ฝากนิยายเพิ่งเคยหัดแต่งครั้งแรกด้วยนะครับ ติชมได้เลย จะนำไปปรับปรุงครับ
เรื่องย่อ
เรื่องราวของโลกหลังยุคล่มสลายจากสงคราม แม้มนุษยชาติเกือบจะสูญพันธุ์
แต่เมื่อฟื้นตัวได้จนสามารถเริ่มก่อตั้งอาณานิคมใหม่
ก็กลับทำสงครามเพื่อชิงทรัพยากรกันไม่จบสิ้นอีก
....เรื่องนี้มันต้องมีคนจัดการ!....
.
.
.
.
ณ ปี 2057
‘…ขณะนี้โลกกำลังเผชิญกับภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ขอให้ทุกท่านเตรียมข้าวของที่จำเป็นต่อการเอาชีวิตรอด แล้วไปที่หลบภัยใกล้ที่อยู่ของท่าน...’
เสียงจากวิทยุที่เปิดช่องข่าวดังคลอไปกับเสียงโหวกเหวกโวยวายของชาวบ้านหลายครอบครัวในหลุมหลบภัย ตูมมมม!! บรึ้ม!! เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
โลกได้เข้าสู่สงครามครั้งใหญ่อีกครั้ง
ชนวนเหตุเป็นเพราะเมื่อจีนจับมือกับรัสเซียเพื่อโค่นล้มมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ในทีแรกมันเป็นแค่สงครามจิตวิทยาในด้านการตัดกำลังทางการค้าและการนำเสนอข่าวสาดใส่กันเท่านั้น แต่ด้วยเหตุการณ์นิวเคลียร์ปริศนาที่ได้ยิงมาที่นิวยอร์คทำให้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 5 ล้านชีวิต ผู้บาดเจ็บอีกมหาศาล
รัฐนิวยอร์คกลายเป็นที่ห้ามเข้าเพราะกัมมันตภาพรังสีที่ปกคลุมทั่วทั้งเมือง สหรัฐพุ่งเป้าไปที่คู่ปรับของตัวเองอย่างรัสเซีย สถาณการณ์โลกตึงเคลียดทันที เมื่อนิวเคลียร์อีกลูกซึ่งห่างกันไม่ถึง 3 วัน ได้ลงมาที่ มอสโคว...
ทั้งสองประเทศประกาศเปิดสงครามกันทันที ชาวเมืองถูกเกณฑ์ไปเป็นกำลังรบเพื่อรับใช้ชาติ ประเทศทั่วโลกต้องเลือกข้าง ผู้คนต่างตื่นตะหนก สถานีโทรทัศน์ถูกปิด เหลือแค่เพียงสถานีวิทยุไม่กี่ช่อง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการปล่อยคลื่นกันเอง เพื่อหาผู้รอดชีวิต และรายงานสถานการณ์
หลายปีผ่านไป...
สถานการณ์สงครามยังไม่สู้ดี ฝ่ายรัสเซียกับจีนมีกองกำลังทหาร และ ยุทโธปกรณ์มากกว่า ทำให้สหรัฐเสียเปรียบเป็นอย่างมาก ยุทโธปกรณ์ของสหรัฐก็เริ่มร่อยหรอลง
เหล่าระดับนายพลของสหรัฐได้ร่วมประชุมกันถึงแผนที่จะทำให้ชนะ มีการถกเถียงกันถึงเรื่องวิธีการ เพราะมีนายพลท่านนึงเสนอให้ทิ้งนิวเคลียร์ใส่ประเทศที่ต่อต้านทั้งหมด ซึ่งความคิดนี้โดนปัดตกไปเนื่องจากมันจะทำร้ายผู้บริสุทธ์มากมาย ทุกคนเห็นด้วยว่ามันควรมีทางออกอื่นที่ดีกว่านี้
นายพลท่านนั้นไม่พอใจอย่างมาก จนเดินออกนอกห้องประชุมไป บรรยากาศในห้องประชุมไม่ค่อยสู้ดีนัก ในท้ายที่สุดการประชุมก็จบลงโดยที่ไม่ได้อะไรเลย ทุกอย่างดูสิ้นหวังไปหมด
