบอกว่าทุกคนมีสิทธิเข้าถึงทนายความ แต่ในความเป็นจริง ทนายเก่งๆ จะอยู่กับคนมีเงินเสียเป็นส่วนใหญ่ ก็เป็นธรรมดาของระบบทุนที่คนรวย คนใหญ่คนโตมีปัญญาจ้างยอดฝีมือไปทำงานด้วย

ดังนั้นชาวบ้านที่เหลืออันเป็นคนธรรมดาหาเช้ากินค่ำไม่มีเงินถุงเงินถังและเส้นสายจึงมีโอกาสเจอเฉพาะ "ทนายขอแรง" เท่านั้น ทนายขอแรงคือทนายที่ไปของานทำแถวศาล ผมเองไม่เคยขึ้นโรงขึ้นศาลมาก่อน แต่ที่ผ่านมาเจอคนบ่นเรื่องทนายขอแรงให้ฟังเรื่อยๆ ทำนองทำงานลวกๆ ให้จบคดีไปงั้นๆ หลายครั้งผิดถูกยังไม่รู้ ยุให้สารภาพไปก่อนก็มีถ้าโทษไม่หนักดูแล้วสารภาพจะได้รอลงอาญาหรือแค่โทษปรับ ซึ่งก็เข้าใจได้ว่าทนายขอแรงค่าตอบแทนต่ำมาก คนทำงานก็คงรู้สึกไม่คุ้มที่จะลงทุนลงแรง เท่าที่ทราบคนที่มาทำตรงนี้คือเด็กจบนิติศาสตร์ใหม่ๆ ต้องการเก็บจำนวนคดีไปสอบเลื่อนขั้นทางวิชาชีพ หรือไม่ก็เป็นทนายที่ไม่ได้เก่งอะไรมากนัก หารายได้ยังชีพไปวันๆ เท่านั้น

จะถามคนที่อยู่ในแวดวงกฎหมายหรือคนเคยขึ้นโรงขึ้นศาลหน่อยครับ ทนายขอแรงบ้านเราพึ่งพาไม่ได้เลยแบบที่หลายๆ คนเล่าให้ผมฟังจริงไหม? แล้วทุกวันนี้ดีขึ้นบ้างหรือเปล่า?

TonyMao_NK51 ( ใช้แทนอมยิ้มที่ถูกแบน )
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่