ดวงใจในไพรเถื่อน ตอน น้ำตกอธิษฐานจันทร์ คู่หนุ่มสาวอธิษฐานขอพรต่อจันทร์เสี้ยวในคืนจันทร์เพ็ญ

กระทู้สนทนา
...............ตะวันเลยศีรษะไปเล็กน้อย คณะแพทย์อาสาหยุดพักเพียงครู่จึงเริ่มเดินทางกันต่อ กำลังไต่บนเนินเขาลูกหนึ่ง ผ่านป่าแดงต้นเต็งผลัดใบ สภาพภูมิประเทศแถวนี้แห้งแล้ง ยิ่งช่วงเวลานี้เปลวแดดเต้นระยิบเหนือยอดไม้แห้งโกร๋น สัณฑ์สวมแวนดำ แยกเขี้ยวเป่าปากดังฟู่ เงยหน้ามองฟ้าโล่งกว้างไร้เมฆ ลมแทบไม่พัดให้คลายความอบอ้าว พอมองข้างหลัง พวกนั้นเดินกันช้ามาก พอหันมาอีกด้าน เล่าอูกับชาติสองคู่หูวงเหล้า ที่โผล่ออกมาจากดงหญ้าสาบเสือข้างทาง แดดจับหน้าผากจนหมอง สองคนนี้ได้รับคำสั่งให้แวะเวียนไปติดต่อนายบ้านกะเหรี่ยงพะละอึ เพื่อแจ้งข่าวการมาถึงของคณะแพทย์อาสา

               “ ได้ความว่ายังไงบ้าง”  สัณฑ์ร้องถาม 
               “ พวกบ้านพะละอึ  ย้ายหนีแล้งไปหมดครับนาย”  
               “ เหรอ ไม่เหลือเลยสักคนเลย” 

               “ ครับ ผมกับไอ้ชาติหาดูดีแล้ว บ้านแต่ละหลัง ไม่เหลือข้าวของเครื่องใช้จำเป็นหลงเหลืออยู่เลย  ท่ามันจะแล้งหนัก ผมกับไอ้ชาติกระหายน้ำ หาน้ำไม่ได้สักหยด ก้นห้วยมีแต่ดินแตกระแหง แถวนี้มันแล้งบรรลัย”  

               “ ช่างเถอะ เรายังตุนไว้น้ำไว้ใช้ได้อีก ว่าแต่เล่าอูลองย้อนไปดูพวกนั้นสิ ทำไมเดินกันช้านัก เราจะต้องทำเวลาให้ถึงที่วางแค้มป์ก่อนบ่ายสาม ตกลงกันแล้วไม่ใช่เหรอ” 

               “ ครับๆ ผมจะรีบไปดู” 

               เกตุมีอาการอักเสบกล้ามเนื้อที่โคนขาหนีบ ไหนจะท้องน้อยอวัยวะสืบพันธุ์ที่ละเอียดอ่อน มันอักเสบจนแทบก้าวขาไม่ออก เหงื่อออกมากจนผิวหน้าขาวซีด  หาญศึกคอยสังเกตจะเข้าไปช่วยอุ้ม  หมอกฤษณ์กางแขนห้ามไว้ตนเป็นหมอจะช่วยเอง ประคองให้เธอไปหลบแดดใต้ร่มไม้ก่อน คงกระพันพาเพื่อนมาช่วยรุมพัดวีให้ 

               “ ทำไมพี่เกตุ หมดท่าเสียล่ะวันนี้” คงกระพันแกล้งพูดเย้าเล่น ความจริงเป็นห่วง อาการตอนนี้แม้แต่ตนเองก็ย่ำแย่ไปเหมือนกัน นึกไม่ถึงคุณหมอผิวบางใช้การโพกผ้ามิดชิดเหมือนพวกอาหรับทะเลทราย จะทำให้ทนแดดได้ดีกว่าพวกตน

               “ มะเหงกนี่สิหมดท่า” 

               เจ้าตัวยังขุ่นขึ้นมาได้อีก หายใจหอบแรง เวลาเดียวกับที่เล่าอูย้อนกลับมา พูดคุยกับอภิรักษ์ที่กำลังหงุดหงิด คณะเดินทางกันได้ล่าช้าก็เพราะเด็กคนนี้  เจ้าตัวเองมองเห็นสีหน้าอภิรักษ์ รู้ว่าตัวเองเป็นตัวถ่วง พยายามจะผืนลุกขึ้น แล้วก็ทรุดลงไปอีกเพราะเป็นลมแดด

