...ฝรั่งบูลลี่ไทย แล้วไทยจะบูลลี่ใคร?....

เรื่องคนเอเชียถูกฝรั่งเจ้าของประเทศเหยียดนี่มีมาตลอดเป็นข่าวบ้างไม่เป็นข่าวบ้าง ผมเองก็โดนและเชื่อว่าอาจจะโดนในอนาคตนะ ตอนผมกับภรรยาพูดคุยเรื่องจะแต่งงานกันต่อหน้าพ่อและแม่ของเธอ ผมโดนพ่อตาผมพูดใส่ต่อหน้าเต็มๆ เลย งานแต่งงานของผมกับลูกสาวของเขาๆ ก็ปฏิเสธที่จะมาร่วมงาน คิดดูเอาว่าผมจะถูกรังเกียจขนาดไหน? และกว่าจะยอมรับผมเป็นลูกเขยก็ปาเข้า10กว่าปี แต่เขา (หมายถึงพ่อตาผมนะ) ซึ่งถือว่าเป็นผู้ดีอังกฤษแทบจะทุกกระเบียดนิ้ว ก็ขอโทษผมนะที่เคยเหยียดผมมาก่อน

เคยโดนเด็กฝรั่งปาก้อนหินใส่ไล่ชิ้วๆ กลับประเทศผมก็เคยโดนมาแล้ว เอาเป็นว่า...ผมเชื่อว่าเกินห้าสิบเปอร์เซ็นต์หรือแทบจะ 99% ของคนเอเชียจะโดนฝรั่งเจ้าของประเทศบูลลี่หรือเหยียดทั้งนั้น ถามว่าคนๆ หนึ่งโดนเหยียดทุกวันไหม? คงไม่มี และถามว่ามีฝรั่งชื่นชมเรา (คนเอเชีย) ไหม? ก็มีไม่น้อย......ซึ่งก็ถือบาลานซ์และพอจะชดเชยกัน  เผอิญช่วงที่มีไวรัสกระจายจากเอเชียก็อาจจะถี่ขึ้นหรือเป็นข่าวมากขึ้น แต่เชื่อเถอะครับ....การบูลลี่นี่มันมีที่ทุกชุมชน   จะต่างชาติหรือชาติเดียวกันมิสิทธิ์โดน

บอกตรงๆ นะ....แบบส่วนตั๊วส่วนตัวจริงๆ คือผมมองกรณีของผมว่ามันเป็นเรื่องของ "กรรม"   สมัยผมเป็นเด็กที่อุดรฯ ผมเคยล้อ เคยวิ่งไล่ด่าฝรั่งจีไอที่เพ่นพ่านในเมืองอุดรยุคสงครามเวียดนาม ปาก้อนดินใส่ก็เคยปา  แล้วพอตอนได้มาอาศัยอยู่บ้านเขาเมืองเขาก็รู้ซึ้งแก่ใจตัวเอง คนอื่นจะมองยังไงผมไม่รู้นะ แต่ผมมองอย่างนี้ซึ่งผมรู้สึกว่าผมเบาใจ และไม่รู้สึกที่จะผูกใจเจ็บฝรั่งซึ่งเป็นเจ้าของประเทศที่เราอาศัยอยู่   ตระหนักดีว่าคนเอเชียก็ดี คนผิวดำก็ดี คนอินเดียหรือปากีฯ ก็ดี หรือแม้แต่ฝรั่งด้วยกันก็ดีล้วนต่างจะโดนบูลลี่ทั้งนั้น ผมจึงเลี่ยงที่จะเข้ากับสังคมหรือสุงสิงกับฝรั่งประเภทนี้ เช่นเวลาเดินบนฟุตบาทคนเดียวเห็นกลุ่มฝรั่งโดยเฉพาะเด็กๆ อยู่ข้างหน้า ผมจะแกล้งเดินข้ามไปอีกฝั่ง หรือเดินเลี้ยวเข้าซอยที่อยู่ข้างหน้า เพื่อเลี่ยงการปะทะ เพราะเรารู้ดีว่าหัวดำอย่างเราคือเป้าหมาย