ไม่กี่วันต่อมาทางค่ายสั่งการของสหรัฐได้ถูกลอบโจมตี เหล่านายพลทั้งหลายโดนจับเป็นตัวประกัน รวมถึงประธานาธิปบดีด้วย ผู้ก่อการร้ายได้ทำการยึดสถานีวิทยุและแจ้งข่าวไปทั่วโลกว่า
“เราจะหยุดสงครามครั้งนี้ จะไม่มีการนองเลือดอีกหลังจากนี้ เราจะสร้างโลกขึ้นมาใหม่”
พอพูดจบผู้ก่อการร้ายก็ได้จับเอาเหล่านายพลกับประธานาธิปบดีมาเค้นรหัสปล่อยนิวเคลียร์
ในขณะเดียวกันเมื่อเสียงได้ประกาศออกไปทำให้ทางฝั่งรัสเซียกับจีนตัดสินใจปล่อยนิวเคลียร์ที่มีทั้งหมดใส่สหรัฐและประเทศพันธมิตรของสหรัฐ เนื่องจากกังวลเช่นกันว่าทางสหรัฐจะเสียท่าผู้ก่อการร้ายและยิงนิวเคลียร์ออกมาก่อน รัสเซียกับจีนเลยช่วงชิงจังหวะความได้เปรียบที่จะยิงนิวเคลียร์ทั้งหมดออกไปเพื่อจบสงครามโดยที่ฝั่งสหรัฐไม่ทันตั้งตัว แต่ทางผู้ก่อการร้ายก็มีสายข่าวที่รู้ถึงการปล่อยนิวเคลียร์ของรัสเซียกับจีนอย่างทันท่วงที จึงรู้ในตอนนั้นเลยว่านิวเคลียร์ทั้งหมดได้ถูกยิงมาแล้ว
ด้วยเหตุการณ์นี้ทำให้ฝั่งนายพลของสหรัฐยอมบอกรหัสกับผู้ก่อการร้าย ในท้ายที่สุดนิวเคลียร์ของสหรัฐก็ได้ถูกปล่อยไป......ผู้ก่อการร้ายได้ป่าวประกาศอีกครั้ง
“โลกใหม่กำลังจะถือกำเนิด ผู้คนจะถูกคัดเลือกโดยธรรมชาติ”
นาทีที่หัวรบนิวเคลียร์ถูกยิงออกไปหัวหน้าผู้ก่อการร้ายได้ถอดหน้ากากออกมา เขาคือนายพลทีเสนอให้ยิงนิวเคลียร์นั่นเอง
“ผมจำเป็นต้องทำ มันควรจบได้แล้ว ถึงวิธีมันจะรุนแรงแต่มันคือทางเดียวที่จะหยุดความบ้าคลั่งนี้” นายพลผู้ก่อการร้าย พูดด้วยกิริยาที่สงบ
หลังจากที่ประกาศออกไปทางวิทยุโลกก็ได้เกิดโกลาหลขึ้น เมื่อทุกคนรู้ว่าจะตาย ทำให้ผู้คนบ้าคลั่ง เริ่มฆ่ากันเองเพราะความเกลียดชัง หรือฆ่าครอบครัวตัวเองเพราะไม่อยากให้เจ็บปวดจากพิษรังสี บ้างก็ข่มขืน บางคนก็ก่อจราจลทำลายข้าวของ
แต่ทุกอย่างก็เงียบสงบลงอีกครั้ง เมื่อนิวเคลียร์ได้ลอยลงมาสู่น่านฟ้า สายตาทุกคู่มองขึ้นไปบนฟ้าที่มีนิวเคลียร์ลอยผ่าน นิวเคลียร์แหวกตัดอากาศเกิดเป็นเมฆรูปคลื่นเป็นทางยาว
“มันช่างสวยจริงๆ”ชาวบ้านหญิงชราได้พูดขึ้น ครอบครัวหรือคู่รักทั้งหลายกอดกันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะ
"ตูมมมม!!......."
ทุกสิ่งเงียบสงบ เหมือนสถานที่นี้ไม่เคยมีสิ่งมีชีวิต เมื่อเสียงระเบิดผ่านไป ก็จะเริ่มได้ยินเสียงผู้คนที่ทรมานด้วยอากาศที่เป็นพิษ มีผู้รอดชีวิตเพียงหยิบมือ อารยธรรมทั้งหลายที่สร้างมาเป็นหมื่นๆปีถูกลบหายจากหน้าประวัติศาสตร์ เหลือเพียงบรรยากาศแห่งความสลด เขม่าจากระเบิดปกคลุมท้องฟ้าบวกกัมมันตภาพรังสีทำให้ท้องฟ้าเป็นสีม่วงแกมเขียว และมีออโรร่าบางๆพาดผ่านท้องฟ้าเป็นความงามที่แฝงไปด้วยความตาย ช่างโหดร้ายจริงๆ........