               “ ดูท่าเกตุไม่ไหว เอาขึ้นเปลหามเลย พวกเราจะต้องทำเวลาหน่อย แถวนี้แห้งแล้ง ไม่มีร่มเงาให้พักด้วย”  หมอกฤษณ์ตัดสินใจเร็ว หันไปสั่งพี่น้องตะบันให้เอาเปลมา  คงกระพันรู้สึกถึงสายตาที่รำคาญพวกตน  รีบไปคว้าเปลหามมาเสียเอง ยืนยันไม่ต้องให้ใครอื่นเป็นภาระ พวกตนจะห่ามลูกพี่สาวไปเอง

               “ ไม่ๆ นะคะพี่หมอ ฉะ...ฉันไปเองได้ สู้มาถึงนี้แล้ว ฉันจะไม่ขอเป็นภาระของใคร” 

               ตะวันฉายแสงแรงกล้าตลอดทั้งวัน ในที่สุดก็อ่อนกำลังลงต่อคนใจสู้ไม่ถอย  เวลาเกือบห้าโมงเย็นจึงถึงที่หมายล่าช้ากว่า ที่พรานนำทางกำหนดไว้บ่ายสาม  คณะแพทย์อาสาเดินทางมาถึงหุบตอนหนึ่ง สิ่งแรกที่ผืนดินหญ้าเขียวชอุ่ม ดอกหญ้าสีขาวออกรวงมากมายบนฝั่ง ถัดไปเป็นลำธาร ที่น้ำออกสีเขียวจากตะไคร่น้ำ อีกฝั่งเป็นไม้ยืนต้นแผ่กิ่งก้านใบเขียวสดให้ความรู้สึกร่มรื่น  พวกผู้ชายไม่รอช้าโดดตูมลงไปในน้ำให้คลายร้อน กลิ่นของน้ำถูกลมหอบมาสัมผัสผิวกาย ที่กรำแดดมาทั้งวันของเด็กสาวให้คลายความแสบร้อน เธอหย่อนกายลงนั่งกับพื้นหญ้านุ่ม

               หมอกฤษณ์ช่วยประคองแขนเกตุมาตลอดทาง พูดคุยกันไปด้วย บอกพรานนำทางถึงช้าหน่อยก็ไม่เป็นไร  สองคนยิ้มร่าเมื่อเห็นลำธารตรงหน้า เกตุรู้สึกเหมือนว่าตนเองผ่านวันนี้ไปได้ เรี่ยวแรงจะอยู่ตัวแล้ว 

               ที่พักแรมเต็นท์วางไว้พร้อม พร้อมกับฟืนไฟ หม้อข้าวกำลังเดือดปุด ส่งกลิ่นน้ำข้าวยั่วน้ำย่อยในกระเพาะอาหารของใครหลายคน 
สัณฑ์ เล่าอู ชาติ พวกฝีเท้าเร็วได้ขนย้ายสัมภาระล่วงหน้ามาก่อนแล้ว  

               พวกที่ลงไปลอยคอในน้ำ มือชี้ไปตามลำธารที่คดเคี้ยว สองฟากเป็นดงดำ ทอดเงาในน้ำใสไหลเอ่ย คล้ายภาพวาดที่มีมิติความลึกล้ำที่จิตรกรบรรจงวาด โดยมีโฟร์กราวด์คือสันดอนใหญ่กลางน้ำ อันอุดมด้วยต้นไม้ขึ้นหนาแน่น  เป้าสายตาเบื้องหลังหรือแบ็คกราวด์นั่นคือ   หินผา ที่ต่ำลงไปจะเป็นปากถ้ำอันเป็นที่ตั้งของน้ำตกอธิษฐานจันทร์

               เวลาค่ำมืดมาถึงอย่างรวดเร็ว ทั้งที่ท้องฟ้าทิศตะวันตกยังแดงฉานด้วยก้อนเมฆอาบแสงตะวันที่ยังไม่ตกดินด้วยซ้ำ  เป็นครั้งแรกที่สัณฑ์เลือกที่พักแรมริมฝั่งลำธาร ดอกหญ้าสีขาวออกรวง พลิกพลิ้วเล่นกับสายลมเหนือตลิ่ง เป็นทิวทัศน์ที่สวยงาม คล้ายจะมอบรางวัลให้กับนักสู้

               เกตุแอบขอบคุณในใจ อีตานี่เข้าใจเลือกที่พักดีเหมือนกัน หลายคืนก่อน มีแต่เปลี่ยววิเวกวังเวงราวกับนอนในป่าช้า  เธอถลกขากางเกงได้ นั่งแช่น้ำตั้งแต่ปลีน่องถึงโคนหัวเข่า   พวกคงกระพันดำผุดดำว่ายในกระแสธาร  ร้องเย้วๆ กวักมือให้เธอตามลงไป เธอยิ้มแก้มนูนส่ายหน้า  แต่ก็มองดูพวกนั้นช่วยกันหาปลาโดยการใช้ตาข่ายลาก ไม่นึกว่าจะเข้าใจเอาของพวกนี้มาด้วย

