ต้องวางตัวแบบไหน กับเพื่อนร่วมงานแบบนี้คะ ?

ต้องขอพูดก่อนเลยนะคะ ปกติเราเข้างานอย่างสาย 08.30 น. นี่คือต้องถึงที่ทำงานแล้ว เตรียมพร้อมปฏิบัติงานแล้ว ส่วนงานในหน้าที่เรารับผิดชอบคืองานด้านธุรการ ด้านเอกสารต่างๆ พักเที่ยงเวลา 12.00 – 13.00 น. เลิกงานเวลา 16.30 น. แต่โดยปกติแล้วเราจะกลับก็เวลา 16.45 – 17.00 น.ขึ้นไป ที่เราต้องชี้แจงก็เพราะเหตุผลที่ว่า หน่วยงานของเราคนส่วนใหญ่เขามาปฏิบัติหน้าที่กัน เวลา 08.30 น. หรือก่อนนั้นไม่เกิน 15 นาที ส่วนเวลาเลิกงานกันก็ 17.30 – 18.00 น. เพราะหน้าที่หลักของเขาคือบริการประชาชน หลัง 16.30 น.ไปแล้วคือเวลาที่พวกเขาต้องเคลียร์ สะสางงานที่ทำทั้งวัน ที่ตนรับผิดชอบ  แต่จะมีคนอีกบางประเภทในหน่วยงาน ที่ชอบสอดส่องเรา ซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเขาบางคนนั้นไม่ชอบเราเพราะอะไร ((อันนี้ไม่ได้ถามคะ)) จะมีชอบแขวะ นินทาว่าร้ายตามประชามนุษย์ที่อยู่ร่วมกันเป็นกลุ่ม และเราไม่ได้ไปเข้าร่วมกลุ่มกับเขา เราก็จะกลายเป็นคนที่ต้องถูกพูดถึงเสมอ ( ในทางที่ไม่ค่อยจะสู้ดี) จนบางครั้งเราก็อดคิดที่จะย้ายเปลี่ยนหน่วยงานไม่ได้ ทั้งที่เราก็อดทนมาโดยตลอดนะคะ แต่ครั้งนี้ในความรู้สึกเราคือมันก็เกินไปอยู่ คนบางประเภทที่ว่ามาคือประเภท มาทำงาน 09.00 – 09.30 น. และกลับเวลา 19.00 น. เป็นต้นไป เหตุผลที่กลับค่ำเพราะ มีปัญหากับคนในครอบครัว ไม่อยากกลับไปเลี้ยงลูกเพราะเหมือนเป็นภาระ นั่งเล่นโทรศัพท์ คุยไลน์ เล่นเฟซบุ๊ค และสุดท้ายคือตั้งวงดื่มเหล้ากันหลังเลิกงาน คนประเภทนี้ชอบมองว่าเราคือคนที่ทำงานและกลับบ้านก่อนชาวบ้านเขา   ซึ่งเอาจริงๆแล้ว ในชีวิตประจำวันของเราแต่ละวัน คือเรามีลูกเล็กซึ่งฝากไว้ให้แม่สามีดูแลให้ในเวลาที่เราและสามีมาทำงาน  แม่สามีมีหน้าที่ป้อนนมที่เราเตรียมไว้ในตู้เย็น พาเดินเล่น และกล่อมนอน วนลูปอยู่เท่านี้ที่เราให้ท่านช่วย ส่วนเรื่องอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ในส่วนของลุกคือเราและสามีทำเองทั้งหมด (เราและสามีทำงานที่เดียวกัน) ทุกวันในช่วงพักเที่ยง เราต้องกลับไปทานข้าวเที่ยงกันที่บ้าน (ห่างจากที่ทำงาน 3 กิโลเมตร) เพื่อไปอาบน้ำให้ลูก และไปเปลี่ยนให้แม่สามีทานข้าว และทำธุระส่วนตัวของท่าน จนบ่ายโมงเราก็กลับมาทำงานต่อ พอเลิกงานเราก็กลับหลังจากเวลาเลิกงานไปแล้ว 15-30 นาที (โดยมารยาท) ทั้งที่เนื้องานเราไม่มีอะไร คือทำหมดแล้วตั้งแต่บ่าย หิ้วข้าวถุงแกงถุงที่ตลาดเย็น แล้วก็ต้องรีบไปเปลี่ยนแม่สามีเพื่อให้ท่านได้ไปทำธุระของท่านในตอนเย็น ส่วนเราและสามีต้องผลัดกันเลี้ยงลูก แต่ส่วนมากลูกจะติดเรา สามีเลยต้องทำงานบ้านเองเป็นส่วนใหญ่คะ งานบ้านที่ต้องทำหลังเลิกงานเป็นประจำทุกวันเลยคือ ล้างขวดนมและที่ปั้มนมของลูก  ล้างจานชามของตัวเองที่กินไว้เมื่อตอนเช้า และตอนเที่ยง ซักเสื้อผ้าลูก/ผ้าอ้อมลูก  ส่วนเราก็จะเปลี่ยนเสื้อผ้าอาบน้ำให้ลูก เตรียมทำอาหารมื้อเย็นให้เค้าทาน ส่วนอาหารของเราและสามีหิ้วมาจากตลาดเย็นทุกมื้อคะ มาทานพร้อมกันพ่อแม่ลูก  หลังทานข้าวเสร็จ  พ่อล้างจานเสร็จมาเปลี่ยนให้แม่ไปอาบน้ำเพื่อมาพาลูกนอน แล้วพ่อค่อยได้อาบ ชีวิตครอบครัวเราจะวนลูปอยู่อย่างนี้ เข้านอนพร้อมกันเวลา 20.30 น. เป็นประจำคะ ส่วนตอนเช้า ก็ทำเหมือนตอนเย็นที่ว่ามา เพียงแค่ตัดซักเสื้อผ้าลูกออกไป ส่วนถ้าวันไหนที่ต้องซักเสื้อผ้าตัวเองด้วยนี่  สามีหัวหมุนเลยคะ สงสารสามีมาก ไม่เคยได้ออกไปเที่ยวเล่นที่ไหน ชีวิตเราจะวนลูปอยู่แบบนี้ทุกวันคะ ส่วนเสาร์-อาทิตย์ ดีหน่อยได้ไปกินข้าวนอกบ้านบ้าง เที่ยวห้างบ้าง แบบกระเตงกันไป 3 คน หรือไม่ก็ ได้พักผ่อน เล่นเกมส์ ดูทีวีกันอยู่บ้าน มันคือวันหยุดที่มีความสุขมากคะสำหรับครอบครัวเล็กๆของเรา  ตอนนี้เรากำลังสร้างบ้านอยู่ด้วยคะ เพื่อนร่วมงานบางคนก็รู้ดีทั้งที่เราไม่เคยพูดให้ฟังว่ากำลังทำบ้านนะ เพราะส่วนใหญ่ไม่เคยพูดเรื่องส่วนตัวในที่ทำงานคะ คนเห็นดีก็มี คนเห็นไม่ดีก็เยอะ แต่เขาก็ยังพากันก็ยังแอบมาสอดส่องจนได้ ประมาณว่า อายุแค่นี้ เงินเดือนก็แค่นี้ ทำไมกล้าทำ เอาเงินไหนใช้ นุ้นนี่นั้น ตามประสาคน  และตั้งแต่สร้างบ้านมา เราขอลาหยุดงานไป 2 ครั้ง ในรอบ 3 เดือนที่เริ่มสร้างบ้านจนบ้านสร้างเสร็จคะ  คือลาครั้งแรกตอนยกเสาร์เอกเสาร์โท