เอาเข้าจริงๆ ...เรื่องมนุษย์เหยียดมนุษย์นี่มันมีในสันดานกันทุกคน คนที่คิดว่าสูงกว่าคนอื่นก็จะเหยียดคนที่คิดว่าเขาต่ำกว่าเสมอๆ .....สงครามของมนุษย์ส่วนใหญ่จะเริ่มที่เรื่องเหยียดกันนี่แหละครับ ในประเทศอังกฤษนี่ผมถือว่าเขาแฟร์ดีนะเมื่อเทียบกับเมืองไทย ข่าวที่น้องคนหนึ่งสวมหน้ากากกันฝุ่นหรือพิษแล้วเดินเข้าตลาดที่ไม่มีใครสักคนสวมหน้ากากแล้วเธอโดนบูลลี่ไล่กลับประเทศที่เป็นประแสข่าวอยู่ตอนนี้ มันสามารถมองได้สองมุมนะถ่าเปิดใจกว้าง มองคร่าวๆ ถ้าเราเอามุมมองคนไทยด้วยกันมองก็เป็นเรื่องน่าเห็นใจ แต่ในฐานะที่อยู่อังกฤษมา27 ปีแล้ว ก็พอจะเข้าใจว่าทำไมฝรั่งถึงมองว่าแปลกและน่าตกใจ culture shock ระหว่างอังกฤษและไทยมีเยอะครับ ใส่หน้ากากกันกรองหรือกันพิษในที่สาธารณะอย่างนั้นอาจจะธรรมดาในกรุงเทพฯ แต่ฝรั่งเห็นเป็นเรื่องแปลกมากและน่าตื่นตระหนก โดยเฉพาะในสถานการณ์ในตอนนี้ รัฐบาลอังกฤษเขาประเมินสถานการณ์ไว้แล้วว่า เชื้อต้องแพร่มาถึงอังกฤษแน่ๆ....เขาเตรียมตัวรับไว้อยู่ หากเลวร้ายเขาจะประกาศบอกทุกคนอยู่แล้ว แต่ดูเหมือนว่าน้องคนนั้นจะเตรียมตัวซะเอิกเริกไปหน่อยในสายตาคนอังกฤษ คือนอกจากจะตีตนไปก่อนไข้แล้ว ยังชวนคนรอบข้างผวาตามด้วยนี่......ปฏิกิริยาของฝรั่งขี้ตกใจพวกนี้ก็อย่างที่เห็น

ทำไมเราคนไทยโดยทั่วไปรวมทั้งผมด้วยชอบโอดครวญเวลาโดนบูลลี่โดยเฉพาะจากฝรั่ง สาเหตุหนึ่งอาจจะเป็นเพราะว่าเราไปตีค่ามันไว้สูงกว่าเราไงครับ คนที่ถูกกระทำจากคนที่เหนือกว่ามักจะโอดครวญอย่างนี้แหละครับ   อย่างไรก็แล้วแต่...เราเองก็อย่าลืมว่า เรา "คนไทย" ด้วยกันเองนั้นดูถูกคนชาติเดียวกันเองแรงเอาการไม่น้อย กระแสรังเกียจคนชนบทมีแทบทุกอณูของคนไทยเลยก็ว่าได้ บอกไว้ตรงนี้ว่าผมซึ่งเป็นคนมาจากชนบทจากที่ราบสูงเจอมาเยอะ คนไทยด้วยกันเหยียดคนไทยด้วยกันนี่มันเจ็บจี๊ดบาดลึกครับขอบอก ส่วนคนไทยเหยียดต่างชาตินั้น ดูแต่ละคำที่เราสรรหามาเรียกคนชาติอื่นสิครับ ไอ้มืด ไอ้ดำ ไอ้ยุ่น (ญี่ปุ่น) ไอ้ปินส์ (ฟิลิปินส์) ส่วนคำว่า "ไอ้ลาว" นั้นไม่ต้องบอกนะครับว่ามันรวบเอาคุณสมบัติในด้านลบของใครก็ได้มาไว้ที่คำว่า "ไอ้ลาว" คำนี้คำเดียว   ใครโดนเรียกว่า "ไอ้ลาว" นี่ถือว่าซวยเลยนะครับในบริบทของสังคมไทย    ทั้งๆ ที่คำว่า "ลาว" คือชื่อประเทศๆ หนึ่งที่มีประเพณีและวัฒนธรรมงดงามไม่แพ้และใกล้เพียงไทยด้วย น่าเชื่อไหมล่ะครับว่าเราเอาชื่อประเทศหนึ่งมาใช้เป็นเครื่องมือเพื่อใช้ ด่า ดูถูก  เหยียด คนอื่นในทางลบ ตรึกให้ดีๆ.....ชาติไหนครับที่บูลลี่เก่งไม่แพ้กัน?


แก้ไขข้อความเมื่อ
แสดงความคิดเห็น
โปรดศึกษาและยอมรับนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลก่อนเริ่มใช้งาน อ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่