                 กองไฟกำลังลุกโซนเพื่อย่างปลา สุกบ้างดิบบ้าง พวกเด็กๆ ขึ้นจากน้ำมากินอย่างหิวโหย เลียปากกันเป็นมัน  เล่าอูนั่งยิ้มคุมย่างปลาให้ พวกนี้ไม่ได้คิดอะไรมากให้วุ่นวายใจเลย เดินป่าถึงไหนถึงกัน ไม่ได้สร้างเรื่องวุ่นวายให้ ออกจะเชื่อฟังผู้ใหญ่ด้วยซ้ำ  ส่วนเด็กสาวอาจมีบ้างจากเพศสภาพ นายอภิรักษ์ไม่น่าอคติ ตอนนี้ยังหน้านิ่วคิ้วขมวดบ่นไม่เลิก  

               ผู้กองหาญศึกเอาเก้าอี้สนามมาให้นั่ง เกตุเลือกจะ นั่งขอนไม้จะได้เหยียดขาได้ถนัด ไม่วายมือเท้าคาง ขบริมฝีปากด้วยแววตาลอย เวลาโพล้เพล้เช่นนี้ แสงจากกองไฟอาบผิวหน้าสีน้ำผึ้ง ปกตินิสัยเหมือนลิงค่าง หากแต่เวลานี้ดวงตาทั้งคู่ไม่สดชื่นเหมือนดังเคย สายตาเหลือบไปสบดวงตาคมลึกของผู้กองหาญศึก เขารู้ตัวเองดีเป็นคนทำให้ร่างกายของเธอบอบช้ำ จากการขืนใจเมื่อคืน ความเมาทำให้เขาขาดสติยับยั้ง  รู้ตัวว่าตนเองผิดอย่างไม่น่าให้อภัยดีที่หมอกฤษณ์ไม่เอาเรื่อง 

               จ่าแจ๋วเข้าตบบ่า ริมฝีปากหนาของแกยิ้ม พยักหน้าให้ออกไปสำรวจป่ารอบๆ แค้มป์ แล้วบุ้ยปากไปทางพวกนายสัณฑ์ที่นำพรรคพวกเดินทวนทางน้ำไหลคงจะสำรวจป่าเพื่อทำหน้ารักษาความปลอดภัยให้หมู่คณะ 

               หมอกฤษณ์รู้สึกแต่ละคนจะเงียบๆ พวกคงกระพันไม่กล้าเล่นคึกคะนองเพราะเกรงคุณอภิรักษ์ คิดว่าตนเองต้องทำอะไรบางอย่าง ให้เกตุกลับมาสดชื่นเหมือนดังเคย ดีกว่าจะปล่อยให้นั่งกอดหน้าเศร้าเข่าอยู่อย่างนี้ อภิรักษ์รู้ว่าตนเองจะทำให้เสียบบรรยากาศ ป้องปากเรียกสัณฑ์ที่กำลังเดินให้รอตนเองด้วย จะออกสำรวจป่าแถวนี้

               คุณหมอดีดนิ้วดังแป้ก เริ่มการสนทนารอบกองไฟนึกได้เริ่มซักประวัตินักเทควันโด้ของแต่ละคน ทำให้รู้ว่าคงกระพันกับโย่งเป็นคนพื้นเพเดิมมาจากภาคอีสานการพูดจายังมีหลุดสำเนียงอีสาน  เกตุหันมาฟังอย่างตั้งใจพลันยิ้มได้  ปกติถ้าสองคนพูดจากันด้วยลิ้นลูกอีสานแท้ฟังดูตลกดี 
คงกระพันกอดคอโย่งหัวเราะฮาเฮ ตามประสาคนไม่ค่อยคิดมาก 

               “ ผมกับไอ้โย่ง เป็นคนบ้านเดียวกันครับ รู้จักกันมาตั้งแต่ตัวกะเปี๊ยกแก้ผ้าเล่นปลักควายด้วยกัน ครอบครัวเราทั้งคู่อพยพหนีภัยแล้ง  เข้ามาหางานทำในเมืองกรุง ไม่รู้จักใครเลย ต้องพึ่งพาอาศัยกันเลยยิ่งสนิทกับมาก” 

