ทำงานมา 5 ปี เปลี่ยนงานมา 3-4 ที่ รู้สึกว่า ตัวเองเป็นคนไม่เคยอยู่ติดกับที่เกิน 1 ปี ผมเป็นโรคอะไรหรือเปล่าครับ

กระทู้คำถาม
ทำงานมา 5 ปี เปลี่ยนงานมา 3-4 ที่ รู้สึกว่า ตัวเองเป็นคนไม่เคยอยู่ติดกับที่เกิน 1 ปี ผมเป็นโรคอะไรหรือเปล่าครับ

เกริ่นนำนะครับผมอายุ ย่าง 31 ปีแล้ว ตอนนี้กำลังเรียนต่อ ป ตรี ภาษาอังกฤษ อยู่ครับ

ผม เรียนมหาลัย ปิดมาก่อน จน 24 เลยตัดสินใจออกมาทำ งานด้วยวุฒิ ม.6 

- ทำงาน advice ช่างคอม ทั่วไป ซ่อม ลง sw มือถือ ทำบัญชีร้าน พื้นฐาน จนถึง ผจก ร้าน มา 2 ปี 
-  พอย้ายมาอยู่ กทม เริ่มต้นจาก งาน it support บริษัท gps รถยนต์ 6 เดือน /  ล่ามภาษาอังกฤษ 3 เดือน
-  ปัจจุบันทำงาน office บริษัท  เป็นฝ่ายขาย และ ดูแลระบบ it ใน office ระดับ  พนง 30 กว่าคน 

ทุกที่รับเงินเดือน 15,000 - 25,000 ถือว่าไม่น้อย สำหรับ วุฒิที่มี งานไม่ได้หนักมาก

แต่ปัญหาคือ ผมรู้สึกอยู่เสมอว่า ต้องการ เป็นนายตัวเอง อยากมีบริษัทเกี่ยวกับการ ให้บริการ IT ขายอุปกรณ์ อะไหล่ It 
และสกิลที่ มีความสุขคือ งานให้บริการคำปรึกษา เกี่ยวกับ IT ต่างๆครับ โดยเฉพาะงานที่ได้ใช้ภาษาอังกฤษ ในการสื่อสาร 

1.งาน เซลล์ก็ เทียบกับ ประสบการณ์ ทำยอดขายเช่ารวมกัน ราวๆ 2.4 ล้านบาท ให้แก่บริษัท ในปีที่ผ่าน
แต่พอ ผ่าน achieve ตรงนั้นมาเริ่มปีใหม่ ผมรู้สึกหมด ไฟ ไปดื้อๆ ไม่ตื่นเต้นกับงานขายอีกต่อไป //
2.สำหรับการเรียน จะตื่นเต้น และ ค่อนข้าง active แต่ทุกอย่างเพิ่งเรียนไปได้ 1 ปี อาจต้องใช้เวลาอีก 2 -3 ปีกว่าจะเรียนจบ ทำให้บางคร้งก็ กังวลถึงอนาคต ที่ยังมาไม่ถึง บางครั้งก็อยาก ออกมาทำงาน แบบที่ไม่ต้องเข้าออฟฟิศ ทุกวัน แต่ติดที่ ต้องเรียนให้จบก่อน เพราะรับปากทางญาติไว้ เรื่องการเรียน ถือว่า ยังมีไฟ และ ขยันอยู่ ช่วงนี้ปิดเทอม สำหรับ มสธ
3.มีแฟนทำงานรับราชการ อายุมากกว่า 2-3 ปี เธอมีหนี้สินพอสมควรตอนคบกัน ใช้เวลา ร่วมกันมา 1 ปีช่วยเคลียร์ หนี้สิน และ ฐานเงินเดือน เริ่มปรับขึ้น รับจริง เริ่มใกล้เคียงกัน ที่ 14,000 - 16,000 ต่อเดือน ณ ปัจจุบัน เธอกระตือรือร้นที่จะเก็บ ออม และ ลงทุนมาก ขณะที่ผม ตั้งเป้าไว้ แค่ จะเก็บเงิน ฝากประจำ เป้า 50,000 -100,000 บาทภายใน 24 เดือน เพื่อจะแต่งงาน หาก สามารถ ช่วยกันเก็บได้ จนถึงตอนนั้น  // แต่ทุกครั้งที่แฟนกระตือรือร้น ที่จะสร้างอนาคต ร่วมกันใจนึงก็ดีใจ อีกใจนึงก็เครียด รู้สึก อยากทำให้ได้มากกว่านี้ แต่ด้วยโอกาสปัจจุบัน มันยังได้ประมาณนี้ บางอย่างเธอก็ตัดสินใจเร็วคิดเร็ว จนเรากลัวว่า มันจะเป็นการบีบรัด เร่งรัดตัวเขาเอง หรือ ตัวผมทางอ้อมไหม เคยคุยกันแล้ว เธอไม่ค่อยพูดเยอะ แต่ เธอมักจะลงมือทำเลย
***4. รู้สึกว่าตัวเองไม่ชอบ และไม่ค่อยเหมาะกับ งานประจำที่ต้องอยู่ กับออฟฟิศ และ ทำงานเอกสารเท่าไหร่ พยายามขอบคุณตัวเองที่มีงานทำ มีเงินใช้และมีโอกาสได้เรียนต่อ แต่ ก็ไม่เข้าใจว่า ทำไมถึงเป็นเช่นนี้ เพราะ อาการนี้จะเกิดขึ้นทุกๆปี หลังจากทำงานได้ 

      ผลประเมินจากที่ทำงานเก่าๆ ไม่มีใครว่าเราทำงานแย่ หรือ ไม่มีประสิทธิภาพ มีแต่ คำถามว่าทำไมผมต้องออก ทำไมต้องย้ายงาน 
มันเลยทำให้ผมเครียด เพราะ จริงๆ ผมต้องการ ลงทุนทำกิจการ ของตัวเอง แต่ด้วย ครอบครัวที่ ต้องการให้เก็บเงินเอง เรียนให้จบก่อน เลยต้องอดทนทำ
เลยอยากสอบถามว่า สิ่งที่ผมเป็นต้องรับมือกับมันยังไง จะประคองตนอย่างไร ให้ ถึงวันที่เรียน จบ และค่อยเก็บเงินจน ทำตามความฝันได้

เหนื่อยในสิ่งที่เป็นเหมือนกันครับ ไม่อยากอยู้ ในสภาพ หมดไฟ แบบนี้เลย หรือควรต้องพบจิตแพทย์ ไหมครับ ขอบพระคุณครับ

อยากขอความช่วยเหลือและคำแนะนำจริงๆครับ
แก้ไขข้อความเมื่อ
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่