แม่สามีหาฤกษ์ให้คือฤกษ์วันศุกร์ แต่จริงๆเราอยากได้ฤกษ์สะดวกคือเสาร์อาทิตย์มากกว่าคะ แต่เพื่อความสบายใจของ พ่อแม่ และครอบครัวเลยตกลง  แม้จะรู้ตัวเองว่าลางานยากแค่ไหนเพราะหัวหน้าเราจะทำหน้าบึ้งไว้รอเลยถ้ารู้ว่าเราจะลา  เอาง่ายๆ คือไม่เต็มใจอยากให้เราลา ถึงเขาไม่พูดแต่เราดูออกคะ ส่วนครั้งที่ 2 เราลาตอนไปขอบ้านเลขที่ ขอน้ำขอไฟฟ้าเข้าบ้าน ตอนที่บ้านสร้างเสร็จ อันนี้กะจะไม่ลา กะจะขออนุญาตออกไปทำธุระสักหน่อยแล้วรีบกลับมาทำงานต่อ พอไปคุยกับหัวหน้า เขาไม่พูดกับเราคือทำเฉย คือเรารู้แล้วว่าคงไม่อยากให้เราไป แต่จะให้ทำไงได้ละคะ ในเมื่อมันคือสิ่งที่จำเป็นต้องทำ วันรุ่งขึ้นขอลาป่วยแบบกะทันหันเลยคะ สิ้นเรื่อง คือเราไม่เข้าใจว่าเราทำผิดอะไร สิทธิ์ของเราไม่ใช่หรอคะที่จะลา วันลาพักผ่อนเรามี แต่จะไม่ให้เราลามันใช่หรอ ขนาดคุณมีธุระคุณยังไป มันเป็นสิทธิ์ที่เราพึงมีพึงได้ ส่วนงานค้างในหน้าที่เราที่ต้องทิ้งให้คนอื่นทำในขณะที่เราลาก็ไม่มี เราคิดว่า  หัวหน้าเราไม่เคยเห็นใจลูกน้องคะ ถือว่าตัวเป็นหัวหน้า โยนงานยากมาให้เราทำเราไม่เคยบ่น รับไว้แล้วเคลียร์ให้หมด ไม่เคยอิดออดในงาน ไม่เคยเกี่ยงงาน แต่ถึงคราวเราจำเป็นมีธุระเร่งด่วนที่ต้องไปจัดการ ทำไมไม่อยากให้เราลา แต่ตัวเองลาได้ ลาบ่อย เมื่อปีใหม่ที่ผ่านมา ลาหยุดต่อเนื่องไปหลายวัน ทิ้งงานให้เรารับผิดชอบอยู่คนเดียวจนหัวหมุนเพราะช่วงเทศกาลคนจะเยอะมาก เราก็เต็มใจทำไม่เคยเกี่ยง แถมกลับมาทำงานได้วันเดียว มาลาป่วยต่ออีก 2 วัน บอกผมไม่สบายขอลาป่วยนะ  เราก็ไม่เคยไปบ่นไปนินทาให้ใครฟัง ก้มหน้าทำงานไป แล้วทำไมกับเราไม่เคยเห็นใจบ้าง ช่วงที่เราท้องก็เหมือนกัน เราดีหน่อยที่ไม่แพ้ท้อง แบบอาเจียน  แต่เราแพ้ท้องแบบเหนื่อยบ่อย หน้ามืดเหมือนจะวูบ นั่งทำงานอยู่ดีๆจะเป็นลมไปดื้อๆ  ใจสั่นเหงื่อออก ปวดท้องมากเพราะลูกกลับหัวลงเชิงกรานตั้งแต่ 7 เดือน เดินมากนั่งมากนี่ปวดท้องมาก คือท้องปั้นบ่อยคะ น้ำหนักลูกในท้องก็ต่ำกว่าเกณฑ์ หมอแจ้งว่าให้แม่ลางานพักผ่อนมากๆ ช่วงใกล้คลอดนี่ให้ระวัง เสี่ยงคลอดก่อนกำหนดเพราะลูกหัวอยู่ต่ำ คือพร้อมคลอดได้ตลอดเวลา