JJNY : เสรีพิศุทธ์จ่อยื่นฟ้อง52ส.ส./คุก1-2ปีไม่รอลงอาญา พธม.ยึดNBTปี51/ลุงเสี้ยวฟ้องศาลทวีรุกที่/ศก.ไตรมาสแรกอาจะชะลอ

กระทู้ข่าว
'เสรีพิศุทธ์'จ่อยื่นฟ้อง 52 ส.ส.ที่ลงชื่อปลดตัวเองออกจากประธาน กมธ.
https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_1965584
  

 

“เสรีพิศุทธ์”จ่อยื่นฟ้อง 52 ส.ส.ที่ลงชื่อปลดตัวเองออกจากประธาน กมธ. ข้องใจศาลรธน.ไม่รับคำร้องปมเสียบบัตรแทนกันทั้งที่ยื่นไปรอบ2 ลั่นงดออกเสียงงบฯ 63 วาระ 2-3
  
เวลา 08.35 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคเสรีรวมไทย (สร.) กล่าวถึงการลงมติวาระที่ 2 และ 3 ในร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2563 โดยรัฐบาลขอความร่วมมือไม่อภิปรายว่า 
 
เรื่องนี้แล้วแต่มุมมอง ยืนยันว่าการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบฯ ผิดกฎหมายตั้งแต่เริ่ม เนื่องจากนายกรัฐมนตรีในฐานะผู้เสนอร่างกฎหมาย ถวายสัตย์ปฏิญาณไม่ครบถ้วน จึงเข้ารับหน้าที่และบริหารราชการไม่ได้ แล้วระหว่างการพิจารณายังเกิดเหตุการณ์เสียบบัตรแทนกันอีก ซึ่งพรรคเสรีรวมไทยทำคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย แต่ก็สงสัยว่าทำไมศาลยกคำร้องของพรรคเสรีรวมไทย ครั้งแรกบอกว่ารายชื่อผู้รับรองไปซ้ำกับคำร้องของพรรคเพื่อไทย พอเช็คดูปรากฏว่ารัฐธรรมนูญไม่ได้เขียนไว้ว่าห้ามใช้ผู้รับรองซ้ำกัน แต่สุดท้ายก็เสนอคำร้องใหม่ เพราะมีข้อมูลอีกเป็น 10 คน ซึ่งมากกว่าคำร้องที่พรรคเพื่อไทยเสนอครั้งแรก แต่ศาลก็ยกคำร้อง โดยให้เหตุผลว่าเป็นคำร้องเดียวกัน ทั้งที่จะพิจารณาคำร้องของพรรคเสรีรวมไทยร่วมไปด้วยก็ได้ แต่ศาลตัดคำร้องทิ้ง จึงเป็นเรื่องที่น่าสงสัย เหมือนกับกรณีของพรรคอนาคตใหม่ที่ยื่นคำให้การ แต่ศาลไม่ยอมสอบคำให้การ และนัดวินิจฉัย ก็เป็นเรื่องที่น่าสงสัย
  
เมื่อถามถึงแนวทางของพรรคร่วมฝ่ายค้านในการพิจารณาลงมติร่าง พ.ร.บ.งบฯ 63 นั้น พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า เบื้องต้นมีการตกลงกันว่าพรรคร่วมฝ่ายค้านจะงดออกเสียง โดยจะประชุมร่วมกันอีกครั้งในเวลา 11.00 น.วันนี้(12 กุมภาพันธ์) เพื่อตกลงกันให้ชัดเจน ส่วนที่ตนเคยระบุว่าจะฟ้องคนที่ลงมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. งบฯ 63 นั้น ตนเพิ่งได้รับเอกสารรายชื่อคนลงมติ แต่ยังไม่ได้เปิดอ่าน เพราะติดเรื่องคณะกรรมาธิการอยู่ เอาไว้ว่างแล้วค่อยดำเนินการ เพราะความผิดฐานละเว้นปฏิบัติหน้าที่มีอายุความถึง 10 ปี
  
เมื่อถามถึงกรณีนายไพบูลย์ นิติตะวัน ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) จะขอเลื่อนญัตติขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณามีมติให้พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ พ้นจากการเป็นประธานคณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ขึ้นมาพิจารณาก่อน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า เรื่องนี้ไม่มีอะไร และถือโอกาสชี้แจงให้สื่อมวลชนทราบความเป็นมา ซึ่งเบื้องต้นได้ยื่นฟ้องนายไพบูลย์และผู้ร่วมแถลงที่เสนอญัตติรวม 3 คนแล้ว และเตรียมขอรายชื่อยื่นฟ้องผู้ร่วมเสนอชื่อในญัตติอีก 52 คน
  