               เกตุได้ยินได้แต่พยักหน้าริมฝีปากเจือยิ้ม คงกระพันมีครอบครัวที่ใหญ่มาก มีตั้งแต่ปู่ย่าตายายพ่อแม่ลุงป้าน้าอารวมทั้งรุ่นหลานนับสิบชีวิต  พากันยกตระกูลมาเช่าบ้านในสลัม ทำงานขายแรงงานเป็นกรรมกรกับค้าขายเล็กน้อย คงกระพันเป็นลูกคนสุดท้อง เคยโดนตำรวจจับเพราะเป็นเด็กเดินยาให้แก้งค้ายาเสพติด เพราะเด็กมากเลยถูกปล่อยตัวทุกครั้ง ถ้าไม่ใช่พี่ไพรวัลย์มาพบและเอาตัวมาชุบเลี้ยง ให้ฝึกฝนกีฬาคงจะติดจริงๆ

               ส่วนโย่งมีแม่คนเดียวและเสียชีวิตในไม่กี่ปีต่อมาภายหลังได้สามีใหม่ได้ไม่นาน สาเหตุมาจากอุบัติเหตุมีดในมือเด็กชายไปเสียบท้องของพ่อเลี้ยงเพราะลื่นไถล แต่คดีกลับเป็นเด็กฆ่าพ่อเลี้ยงตายทำให้ต้องถูกส่งไปอยู่บ้านเมตตา ภายหลังไพรวัลย์ถึงเอาตัวมาชุบเลี้ยงส่งเสริมจนเป็นยอดนักกีฬา
พอทุกคนถามถึงประวัติของเดช กลับไม่รู้ว่าตนเองมาจากไหนเพราะหนีจากบ้านมานาน เป็นเด็กเร่ร่อนขอทานกินมาเรื่อย ค่ำไหนนอนนั่น จนครูไพรวัลย์มาพบตัวเลยนำตัวมาเลี้ยงรายล่าสุดในกลุ่ม เจ้าทึ่มกลับมีพรสวรรค์ด้านกีฬาจนได้ติดทีมชาติในเวลาต่อมา

               มีแต่ความรู้สึกทึ่ง เมื่อทุกคนได้ฟังเบื้องหลังของเด็กหนุ่มทั้งสามคน

               แม้จะมีอดีตไม่สวยงามแต่คงกระพัน เดช โย่ง รู้สึกภูมิใจในปัจจุบันของตนเพราะเคยคว้าเหรียญรางวัลมาจากการแข่งขันให้ประเทศชาติมามาก พฤติกรรมเลวร้ายถูกขัดเกลาไปมากแล้วอาจจะมีเกเรนอกลู่นอกทางไปบ้างแต่ก็มีลูกพี่สาวคอยควบคุมความประพฤติ

               “ น้าได้ยินมาว่า เดือนหน้าจะมีมหกรรมกีฬา  โอลิมปิกที่ประเทศไกลๆ โน่นประเทศไทยเข้าแข่งขันด้วย แล้วทำยังไงทั้งสี่คนมาอยู่กลางป่าแบบนี้”   คำถามที่ไม่ทันคิดของเล่าอู  ทำเอาใบหน้าเปื้อนยิ้มของแต่ละคนโดยเฉพาะจอมเตะสาวถึงกับหน้าหุบ หนึ่งในเรื่องที่เธอคิดมากก็คือการเสียโอกาสเรื่องนี้ กำหนดการกลับไปรายงานตัวที่สมาคมก่อนเส้นตายภายในสามสิบวันซึ่งมันเลยกำหนดมาแล้วเกือบอาทิตย์ 

               “ พวกเรามาจากมูลนิธิยอดนักสู้ค่ะ ยังไงก็จะสู้ให้ถึงที่สุด  ตอนนี้เป้าหมายของเรา คือตามหาเณรกานต์กลับมาให้ได้”   พี่ใหญ่ของทีมชาติเทควันโด้ขึ้นมาอย่างมุ่งมั่น

               “ ดีมาก... ต้องใจสู้แบบนี้สิ  ถึงจะสมกับเป็นศิษย์ของครูไพรวัลย์”  นัยน์ตาสีฟ้าของคุณหมอเบิกกว้างพร้อมกับยิ้ม เด็กพวกนี้เข้มแข็งสมกับเป็นนักกีฬาจริง

               แม้จะอยู่ในหมู่คณะอันน่าอบอุ่นใจ  แวดล้อมออกไปก็เป็นป่าใหญ่ไพรกว้าง มันช่างมีสิ่งลึกลับแอบแฝงมากมาย แม้แต่บุคคลตรงหน้า คำพูดของคุณหมอทำเอาพวกเด็กวัยรุ่นมองข้ามกองไฟมาอย่างแปลกใจ ก่อนหน้าจำได้ว่าไม่เคยเอ่ยปากพูดถึงชื่อของครูไพรวัลย์  แล้วหมอกฤษณ์เอาชื่อนี้มาจากไหน
แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่