ทำไมสรรพากรถึงคิดดอกเบี้ยแพงยิ่งกว่าหนี้นอกระบบ ?

พนักงานบริษัทที่ยื่นภาษีรายเดือนคงทราบกันดีนะคะ 
ว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์กำหนดไม่ให้คิดดอกเบี้ยเงินกู้เกิน 15% ต่อปี 
แต่ค่าปรับยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มล่าช้าของสรรพากร มีทั้งเบี้ยปรับเงินเพิ่ม และค่าปรับแบบ
รวมแล้วเป็นค่าปรับที่สูงยิ่งกว่าดอยอินทนนท์ 

สมมติยื่นภาษีมูลค่าเพิ่มล่าช้า 10,000 บาทไป 1 ปี 
1. ค่าปรับแบบ = 500 บาท
2. เงินเพิ่ม 1.5% ต่อเดือน = 1,800 บาท/ปี
3. เบี้ยปรับ 20% คูณ 2 เท่า = 4,000 บาท

รวมเป็น 6,300 บาท เสมือนหนึ่งต้องเสียดอกเบี้ย 63% 

เกิดจากท้องพ่อท้องแม่ หนูยังไม่เคยเห็นหนี้นอกระบบที่ไหน กล้าคิดดอกเบี้ยถึง 63% 
ทำไมสรรพากรถึงคิดค่าปรับโหดยิ่งกว่าหนี้นอกระบบ คิดดอกเบี้ยสูงยิ่งกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนดได้? 
ใจคอสรรพากรทำด้วยอะไรกันคะ

สุดยอดความคิดเห็น
ความคิดเห็นที่ 1
ขนาดนี้

ยังไม่อยากจ่าย
ยังลืม
ยังหนี
ความคิดเห็นที่ 20
นี้เป็นเหตุผลว่าคนไทยยังแยกแยะหลายๆเรื่องได้ไม่ดี

ค่าปรับเอามาเหมารวมว่าเป็นดอกเบี้ย
คิดว่าตัวเองมีสิทธิ แต่ไม่เคยคิดว่าตัวเองก็มีหน้าที่ที่ต้องทำด้วย
ทำผิดแต่ยังบอกว่าถูกกลั่นแกล้ง
โทษคนอื่นผิด แต่ไม่เคยโทษตัวเอง
ผลประโยชน์ส่วนรวมต้องเหนือว่าประโยชน์ส่วนตัวอยู่แล้ว
ความคิดเห็นที่ 27
เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับกฎหมายแพ่งเลยครับ อัตราการคิดเงินเพิ่มมีบัญญัติอยู่ในประมวลรัษฎากร
ซึ่งถือเป็นกฎหมายที่มีศักดิ์เท่ากันกับประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

เบี้ยปรับ เป็นโทษของการไม่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีตามหน้าที่ของตนเอง
ส่วนใหญ่จะ 1-2 เท่าของภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่ง แล้วที่โดนปรับกันบ่อยๆก็คือภาษีมูลค่าเพิ่ม
ถ้ามีภาษีต้องชำระ 10,000 บาท คิดเบี้ยปรับ 4,000 บาทนั้น คือสรรพากรเขาคงลดให้แล้ว
อาจเพราะให้ความร่วมมือด้วยดี ถ้าปรับกันเต็มจำนวนจริงๆคือ 20,000 บาท

เงินเพิ่ม ภาษาบ้านๆก็เปรียบเสมือนดอกเบี้ย ซึ่งคิดเป็นรายเดือนในอัตราร้อยละ 1.5 ของภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่ง
คิดแบบลดต้นลดดอก และจะคิดเงินเพิ่มสูงสุดไม่เกิน 1 เท่าของภาษีที่ต้องเสียหรือนำส่งตั้งแต่แรก
เมื่อก่อนนู้น เงินเพิ่มเคยมีอัตราร้อยละ 20 และเปลี่ยนมาเป็นร้อยละ 1.5 ต่อเดือนหรือร้อยละ 18 ต่อปีตั้งแต่ปี พ.ศ.2525

ภาษีมูลค่าเพิ่ม คือภาษีที่ผู้ขายเป็นผู้เก็บจากผู้ซื้อสินค้า แล้วนำส่งให้กรมสรรพากร
ถ้าราคาสินค้า 100 บาท ผู้ขายก็จะต้องเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7 บาทจากผู้ซื้อ รวมเป็นราคา 107 บาท
แล้วนำ 7 บาทส่งให้กรมสรรพากรทุกเดือน
เงิน 7 บาทนี้จึงไม่ใช่เงินของผู้ขาย แต่เป็นเงินของผู้ซื้อหรือผู้บริโภคซึ่งผู้ขายมีหน้าที่ต้องนำส่ง
เมื่อผู้ขายไม่ยื่นแบบแสดงรายการและนำส่งภาษี กฎหมายจึงมีบทกำหนดโทษที่หนักหน่อย
อารมณ์คงประมาณยักยอกเงินภาษีซึ่งไม่ใช่เงินของตัวเองนั่นแหละครับ
ความคิดเห็นที่ 25
1. ค่าปรับ ไม่ใช่ดอกเบี้ย
2. เงินเพิ่มไม่ใช่ดอกเบี้ย
3. เบี้ยปรับ ไม่ใช่ดอกเบี้ย

ผมเคยยื่นภาษีรายได้ช้าไป 2วัน
เจ้าหน้าprintเอกสาร แล้วให้ไปชำระออนไลน์ ไม่ต้องเสียค่าปรับสักบาท ผมว่าเจ้าหน้าที่เค้าพยายามช่วยเหลือเต็มที่นะ

ชำระช้าไป 1ปี ไม่เรียกว่า "ลืม" นะครับ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่