ส่วนกรณีความเห็นของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ชี้ขาดว่าที่ดินของน.ส.ปารีณา ไกรคุปต์ ส.ส.ราชบุรี พรรคพปชร. เป็นที่ป่าสงวน พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ กล่าวว่า หน้าที่ของคณะกรรมาธิการฯ เพียงติดตามการทำงานของเจ้าหน้าที่ไม่ให้เข้าไปช่วยเหลือผู้กระทำผิด ซึ่งตอนนี้ก็รอดูท่าทีของเจ้าหน้าที่ก่อน แต่จะไม่เข้าไปก้าวก่ายการทำงาน และหากทำถูกต้องแล้วทางคณะกรรมาธิการฯก็พร้อมยุติเรื่อง
  

 
คุก1-2ปีแกนนำไม่รอลงอาญา 'พันธมิตร'บุกยึดNBTปี51
https://www.dailynews.co.th/crime/757093
  
ศาลตัดสินจำคุก 1-2 ปี ไม่รอลงอาญา คดีพธม.บุกยึด NBT ปี51 หลักฐานแน่นหนา ลงโทษบทหนักสุดบุกรุกเวลากลางคืน 
 
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 12 ก.พ. 63 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษา คดีหมายเลขดำที่1033/2561 ที่พนักงานอัยการคดีอาญา 4 เป็นโจทก์ฟ้อง นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ นางสาวอัญชะลี ไพรีรัก นายภูวดล ทรงประเสริฐ นายยทธิยง ลิ้มเลิศวาที และนายชิติพัทธ์ ลิ้มทองกุล น้องชายนายสนธิ ทั้งหมดเป็นอดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย(พธม.) ร่วมกันเป็นจำเลย ที่ 1-5 ในความผิดฐานร่วมกันบุกรุกมั่วสุม สร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง อั้งยี่ ซ่องโจร ฯ
 
โดยคำฟ้องระบุว่า กรณีเมื่อระหว่างวันที่ 22-25 ส.ค. 51 จำเลยกับพวก ร่วมกันประชุมวางแผน ระดมคนจำนวนมากมีอาวุธปืนและมีด จากสะพานมัฆวานรังสรรค์ แล้วทำลายทุบประตูทางเข้าบุกรุกเข้าสำนักงานวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย(NBT)และสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย ถนนวิภาวดีฯ ทำลายประตูหน้าต่าง ตัดสายไฟฟ้าตู้ระบบควบคุมไฟฟ้า  โทรศัพท์ ระบบคอมพิวเตอร์ กล้องวงจรปิดฯ จนเสียหายใช้การไม่ได้ รวมค่าเสียหาย 612,198 บาท ขอให้ลงโทษตาม ป.อาญา 210,215,364,365,358 และ 390 ซึ่งวันนี้จำเลยทั้งหมดได้รับการประกันตัวเดินทางมาฟังคำพิพากษาครบทุกคน
 
ศาลพิจารณาพยานหลักฐานโจทก์จำเลยแล้ว พยานหลักฐานโจทก์มีน้ำหนักมั่นคงว่าพวกจำเลยซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรฯ มีเป้าหมายยึดสถานีโทรทัศน์ NBT ต้องการเชื่อมสัญญาณ ASTV โดยมีจำเลยที่ 1 เป็นแกนนำสั่งการ ส่วนจำเลยที่ 2-5 ไม่ชัดว่าเป็นหัวหน้าสั่งการ จำเลยทั้ง 5 มีความผิดฐานร่วมกันข่มขืนใจพนักงาน เจตนามั่วสุมบุกรุก เป็นการกระทำกรรมเดียวผิดกฎหมายหลายบท พิพากษาให้ลงโทษบทหนักสุด ฐานบุกรุกในเวลากลางคืน จำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 2 ปี ส่วนจำเลยที่ 2-5 เป็นเวลา 1 ปี ไม่รอลงอาญา ยกฟ้องข้อหาซ่องโจร
 
ผู้สื่อข่าวรายงาน หลังจากจำเลยทั้งหมดฟังคำพิพากษาเสร็จแล้ว มีสีหน้าเรียบเฉย และได้ไปดำเนินการยื่นคำร้องขอปล่อยตัวชั่วคราว เพื่อสู้คดีในชั้นอุทธรณ์ต่อไป.
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่