ยอมรับว่าช่วงท้องแก่นี้ลาบ่อยมาก อาทิตย์ละ 1 วันได้ เป็นอยู่แบบนี้เกือบ 2 เดือน อาทิตย์สุดท้ายก่อนคลอดนี่ลาไป 2 วัน เพราะไม่ไหวเลยไม่อยากฝืน ลาอยู่บ้านกินเยอะๆ นอนเยอะๆ เพื่อให้น้ำหนักลูกเพิ่มขึ้น พอแจ้งหัวหน้า หัวหน้ากลับตอบมาว่า ใครบอกว่านอนเยอะมันดี มาทำงานได้ออกกำลังกายจะได้คลอดง่ายๆ (ปัญหาที่ต้องนอนพักคือทำงานมากจะคลอดก่อนกำหนดนี่ละคะ) พออธิบายไปไม่เข้าใจแถมทำหน้าบึ้งใส่แกมตำหนิเรา เหมือนว่าเราสำออยไปนั่น จนคืนวันนั้นไม่ไหว น้ำเดินช่วงตี 2 คลอดตี 5 ครึ่ง ลูกเราน้ำหนัก 2,235 กิโลกรัม ถือว่าน้องค่อนข้างตัวเล็กคะ ได้เข้าตู้ส่องไฟเพราะตัวเหลือง 1 คืน สุขภาพโดยรวมแข็งแรงดีคะ ครอบครัวเราผ่านพ้นไปได้  ดีที่ไม่คลอดในที่ทำงาน ดีที่คลอดตอนกลางคืน 5555 เราไม่เคยร้องขอความเห็นใจจากเพื่อนร่วมงานหรือหัวหน้านะคะ แค่อยากระบาย แต่ไม่อยากอธิบายหรือชี้แจงเพราะดูเหมือนเป็นการแก้ตัวหรือข้ออ้าง  เราและสามีคิดว่าจะปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายให้ดีและเต็มที่ที่สุด ไม่สนใจคำพูดหรือการกระทำไม่ดีที่สาดมาใส่เรา เพราะเรามีลูกที่ต้องดูแล มีหนี้บ้านที่ต้องจ่าย มีครอบครัวพ่อแม่ที่ต้องดูแล การใช้ชีวิตของครอบครัวเราเป็นแบบนี้แหละคะ ไม่กินไม่เล่นไม่เที่ยว ไม่สุงสิงกับเพื่อนร่วมงานนอกจากงานสำคัญที่เลี่ยงไม่ได้เราก็จะเข้าร่วม เราเลยกลายเป็นคนไม่เข้าสังคมกับเพื่อร่วมงานไปโดยปริยาย ด้วยภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบที่แตกต่างกัน เราแค่อยากถามความคิดเห็นว่า เราทำตัวแบบนี้ถูกต้องไหมคะ เราทำเกินไปจนคนรอบข้างรับไม่ไหว หรือเราทำถูกต้องเป็นปกติที่สามัญชนทั่วไปเขาทำกัน บางทีก็อยากฟังความคิดเห็นคนอื่นๆดูบ้าง เผื่อมีจุดไหนต้องปรับปรุง เพราะคนส่วนใหญ่ในที่ทำงานเขาไม่ค่อยชอบพูดคุยอธิบายชี้จุดบกพร่องเพื่อแก้ไข เขาถนัดนินทาลับหลังกันมากกว่า เราเลยต้องมาถามในพันทิป เพื่อให้เพื่อนๆในนี้ช่วยแนะนำทีคะ
((ขอบคุณสำหรับคำแนะนำ พร้อมนำไปปรับปรุงและแก้ไข หากเห็นว่าสิ่งไหนที่เราและสามีทำไม่ถูกต้องคะ))
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่