สังคมไทยกับภาพลักษณ์ ของยี่ห้อรถยนต์

กระทู้คำถาม
บทเรียนจากการขายหลายๆครั้ง

แต่งตัวดี พูดจาดี มีโปรไฟล์ประสพการณ์ แต่ปิดงานขายโปรเจคไม่ได้เสียที เพราะขับ เก๋งญี่ปุ่น คำถามที่เจอบ่อยมาก
"อะไีรทำให้ลูกค้ามั่นใจว่าบริษัทจะไม่ทิ้งงาน"
"สัญญาก็แค่กระดาษใบเดียว ถ้าเบี่ยวงานไม่จบ เบื่อทวง"

ถึงแม้ว่ากว่า 80% จะจบได้โดยไม่อาศัยเรื่องเล็กๆน้อยๆ ที่เรียกว่าภาพลักษณ์ แต่ก็มีหลายโปรเจ็ค ที่ลูกค้าเป็นเจ้าของโดยตรง เลือกดูว่าคนขายขับรถอะไร 

ฟังแล้วก็ตลก แต่มัน เป็นความจริงที่แสนเจ็บปวด มีลูกค้ารายหนึ่ง บอกกับผมตรงๆ ว่า เลือกเพราะอีกเจ้าดูไม่น่าเชื่อถือเท่าบริษัทผม เพราะคนขายขับรถเก๋งญีปุ่น  ทั้งๆที่โปรเจคมูลค่าแค่หลักสิบล้าน 

แอีกหลายๆครั้งที่เห็นได้ชัดว่าเขาไม่ปฏิบัติกับเซลเหมือนแมลงสาป แค่เพราะรู้ว่าเราขับรถหรู


และนอกเหนือจากงาน ไปไหนมาไหนด้วยรถยี่ห้อแพง ก็ถูกปฏิบัติต่างกัน 

ตั้งแต่ยามเฝ้าประตูหมูบ้าน โรงแรม สถานที่ราชการ เจ้าหน้าที่รัฐ ก็มีพฤติกรรมต่อ"รถ" ที่ต่างไป

ถึงแม้รถรุ่นใหม่ๆค่ายหรู จะห่วยแตกปัญหาเยอะแค่ไหน ก็ต้องกัดฟันซื้อมาใช้อยู่ดี ความทนทานหาไม่ได้ เสียยันกลอนประตู ขับๆอยู่ประตูเปิดก็ต้องทน

คงทำได้แต่บ่น คนเรานี่แหละ ที่คิดยึดติดหรูหรา แต่คงตำนิไม่ได้ เพราะงานใหญ่ๆ คนไม่รู้จักกำพืดไปนำเสนอสิ่งที่มองเห็นและตัดสินได้ก็เพียงวัตถุภายนอกเท่าน้นเอง

สวัสดี



โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่