.........โลกได้ล่มสลายลงแล้ว.........
(หัดแต่ง) Districts Of Survivor สงครามที่โลกลืม ตอน 1 Prologue : วันที่โลกเผชิญจุดจบ
‘…ขณะนี้โลกกำลังเผชิญกับภัยพิบัติครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ ขอให้ทุกท่านเตรียมข้าวของที่จำเป็นต่อการเอาชีวิตรอด แล้วไปที่หลบภัยใกล้ที่อยู่ของท่าน...’
เสียงจากวิทยุที่เปิดช่องข่าวดังคลอไปกับเสียงโหวกเหวกโวยวายของชาวบ้านหลายครอบครัวในหลุมหลบภัย ตูมมมม!! บรึ้ม!! เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว
โลกได้เข้าสู่สงครามครั้งใหญ่อีกครั้ง
ชนวนเหตุเป็นเพราะเมื่อจีนจับมือกับรัสเซียเพื่อโค่นล้มมหาอำนาจอย่างสหรัฐอเมริกา ในทีแรกมันเป็นแค่สงครามจิตวิทยาในด้านการตัดกำลังทางการค้าและการนำเสนอข่าวสาดใส่กันเท่านั้น แต่ด้วยเหตุการณ์นิวเคลียร์ปริศนาที่ได้ยิงมาที่นิวยอร์คทำให้มีผู้เสียชีวิตไม่ต่ำกว่า 5 ล้านชีวิต ผู้บาดเจ็บอีกมหาศาล
รัฐนิวยอร์คกลายเป็นที่ห้ามเข้าเพราะกัมมันตภาพรังสีที่ปกคลุมทั่วทั้งเมือง สหรัฐพุ่งเป้าไปที่คู่ปรับของตัวเองอย่างรัสเซีย สถาณการณ์โลกตึงเคลียดทันที เมื่อนิวเคลียร์อีกลูกซึ่งห่างกันไม่ถึง 3 วัน ได้ลงมาที่ มอสโคว...
ทั้งสองประเทศประกาศเปิดสงครามกันทันที ชาวเมืองถูกเกณฑ์ไปเป็นกำลังรบเพื่อรับใช้ชาติ ประเทศทั่วโลกต้องเลือกข้าง ผู้คนต่างตื่นตะหนก สถานีโทรทัศน์ถูกปิด เหลือแค่เพียงสถานีวิทยุไม่กี่ช่อง ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการปล่อยคลื่นกันเอง เพื่อหาผู้รอดชีวิต และรายงานสถานการณ์
หลายปีผ่านไป...
สถานการณ์สงครามยังไม่สู้ดี ฝ่ายรัสเซียกับจีนมีกองกำลังทหาร และ ยุทโธปกรณ์มากกว่า ทำให้สหรัฐเสียเปรียบเป็นอย่างมาก ยุทโธปกรณ์ของสหรัฐก็เริ่มร่อยหรอลง
เหล่าระดับนายพลของสหรัฐได้ร่วมประชุมกันถึงแผนที่จะทำให้ชนะ มีการถกเถียงกันถึงเรื่องวิธีการ เพราะมีนายพลท่านนึงเสนอให้ทิ้งนิวเคลียร์ใส่ประเทศที่ต่อต้านทั้งหมด ซึ่งความคิดนี้โดนปัดตกไปเนื่องจากมันจะทำร้ายผู้บริสุทธ์มากมาย ทุกคนเห็นด้วยว่ามันควรมีทางออกอื่นที่ดีกว่านี้
นายพลท่านนั้นไม่พอใจอย่างมาก จนเดินออกนอกห้องประชุมไป บรรยากาศในห้องประชุมไม่ค่อยสู้ดีนัก ในท้ายที่สุดการประชุมก็จบลงโดยที่ไม่ได้อะไรเลย ทุกอย่างดูสิ้นหวังไปหมด
ไม่กี่วันต่อมาทางค่ายสั่งการของสหรัฐได้ถูกลอบโจมตี เหล่านายพลทั้งหลายโดนจับเป็นตัวประกัน รวมถึงประธานาธิปบดีด้วย ผู้ก่อการร้ายได้ทำการยึดสถานีวิทยุและแจ้งข่าวไปทั่วโลกว่า
“เราจะหยุดสงครามครั้งนี้ จะไม่มีการนองเลือดอีกหลังจากนี้ เราจะสร้างโลกขึ้นมาใหม่”
พอพูดจบผู้ก่อการร้ายก็ได้จับเอาเหล่านายพลกับประธานาธิปบดีมาเค้นรหัสปล่อยนิวเคลียร์
ในขณะเดียวกันเมื่อเสียงได้ประกาศออกไปทำให้ทางฝั่งรัสเซียกับจีนตัดสินใจปล่อยนิวเคลียร์ที่มีทั้งหมดใส่สหรัฐและประเทศพันธมิตรของสหรัฐ เนื่องจากกังวลเช่นกันว่าทางสหรัฐจะเสียท่าผู้ก่อการร้ายและยิงนิวเคลียร์ออกมาก่อน รัสเซียกับจีนเลยช่วงชิงจังหวะความได้เปรียบที่จะยิงนิวเคลียร์ทั้งหมดออกไปเพื่อจบสงครามโดยที่ฝั่งสหรัฐไม่ทันตั้งตัว แต่ทางผู้ก่อการร้ายก็มีสายข่าวที่รู้ถึงการปล่อยนิวเคลียร์ของรัสเซียกับจีนอย่างทันท่วงที จึงรู้ในตอนนั้นเลยว่านิวเคลียร์ทั้งหมดได้ถูกยิงมาแล้ว
ด้วยเหตุการณ์นี้ทำให้ฝั่งนายพลของสหรัฐยอมบอกรหัสกับผู้ก่อการร้าย ในท้ายที่สุดนิวเคลียร์ของสหรัฐก็ได้ถูกปล่อยไป......ผู้ก่อการร้ายได้ป่าวประกาศอีกครั้ง
“โลกใหม่กำลังจะถือกำเนิด ผู้คนจะถูกคัดเลือกโดยธรรมชาติ”
นาทีที่หัวรบนิวเคลียร์ถูกยิงออกไปหัวหน้าผู้ก่อการร้ายได้ถอดหน้ากากออกมา เขาคือนายพลทีเสนอให้ยิงนิวเคลียร์นั่นเอง
“ผมจำเป็นต้องทำ มันควรจบได้แล้ว ถึงวิธีมันจะรุนแรงแต่มันคือทางเดียวที่จะหยุดความบ้าคลั่งนี้” นายพลผู้ก่อการร้าย พูดด้วยกิริยาที่สงบ
หลังจากที่ประกาศออกไปทางวิทยุโลกก็ได้เกิดโกลาหลขึ้น เมื่อทุกคนรู้ว่าจะตาย ทำให้ผู้คนบ้าคลั่ง เริ่มฆ่ากันเองเพราะความเกลียดชัง หรือฆ่าครอบครัวตัวเองเพราะไม่อยากให้เจ็บปวดจากพิษรังสี บ้างก็ข่มขืน บางคนก็ก่อจราจลทำลายข้าวของ
แต่ทุกอย่างก็เงียบสงบลงอีกครั้ง เมื่อนิวเคลียร์ได้ลอยลงมาสู่น่านฟ้า สายตาทุกคู่มองขึ้นไปบนฟ้าที่มีนิวเคลียร์ลอยผ่าน นิวเคลียร์แหวกตัดอากาศเกิดเป็นเมฆรูปคลื่นเป็นทางยาว
“มันช่างสวยจริงๆ”ชาวบ้านหญิงชราได้พูดขึ้น ครอบครัวหรือคู่รักทั้งหลายกอดกันเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะ
"ตูมมมม!!......."
ทุกสิ่งเงียบสงบ เหมือนสถานที่นี้ไม่เคยมีสิ่งมีชีวิต เมื่อเสียงระเบิดผ่านไป ก็จะเริ่มได้ยินเสียงผู้คนที่ทรมานด้วยอากาศที่เป็นพิษ มีผู้รอดชีวิตเพียงหยิบมือ อารยธรรมทั้งหลายที่สร้างมาเป็นหมื่นๆปีถูกลบหายจากหน้าประวัติศาสตร์ เหลือเพียงบรรยากาศแห่งความสลด เขม่าจากระเบิดปกคลุมท้องฟ้าบวกกัมมันตภาพรังสีทำให้ท้องฟ้าเป็นสีม่วงแกมเขียว และมีออโรร่าบางๆพาดผ่านท้องฟ้าเป็นความงามที่แฝงไปด้วยความตาย ช่างโหดร้ายจริงๆ........
.........โลกได้ล่มสลายลงแล้ว.........